ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม จากคาดการณ์ผลการประชุมการปรับลดกำลังการผลิต

ข่าวประชาสัมพันธ์พลังงานและปิโตรเคมี วันจันทร์ที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๕:๕๗ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--3 ธ.ค.--ไทยออยล์

บทวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันประจำสัปดาห์ โดย บมจ.ไทยออยล์: ฉบับวันที่ 3 ธันวาคม 2561

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 49 - 54 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 57 - 62 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (3 - 7 ธ.ค. 61)

ราคาน้ำมันดิบคาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้น จากแรงหนุนของการประชุมระหว่างผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกที่จะมีการพิจารณาปรับลดกำลังการผลิต เพื่อรักษาสมดุลตลาดน้ำมันดิบ นอกจากนี้ ยังได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่คาดจะปรับลดลงเป็นสัปดาห์แรกในรอบ 2 เดือน หลังความต้องการใช้น้ำมันดิบของสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น ประกอบกับ ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านยังคงอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มถูกกดดันจากภาวะอุปทานล้นตลาด หลังผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกปรับเพิ่มกำลังการผลิตในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากคาดการณ์ว่าอุปทานน้ำมันดิบจากอิหร่านจะปรับลดลงมาก

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:
  • จับตาการประชุมระหว่างผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกในวันที่ 6 ธ.ค. 61 จะมีการปรับลดกำลังการผลิตหรือไม่ โดยตลาดคาดการณ์ว่ากลุ่มผู้ผลิตมีแนวโน้มปรับลดกำลังการผลิตลง 1.0 - 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวันเทียบกับปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในเดือน ต.ค. 61 หลังตลาดน้ำมันดิบเผชิญกับแรงกดดันจากภาวะอุปทานน้ำมันดิบล้นตลาดและอุปสงค์ที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงตามสภาวะเศรษฐกิจโลก โดยล่าสุดซาอุดิอาระเบียได้ส่งสัญญาณว่าควรจะมีการลดกำลังการผลิตเพื่อรักษาสมดุลตลาดน้ำมันดิบ ขณะที่ผู้ผลิตรายอื่น ในกลุ่มโอเปก ได้แก่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิรัก และลิเบียพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการปรับลดกำลังการผลิต อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตารัสเซียว่าจะเห็นด้วยกับข้อตกลงดังกล่าวหรือไม่ หลังรัสเซียค่อนข้างพอใจกับระดับราคาน้ำมันดิบที่ปัจจุบันที่ราว 60 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
  • ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ คาดจะปรับลดลงเป็นสัปดาห์แรกในรอบ 2 เดือน หลังความต้องการใช้น้ำมันดิบของสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากโรงกลั่นส่วนใหญ่เริ่มกลับมาจากการปิดซ่อมบำรุงตามฤดูกาล โดย สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณการกลั่นน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือนที่ราว 17.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามปริมาณการผลิตน้ำมันดิบและนำเข้าน้ำมันดิบสุทธิของสหรัฐฯ ว่าจะปรับเพิ่มขึ้นหรือไม่
  • ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านในเดือน พ.ย. 61 มีแนวโน้มปรับลดลง แม้ว่าสหรัฐฯ จะประกาศผ่อนผันให้ 8 ประเทศได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน อินเดีย อิตาลี กรีซ และตุรกี สามารถนำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่านได้ ทั้งนี้เนื่องจาก เกาหลีใต้และญี่ปุ่นเริ่มวางแผนที่จะกลับมานำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่านตั้งแต่ เดือนม.ค. 62 เป็นต้นไป
  • ตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากภาวะอุปทานล้นตลาด หลังผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ของโลก ได้แก่ สหรัฐฯ รัสเซีย และซาอุดิอาระเบีย ปรับเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นต่อเนื่อง โดยในสัปดาห์ล่าสุด EIA รายงานปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นมาแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 11.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่ ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของรัสเซียและซาอุดิอาระเบียอยู่ที่ราว 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ อุปสงค์มีแนวโน้มชะลอตัวลงจากเศรษฐกิจโลกที่เผชิญกับแรงกดดันมากขึ้นจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน
  • ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ คาดจะไม่ได้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นมากนัก หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้าอย่างค่อยเป็นไปค่อยไป จากเดิมที่คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยราว 3 ครั้ง หลังเศรษฐกิจโลกเผชิญกับความเสี่ยงที่มากขึ้นจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึง การเจรจาออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร (Brexit)
  • ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิตและบริการสหรัฐฯ อัตราการว่างงานสหรัฐฯ การจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ ดัชนีภาคการผลิตและบริการยูโรโซน จีดีพียูโรโซนไตรมาส 3/61 และดัชนีภาคผลิตและบริการจีน
สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (26 - 30 พ.ย. 61)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวขึ้น 0.51 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 50.93 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 0.09 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 58.71 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 59 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10 สัปดาห์ติดต่อกัน ประกอบกับปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของซาอุดิอาระเบียที่ปรับเพิ่มขึ้นส่งผลให้ตลาดกังวลกับภาวะอุปทานล้นตลาดมากขึ้น นอกจากนี้ ราคายังถูกกดดันจากความตึงเครียดเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่จะกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันโลก อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นเล็กน้อยจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่เริ่มฟื้นตัว


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

เชลล์หวั่นราคาเบนซินอาจดีดตัวขึ้นอีกสะท้อนภาวะตลาดโลก

นายกมล คงสกุลวัฒนสุข ผู้จัดการฝ่ายราคาขายปลีก-ประเทศไทย บรัษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่าจากการที่ บริษัทฯ ได้ติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่ายังอยู่ในภาวะผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง...

ธนาคารทหารไทย คาดว่า ไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวในอัตราร้อยละ 3.4

กรุงเทพฯ--1 ก.ย.--ธนาคารทหารไทย นางรัตนา เล็งศิริวัฒน์ เจ้าหน้าที่บริหารงานวิจัย ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ยังคงได้รับปัจจัยลบต่างๆ โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันดิบดูไบ ปรับตัวสูงขึ้นจากช่ว...

ก.พลังงาน แจกคู่มือ "ลดใช้รถ ลดใช้น้ำมัน" 5 แสนเล่ม ชวนคนไทยประหยัดน้ำมัน ลดผลกระทบราคาน้ำมันพุ่ง

กรุงเทพฯ--7 มี.ค.--สนพ. กระทรวงพลังงาน ผลิตคู่มือประหยัดน้ำมัน 5 แสนเล่ม รณรงค์ประชาชน ลดการใช้น้ำมัน ภายใต้แคมเปญ "ไทยช่วยไทย ลดใช้พลังงาน" นายเชิดพงษ์ สิริวิชช์ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง