ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

วสท. ลงพื้นที่ตรวจสอบตึกถล่มระหว่างรื้อถอน ซอยรามคำแหง 52/1 ไซต์ก่อสร้างรถไฟฟ้าสีส้มในอนาคต

ข่าวประชาสัมพันธ์อสังหาริมทรัพย์ วันพุธที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ๑๐:๓๘ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--9 ม.ค.--เบรนเอเซีย คอมมิวนิเคชั่น

จากเหตุร้ายที่เกิดอย่างไม่คาดคิดเมื่อบ่ายวันที่ 7 ม.ค. 62 ตึกแถว 4 ชั้นพังถล่มใกล้ปากซอยรามคำแหง 51/2 ถนนรามคำแหงขาออก แขวงบางกะปิ เขตหัวหมาก ทำให้ประชาชนแตกตื่นวิ่งหนีเอาชีวิตรอด วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) นำโดย รศ.เอนก ศิริพานิชกร ประธานสาขาวิศวกรรมโยธา รศ.สิริวัฒน์ ไชยชนะ ที่ปรึกษา วสท.และทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญวสท.ลงพื้นที่เกิดเหตุ

รศ.เอนก ศิริพานิชกร ประธานสาขาวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) กล่าวว่า พื้นที่เกิดเหตุเป็นของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ซึ่งได้ทำการเวนคืนพื้นที่เมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา เพื่อใช้เป็นพื้นที่ก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้ารามคำแหง โดยได้ว่าจ้างผู้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างตั้งแต่เดือน ธ.ค. 61 จนถึงวันที่เกิดเหตุ เพื่อจะได้ส่งมอบพื้นที่ให้กับ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) และบริษัทชิโนทัย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มต่อไป ในวันเกิดเหตุ ผู้รับจ้างรื้อถอนจาก รฟม.ได้นำรถแบ็กโฮมารื้อถอนส่วนที่เหลือจากการรื้อถอนในเดือนธันวาคม ขณะทำการรื้อถอนจากด้านในตัวระเบียงนั้น แผ่นปูนที่เป็นกำแพงผนังของชั้น 2 รับแรงกระแทกไม่ไหว จึงหลุดลงมากระแทกกับกันสาดด้านล่าง เป็นเหตุให้เกิดการถล่มลงมาโดนคนเดินถนนได้รับบาดเจ็บ 2 ราย

จากการเข้าตรวจสอบอาคารเกิดเหตุพบว่า มีการขออนุญาตรื้อถอนถูกต้อง มีวิศวกรดูแลควบคุมงาน แต่ตัวอาคารเก่าคาดว่าน่าจะมีจุดชำรุดที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ทำให้เกิดความผิดพลาดขณะรื้อถอน ซึ่งในขั้นตอนการรื้อถอนถือว่ามีความสำคัญพอๆกับการก่อสร้าง เพราะต้องดูโครงสร้างและต้องวางแผนการดำเนินการให้รอบคอบ ในกรณีนี้เป็นความรับผิดชอบเบื้องต้นของผู้รับจ้างรื้อถอนอาคารที่เกิดการถล่มลงมา สำหรับอาคารของธนาคารออมสินที่ตั้งอยู่ติดกับอาคารที่เกิดเหตุนั้น เบื้องต้นทางสำนักงานเขตบางกะปิ มีคำสั่งให้ดำเนินการแก้ไข บริเวณชั้นที่เสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยระหว่างนี้ให้หยุดใช้ตัวอาคารจนกว่าจะมีการแก้ไข เพื่อการใช้งานระยะต่อไปได้อย่างปลอดภัย

สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตะวันออก) มี 3 สัญญา คือ สัญญา E1 : ผู้รับเหมาคือ CKST JV, สัญญา E2 : ผู้รับเหมา คือ CKST JV และสัญญา E3 : ผู้รับเหมา คือ ITD จุดเกิดเหตุครั้งนี้อยู่บริเวณพื่นที่ที่จะสร้างสถานีรถไฟฟ้ารามคำแหง Entrance 1 ของสัญญา E2 ของ CKST JV (ตามผังแสดงในหน้า 2 ) ซึ่งในการก่อสร้าง เจ้าของงาน (รฟม.) จะมีหน้าที่ในการเวนคืนที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พร้อมทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเหนือดินออก (จนถึงระดับดิน) ก่อนส่งมอบพื้นที่ให้ ผู้รับเหมา (CKST JV) เพื่อทำการก่อสร้างโครงสร้างใต้ดิน ต่อไป ส่วนการรื้อถอนโครงสร้างใต้ดิน เป็นหน้าที่ของผู้รับเหมา (CKST JV)

รศ.สิริวัฒน์ ไชยชนะ ที่ปรึกษา วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) กล่าวว่า อาคาร 4 ชั้นนี้ จากการลงพื้นที่สันนิษฐานสาเหตุอาคารถล่มไว้ 2 ประเด็น คือ 1.ขั้นตอนการรื้อถอนไม่ถูกต้อง และ 2.ขั้นตอนถูกต้องตามหลักการ แต่เป็นเหตุสุดวิสัย ที่อาจจะเกิดจากจุดอ่อนในโครงสร้างของอาคารที่มองไม่เห็น อย่างไรก็ตามในด้านเทคนิค อาคารดังกล่าวเป็นอาคารเก่ามีอายุ 40-50 ปี ระบบการก่อสร้าง กำลังคอนกรีตและชนิดของคอนกรีตอาจจะไม่เหมือนกับในปัจจุบัน จึงทำให้มีปัญหาได้ ขณะเดียวกันอาจจะมีปัจจัยอื่นเกี่ยวข้อง เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ เนื่องจากอาคารตั้งอยู่ริมถนน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการวิเคราะห์และวิจัยหาจุดบกพร่องให้ได้ และต้องมีค้ำยันหรือพยุงจุดสำคัญ ก่อนที่จะรื้อถอนส่วนอื่น ๆ ซึ่งจะต้องมีการค้ำยันไว้จนกว่าการรื้อถอนจะหมดสิ้น

นอกจากนี้การรื้อถอนอาคารโดยเฉพาะอาคารเก่าๆ จะต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้มีผลกระทบกับผู้คน สาธารณูปโภค อาคารใกล้เคียงและสิ่งแวดล้อม ยิ่งเป็นอาคารริมถนน มีผู้คนเดินผ่านจำนวนมาก กำแพงกั้นการรื้อถอนอาคารต้องมิดชิดกว่าปกติ ไม่ละเลย ฉะนั้นการรื้อถอนส่วนที่เหลือต้องเข้มงวด และต้องมีวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญมาควบคุมดูแลการรื้อถอน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบและดำเนินการ ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วิศวกร

ในงานด้านวิศวกรรม จึงไม่เพียงใส่ใจแต่งานก่อสร้างเท่านั้น การรื้อถอนนับเป็นสิ่งสำคัญต่อความปลอดภัยของประชาชนและสังคมแวดล้อม จำเป็นต้องตรวจสอบการรื้อถอนตั้งแต่ การวิเคราะห์เพื่อวางแผนและออกแบบการรื้อถอน ขั้นตอนและวิธีการรื้อถอน อุปกรณ์เครื่องจักรที่นำมาใช้ต้องเหมาะสมและปลอดภัย มีการป้องกันฝุ่นละอองและเศษซาก พร้อมทั้งมีวิศวกรที่มีใบอนุญาตควบคุมงานใกล้ชิด ตลอดจนมีการสื่อสารประชาสัมพันธ์แก่ผู้สัญจรและผู้อยู่อาศัยบริเวณใกล้เคียงอย่างมีประสิทธิภาพด้วย


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

กฟผ. เชิญชวนร่วมงานสัมมนาวิชาการวิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

กฟผ. ร่วมกับหน่วยงานด้านวิศวกร อาทิ สมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กโทรนิกส์แห่งประเทศไทยสาขาวิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ฯลฯ จัดสัมมนาวิชาการและแสดงนิทรรศการ “วิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง เ...

3 องค์กรวิชาชีพ หนุนผลวิจัยจุฬาฯเลือกเกียกกายเป็นที่ตั้งรัฐสภาแห่งใหม่

กรุงเทพฯ--19 ก.ค.--เจดับบลิวที พับบลิค รีเลชั่นส์ 3 องค์กรวิชาชีพ สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ สภาวิศวกร และสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ประกาศหนุนผลวิจัยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ เลือกพื้นที่ ย่านเกียกกายเป็นที่ตั้งรัฐสภาแห่งใหม่ ระบุ เป็นพ...

ททท. รับกองทุน 20 ล้านช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวต่างชาติ

กรุงเทพฯ--4 ม.ค.--ททท. นางจุฑามาศ ศิริวรรณ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ททท. ได้รับการจัดสรรเงินจำนวน 20 ล้านบาทจากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักงานนายกรัฐมนตรี โดยนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกอ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง