ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

อบก. หนุนภาคเอกชนลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซีพีเอฟขานรับเพิ่มสัดส่วนใช้พลังงานทดแทน

ข่าวประชาสัมพันธ์พลังงานและปิโตรเคมี วันอังคารที่ ๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ๑๖:๑๑ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--5 มี.ค.--ซีพีเอฟ

องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. สนับสนุนภาคเอกชนทั้งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และภาคธุรกิจ ใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อม โดยร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ย้ำปี 2563 ตั้งเป้าลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก 7-20 % ด้านบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ขานรับนโยบายเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน

นางประเสริฐสุข เพฑูรย์สิทธิชัย ผู้อำนวยการ อบก. เปิดเผยว่า ปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกปริมาณมาก เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน ซึ่งทั่วโลกตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการช่วยบรรเทาปัญหาดังกล่าว ในส่วนของประเทศไทยตั้งเป้าหมายลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 7-20 % ในปี 2563 และภายในปี 2573 จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 20-25 % หรืออย่างต่ำ 111 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ โดยมีอบก.ทำหน้าที่สนับสนุนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ที่ผ่านมา ภาคเอกชนโดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และภาคธุรกิจซึ่งเป็นผู้ผลิต ให้ความใส่ใจร่วมลดก๊าซเรือนกระจก อาทิ ซีพีเอฟ เป็นตัวอย่างของธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารที่ช่วยลดและบรรเทาภาวะโลกร้อน มีการดำเนินโครงการลดการใช้พลังงาน เพิ่มการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลซึ่งเป็นพลังงานสะอาดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้น และเข้าร่วมโครงการกิจกรรมสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกของอบก. เช่น การเข้าร่วมโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก(Low Emission Support Scheme: LESS ) การขอรับรองฉลากคาร์บอน เป็นต้น

ด้าน นายจารุบุตร เกิดอุดม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย สิ่งแวดล้อมและพลังงาน ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน มีการดำเนินโครงการด้านการอนุรักษ์พลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่มี

นโยบายรณรงค์ประหยัดพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานตั้งแต่ปี 2547 และในปี 2559 บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายระยะยาวเพื่อลดการใช้พลังงานรวมต่อตันการผลิตและลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลงให้ได้ร้อยละ 15 ในปี 2563 เทียบกับปี 2558 ล่าสุดในปี 2561 สามารถลดการใช้พลังงานรวมและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อตันการผลิตลดลงร้อยละ 6 และ 8 ตามลำดับ เป็นผลจากโครงการด้านพลังงานและการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน อาทิ การใช้เชื้อเพลิงชีวมวลทดแทนถ่านหินในหม้อไอน้ำสายธุรกิจผลิตอาหารสัตว์บก และโครงการใช้ก๊าซชีวภาพในสายธุรกิจไก่เนื้อและไก่ไข่ ทำให้ซีพีเอฟประสบผลสำเร็จสูงสุดในการเพิ่มสัดส่วนของพลังงานทดแทนจากร้อยละ 21 เป็นร้อยละ 25 ตามเป้าหมายการใช้พลังงานทดแทนของประเทศไทย และซีพีเอฟยังคงมุ่งมั่นพัฒนาการใช้พลังงานทดแทนและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นในปีต่อๆไป

ทั้งนี้ ซีพีเอฟดำเนินโครงการด้านลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยระหว่างปี 2552- 2561 มีโครงการด้านลดการใช้พลังงานกว่า 350 โครงการ บริษัทฯ คาดว่าในปี 2562 สามารถลดใช้พลังงานรวมและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อตันการผลิตเทียบกับปี 2558 เพิ่มเป็นร้อยละ 10 และ 12 ตามลำดับ จากการดำเนินโครงการต่าง ๆ อาทิ การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในระบบทำความเย็นและระบบปรับอากาศขนาดใหญ่ คาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 5,354 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โครงการซีพีเอฟ โซลาร์ รูฟท็อป ซึ่งเป็นโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาขนาด 40 เมกะวัตต์ (MW) โดยจะติดตั้งโรงงานแห่งแรกที่โรงงานแปรรูปไข่บ้านนา จังหวัดนครนายก และมีแผนจะดำเนินการทั้งหมด 34 หน่วยงานให้แล้วเสร็จภายในปี 2562 ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 28,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เป็นต้น

นอกจากนี้ บริษัท ฯ ร่วมกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.)กระทรวงพลังงาน จัดอบรมให้แก่ผู้ตรวจสอบและรับรองตรวจสอบการจัดการพลังงานตามกฎหมายของซีพีเอฟ (CPF Energy Auditor) พัฒนาความเชี่ยวชาญ เทคนิคการตรวจสอบการจัดการพลังงานให้มีความเป็นมืออาชีพ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยพัฒนาระบบการจัดการพลังงานของบริษัทฯให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง