ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

บี.กริม เพาเวอร์ #BGRIM โชว์รายได้ทั้งปีพุ่งเป็น 3.65 หมื่นล้านบาท

ข่าวประชาสัมพันธ์พลังงานและปิโตรเคมี วันพฤหัสบดีที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๒ ๑๔:๔๖ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--28 ก.พ.--บี.กริม เพาเวอร์

บี.กริม เพาเวอร์ 'BGRIM' โชว์รายได้ทั้งปีพุ่งเป็น 3.65 หมื่นล้านบาท หนุนกำไรเติบโต 6.7% พร้อมจ่ายปันผลช่วงครึ่งปีหลัง 0.17 บาทต่อหุ้น

บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) โชว์รายได้เติบโตกว่า 16% เป็น 36,585 ล้านบาท จากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าใหม่ ทำให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานในงบการเงินรวมปี 2561 ขยายตัวเป็น 3,027 ล้านบาท เดินหน้าก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนามและโครงการพลังงานทดแทนอื่นหนุนกำลังการผลิตโตก้าวกระโดดอีก 34% ในปี 2562 พร้อมประกาศจ่ายปันผลสำหรับผลประกอบการช่วงครึ่งปีหลังที่ 17 สตางค์ต่อหุ้น

นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ หรือ BGRIM เปิดเผยผลการดำเนินงานปี 2561 ว่า บริษัทมีการเติบโตของรายได้กว่า 16.2% จากปีก่อนหน้าเป็น 36,585 ล้านบาท จากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ของโครงการโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (เอสพีพี) ABPR3, ABPR4 และ ABPR5 จำนวนกำลังการผลิตติดตั้งรวม 399 MW และ COD ของโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งพื้นดิน สำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์ 7 โครงการ รวมกำลังการผลิตติดตั้ง 30.8 MW ทำให้ปี 2561 บริษัทมีกำลังการผลิตติดตั้งเพิ่มขึ้น 430 MW หรือเติบโตถึง 26% จากปีก่อนหน้า

ขณะที่กำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Normalized net profit) ในงบการเงินรวมปี 2561 ขยายตัวเป็น 3,027 ล้านบาท เป็นส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทใหญ่ 1,842 ล้านบาท ซึ่งเติบโตถึง 6.7 % จากปีก่อนหน้า อันเป็นผลจากการ COD ของโรงไฟฟ้าใหม่ และการลดลงของต้นทุนทางการเงิน จากการออกหุ้นกู้ระดับโครงการในเดือน พ.ค. และหุ้นกู้ระดับบริษัทในเดือน ต.ค. และหุ้นกู้กรีนบอนด์ในเดือนธ.ค. 2561 ซึ่งหุ้นกู้กรีนบอนด์ถือเป็นรายแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองโดย Climate Bonds Initiative มีการจัดทำแนวทางปฎิบัติสากลสอดคล้องกับมาตราฐานเกณฑ์การออกพันธบัตรอาเซียนกรีนบอนด์ (ASEAN Green Bond Standards) และได้รับรางวัล Most Innovative Bond Deal จากสมาคมตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เมื่อวันที่ 21 ก.พ ที่ผ่านมา

บริษัทพร้อมจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนหลังของปี 2561 ในอัตราหุ้นละ 17 สตางค์ โดยจะจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผลตามที่ปรากฏรายชื่อ ณ วันกำหนดสิทธิผู้ถือหุ้น (Record Date) ในวันที่ 14 มี.ค. 2562 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 10 พ.ค. 2562

ในปี 2562 บริษัทยังเดินหน้าธุรกิจตามแผน มีโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและพัฒนาอีก 17 โครงการรวมกำลังการผลิตติดตั้ง 1,050 MW ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตโดยรวมเพิ่มเป็น 3,126 MW ณ ปี 2565 โดยเป็นโครงการที่มีกำหนดการ COD ในปีนี้ 4 โครงการ รวมกำลังการผลิตติดตั้ง 697 MW ได้แก่ โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศเวียดนาม DTE1&2 ซึ่งเป็นโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่อยู่ระหว่างพัฒนาที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนด้วยกำลังการผลิตติดตั้ง 420 MW และโครงการ Phu Yen TTP กำลังการผลิตติดตั้ง 257 MW โดยทั้งสองโครงการมีกำหนดการ COD ในเดือน มิ.ย. โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Nam Che กำลังการผลิตติดตั้ง 15 MW คาดว่าจะ COD ได้ในครึ่งแรกของปี และโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม 5 MW ซึ่งมีกำหนดการ COD ในช่วงสิ้นปี นับเป็นปีที่บริษัทจะมีการเติบโตของกำลังการผลิตอย่างก้าวกระโดดกว่า 34%

นอกจากนี้บริษัทเพิ่งประกาศความสำเร็จในการซื้อโรงไฟฟ้า โกลว์ เอสพีพี 1 จาก GLOW ซึ่งคาดว่าจะได้รับการอนุมัติจาก กกพ. ภายในไตรมาส 1 ปี 2562 บริษัทเล็งเห็นถึงศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าโครงการในระยะยาว เนื่องจากพื้นที่มาบตาพุดเป็นแหล่งอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุด มีความต้องการไฟฟ้าและไอน้ำในระดับสูงมาก และโรงไฟฟ้าแห่งนี้อยู่ในเงื่อนไขซึ่งได้รับความเห็นชอบให้ต่ออายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก (เอสพีพี) จากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2562 หากรวมโครงการนี้แล้วกำลังการผลิตโดยรวมของบริษัทจะเพิ่มเป็น 3,250 MW ในปี 2565

ส่วนโอกาสการลงทุนในต่างประเทศนั้น บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาและศึกษาข้อมูลโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนในหลายประเทศไม่ว่าจะเป็น ประเทศเกาหลี เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และลาว เพื่อบรรลุเป้าหมายกำลังการผลิตติดตั้งที่ 5,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2565


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง