ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ราคาน้ำมันดิบคาดปรับลดลง จากความกังวลต่อภาวะอุปทานล้นตลาด

ข่าวประชาสัมพันธ์พลังงานและปิโตรเคมี วันจันทร์ที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๖:๐๓ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--24 ธ.ค.--ไทยออยล์

บทวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันประจำสัปดาห์ โดย บมจ.ไทยออยล์: ฉบับวันที่ 24 ธันวาคม 2561

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 43 - 48 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 51 - 56 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (24 - 28 ธ.ค. 61)

ราคาน้ำมันดิบคาดว่าจะปรับตัวลดลง จากความกังวลของนักลงทุนต่อภาวะอุปทานน้ำมันดิบล้นตลาดและอัตราการเติบโตของอุปสงค์น้ำมันดิบโลกที่มีแนวโน้มลดลง จากการชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก ประกอบกับ ปริมาณน้ำมันดิบโลกมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังกำลังการผลิตน้ำมันดิบของผู้ผลิตรายใหญ่ในเดือน ธ.ค. อยู่ในระดับสูง และแหล่งผลิตน้ำมันดิบที่ใหญ่ที่สุดของลิเบียคาดจะกลับมาดำเนินการเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบคาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากความร่วมมือในการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบในปีหน้าของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปก ประกอบกับ ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐมีแนวโน้มปรับตัวลดลง จากความต้องการใช้น้ำมันดีเซลและอากาศยานในช่วงฤดูหนาวที่ปรับสูงขึ้น

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:
  • นักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวของความต้องการใช้น้ำมันดิบโลกที่ปรับตัวลดลง จากแนวโน้มการเติบโตเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง หลังเศรษฐกิจจีนและยุโรปค่อนข้างซบเซา ในขณะที่การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอตัวลง หลังธนาคารกลาง (เฟด) ปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยขึ้นจากร้อยละ 2.25 เป็นร้อยละ 2.5 โดยเฟดมองว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะยังคงอยู่ในระดับดี และไม่จำเป็นจะต้องได้รับแรงสนับสนุนจากเฟดในการรักษาอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำ
  • อุปทานน้ำมันดิบโลกคาดปรับเพิ่มขึ้น จากการคาดว่าแหล่งผลิตน้ำมันดิบ El Sharara ซึ่งเป็นแหล่งน้ำมันดิบที่ใหญ่ที่สุดของลิเบียจะกลับมาดำเนินการอีกครั้ง เนื่องจาก นายกรัฐมนตรีลิเบียสามารถตกลงกับกลุ่มกองกำลังติดอาวุธได้สำเร็จ หลังกองกำลังติดอาวุธเข้าบุกยึดแหล่งผลิตน้ำมันดิบดังกล่าว ซึ่งมีกำลังการผลิตกว่า 315,000 บาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้บริษัทน้ำมันแห่งชาติของลิเบีย (NOC) ต้องประกาศเหตุสุดวิสัย (Force Majeure) ยกเลิกการส่งน้ำมันดิบจากแหล่งผลิตนี้ ทั้งนี้แหล่งผลิตน้ำมันดิบ El Sharara ยังไม่เริ่มกลับมาดำเนินการในขณะนี้ เนื่องจาก แหล่งผลิตยังไม่ได้รับคำสั่งจากบริษัทแห่งชาติของลิเบีย
  • ตลาดยังคงกังวลต่อภาวะอุปทานล้นตลาด หลังประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ ประกอบด้วย สหรัฐฯ รัสเซีย และ ซาอุดิอาระเบีย ยังคงระดับการผลิตอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับปริมาณการผลิตสูงสุดของแต่ละประเทศ โดยกำลังการผลิตของรัสเซียในเดือน ธ.ค. 61 อยู่ที่ระดับ 10.42 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งใกล้เคียงสถิติการผลิตสูงสุดในเดือน ต.ค. 61 ที่ระดับ 11.41 ล้านบาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) คาดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดาน (Shale Oil) จะปรับเพิ่มขึ้น แตะระดับ 8 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปีนี้ และอาจเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 8.73 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ม.ค. 62
  • ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกมีแนวโน้มปรับตัวลดลง หลังกลุ่มผู้ผลิตตกลงที่จะให้ความร่วมมือในการลดกำลังการผลิตในปีหน้าลงรวม 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากปริมาณการผลิตในเดือน ต.ค. 61 เพื่อพยุงราคาน้ำมันดิบและลดปริมาณน้ำมันดิบคงคลังโลก โดยซาอุดิอาระเบีย หวังว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังจะลดลงภายในช่วงไตรมาสแรกของปี 2019 ในขณะที่ รัฐเซียยืนยันที่จะปรับลดกำลังการผลิตในช่วงไตรมาสแรกลง 228,000 บาร์เรลต่อวัน
  • ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับตัวลดลง หลังโรงกลั่นคงอัตราการกลั่นที่อยู่ในระดับสูง ประกอบกับอุปทานน้ำมันดีเซลและอากาศยานมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดยล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานว่าอุปสงค์น้ำมันดีเซลและอากาศยานปรับตัวเพิ่มขึ้น แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ ม.ค. 46 อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังอาจลดลงไม่มากนัก หลังสหรัฐฯ ขยายท่อขนส่ง Sunrise ใน West Texas ตั้งแต่เดือน พ.ย. 61
  • ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิตสหรัฐฯ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกสหรัฐฯ และดัชนีสัญญาการซื้อบ้านที่รอการปิดขายจากสหรัฐฯ
สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (17 - 21 ธ.ค. 61)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลง 5.61 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 45.59 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 6.46 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 53.82 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 54 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังได้รับแรงกดดันจากการปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ เนื่องจากนักลงทุนกังวลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง ประกอบกับธนาคารกลาง (เฟด) ปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอีกร้อยละ 0.25 เป็น ร้อยละ 2.5 ซึ่งอาจส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงและความต้องการใช้น้ำมันลดลง และปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ปรับลดลง 497,000 บาร์เรล ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะลดลงถึง 2.4 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุน จากข้อตกลงในการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปก


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

เชลล์หวั่นราคาเบนซินอาจดีดตัวขึ้นอีกสะท้อนภาวะตลาดโลก

นายกมล คงสกุลวัฒนสุข ผู้จัดการฝ่ายราคาขายปลีก-ประเทศไทย บรัษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่าจากการที่ บริษัทฯ ได้ติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่ายังอยู่ในภาวะผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง...

ธนาคารทหารไทย คาดว่า ไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวในอัตราร้อยละ 3.4

กรุงเทพฯ--1 ก.ย.--ธนาคารทหารไทย นางรัตนา เล็งศิริวัฒน์ เจ้าหน้าที่บริหารงานวิจัย ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ยังคงได้รับปัจจัยลบต่างๆ โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันดิบดูไบ ปรับตัวสูงขึ้นจากช่ว...

ก.พลังงาน แจกคู่มือ "ลดใช้รถ ลดใช้น้ำมัน" 5 แสนเล่ม ชวนคนไทยประหยัดน้ำมัน ลดผลกระทบราคาน้ำมันพุ่ง

กรุงเทพฯ--7 มี.ค.--สนพ. กระทรวงพลังงาน ผลิตคู่มือประหยัดน้ำมัน 5 แสนเล่ม รณรงค์ประชาชน ลดการใช้น้ำมัน ภายใต้แคมเปญ "ไทยช่วยไทย ลดใช้พลังงาน" นายเชิดพงษ์ สิริวิชช์ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง