ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง หลังได้รับแรงหนุนจากภาวะอุปทานที่ตึงตัว

ข่าวประชาสัมพันธ์พลังงานและปิโตรเคมี วันจันทร์ที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๒:๑๔ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--10 ก.ย.--ไทยออยล์

บทวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันประจำสัปดาห์ โดย บมจ.ไทยออยล์: ฉบับวันที่ 6 กันยายน 2561

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 64 - 69 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 74 – 79 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (10 - 14 ก.ย. 61)

ราคาน้ำมันดิบคาดจะทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง หลังยังคงได้รับแรงหนุนจากปริมาณการส่งออกของอิหร่านและเวเนซุเอลาที่ปรับลดลงต่อเนื่อง นอกจากนี้ ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ คาดจะปรับลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน หลังได้รับแรงหนุนจากโรงกลั่นที่คงกำลังการกลั่นในระดับสูงและปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่ปรับลดลง หลังได้รับผลกระทบจากพายุ Gordon ประกอบกับเกิดเหตุการณ์ประท้วงในอิรักตอนใต้ โดยผู้ประท้วงได้รุกล้ำเข้าไปในเขตผลิตน้ำมันดิบ กำลังการผลิต 400,000 บาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้เกิดความกังวลต่ออุปทานน้ำมันที่อาจขาดหายไป อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบคาดว่าจะได้รับแรงกดดันจากปัญหาความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ที่คาดว่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน หลังสหรัฐฯ เตรียมประกาศเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 25 กับสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ซึ่งรวมมูลค่ากว่า 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในเร็วๆนี้

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:
  • ปริมาณการผลิตและส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านคาดจะปรับลดลง หลังหลายประเทศได้เริ่มปรับลดการนำเข้าน้ำมันดิบลงก่อนที่จะมีการประกาศคว่ำบาตรในวันที่ 4 พ.ย. โดยปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของอิหร่านในเดือน ส.ค. ปรับลดลงกว่า 150,000 บาร์เรลต่อวันจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 3.55 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่ปริมาณการส่งออกปรับลดลงมาแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน มี.ค. ที่ราว 2.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากเกาหลีใต้ได้หยุดการนำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่าน ขณะที่ญี่ปุ่นและอินเดียเริ่มทยอยปรับลดการนำเข้าลง อย่างไรก็ตาม จีนยังคงนำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่านในระดับสูงต่อเนื่อง
  • ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับลดลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน เนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันยังคงกำลังการกลั่นในระดับสูงต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันที่เติบโตขึ้นต่อเนื่อง นอกจากนี้ ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ คาดจะปรับลดลงหลังผู้ผลิตน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติหยุดดำเนินการผลิตก่อนที่พายุ Gordon จะเคลื่อนตัวเข้าใกล้แหล่งผลิต โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 31 ส.ค. 61 ปรับตัวลดลง 4.3 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 401.5 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ว่าจะปรับลดลง 1.9 ล้านบาร์เรล
  • เศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันโลกคาดจะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ยังคงทวีความรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่จะถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลก (WTO) และเตรียมเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 25 กับสินค้านำเข้าของจีนมูลค่ารวมกว่า 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในเร็วๆ นี้ ขณะที่จีนคาดจะมีการออกมาตรการตอบโต้โดยการเก็บภาษีนำเข้ากับสินค้าของสหรัฐฯ ในอัตราร้อยละ 25
  • จับตาการประชุมระหว่างผู้ผลิตทั้งในและนอกโอเปกในวันที่ 11 และ 23 ก.ย.นี้ ว่ากลุ่มผู้ผลิตจะมีการพิจารณาปรับเพิ่มปริมาณการผลิตขึ้นเพื่อชดเชยปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของเวเนซุเอลาและอิหร่านที่ขาดหายไปหรือไม่ โดยล่าสุดในเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ผลิตปรับเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นกว่า 0.22 ล้านบาร์เรลต่อวัน มาสู่ระดับ 32.79 ล้านบาร์เรลต่อวัน นำโดยการผลิตของลิเบียที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศเริ่มคลี่คลายลง
  • ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมจีน ยอดค้าปลีกจีน ดัชนีราคาผู้ผลิตและผู้บริโภคจีน ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ และดัชนีราคาผู้ผลิตและผู้บริโภคสหรัฐฯ
สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (3 – 7 ก.ย. 61)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลง 2.05 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 67.75 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 0.59 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 76.83 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 75.0 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล โดยได้รับแรงหนุนจากกำลังการผลิตของอิหร่านที่ได้ปรับลดลงกว่า 150,000 บาร์เรลต่อวัน หลังประสบกับการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ ประกอบกับ กำลังการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐฯ ได้ปรับลดลงกว่าร้อยละ 9.4 หลังมีการระงับการผลิตที่แท่นขุดเจาะน้ำมัน 2 แห่งในอ่าวเม็กซิโก ก่อนพายุร้อน Gordon จะมุ่งหน้าเข้าไปในบริเวณดังกล่าว รวมถึง น้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ทึ่ได้ปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 3 อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังคงได้รับแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง จากปริมาณการผลิตของกลุ่มโอเปกที่ได้ปรับเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยรายงานโอเปกล่าสุดเผยว่ากำลังการผลิตของกลุ่มโอเปกได้เพิ่มขึ้นมากว่า 200,000 บาร์เรลต่อวัน จากเดือน พ.ค. ไปยังเดือน ก.ค. นอกจากนี้ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังคงไม่มีแนวโน้มที่จะยุติ หลังทั้งประเทศไม่สามารถตกลงกันได้ในการประชุมที่ผ่านมา


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

เชลล์หวั่นราคาเบนซินอาจดีดตัวขึ้นอีกสะท้อนภาวะตลาดโลก

นายกมล คงสกุลวัฒนสุข ผู้จัดการฝ่ายราคาขายปลีก-ประเทศไทย บรัษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่าจากการที่ บริษัทฯ ได้ติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่ายังอยู่ในภาวะผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง...

ธนาคารทหารไทย คาดว่า ไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวในอัตราร้อยละ 3.4

กรุงเทพฯ--1 ก.ย.--ธนาคารทหารไทย นางรัตนา เล็งศิริวัฒน์ เจ้าหน้าที่บริหารงานวิจัย ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ยังคงได้รับปัจจัยลบต่างๆ โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันดิบดูไบ ปรับตัวสูงขึ้นจากช่ว...

ก.พลังงาน แจกคู่มือ "ลดใช้รถ ลดใช้น้ำมัน" 5 แสนเล่ม ชวนคนไทยประหยัดน้ำมัน ลดผลกระทบราคาน้ำมันพุ่ง

กรุงเทพฯ--7 มี.ค.--สนพ. กระทรวงพลังงาน ผลิตคู่มือประหยัดน้ำมัน 5 แสนเล่ม รณรงค์ประชาชน ลดการใช้น้ำมัน ภายใต้แคมเปญ "ไทยช่วยไทย ลดใช้พลังงาน" นายเชิดพงษ์ สิริวิชช์ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง