ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ราคาน้ำมันดิบถูกกดดัน จากอุปทานที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข่าวประชาสัมพันธ์พลังงานและปิโตรเคมี วันจันทร์ที่ ๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๒:๔๐ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--6 ส.ค.--ไทยออยล์

บทวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันประจำสัปดาห์ โดย บมจ.ไทยออยล์: ฉบับวันที่ 6 สิงหาคม 2561

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 66 – 71 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 70 - 75 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (6 – 10 ส.ค. 61)

ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวลดลง หลังได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่คาดจะปรับเพิ่มขึ้น หลังการนำเข้าน้ำมันดิบจากประเทศแคนาดามีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึง ปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปก หลังมีการตกลงเพิ่มการผลิตในการประชุมโอเปกที่ผ่านมา นอกจากนี้ ปริมาณการส่งออกจากลิเบียมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคายังได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์ความไม่สงบในบริเวณช่องแคบ Bab El- Mandeb และ อิหร่านที่ปริมาณการส่งออกคาดจะปรับลดลง หลังเผชิญกับการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:
  • ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หลังปริมาณการผลิตน้ำมันดิบทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง ขณะที่ปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของสหรัฐฯ คาดจะปรับเพิ่มขึ้นหลังแหล่งผลิตน้ำมันดิบ Syncrude ในแคนาดา กำลังการผลิต 360,000 บาร์เรลต่อวัน มีแนวโน้มกลับมาผลิตได้ตามปกติในเดือน ส.ค. โดยปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 27 ก.ค. ปรับเพิ่มขึ้น 3.8 ล้านบาร์เรล สวนทางกับตลาดที่คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับลดลง 3.0 ล้านบาร์เรล
  • ความร่วมมือในการปรับลดกำลังการผลิตระหว่างผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกได้ปรับลดลงกว่าร้อยละ 5 มาอยู่ที่ระดับร้อยละ 111 ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หลังทั้งสองกลุ่มผู้ผลิตตัดสินใจปรับเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมโอเปกที่ผ่านมา โดยในเดือนกรกฎาคม ประเทศซาอุดิอาระเบีย คูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ปรับเพิ่มกำลังการผลิตรวมกันกว่า 170,000 บาร์เรลต่อวันจากเดือนก่อนหน้า
  • ปริมาณการผลิตและส่งออกของลิเบียมีแนวโน้มที่จะปรับเพิ่มขึ้น หลังท่าเรือขนส่งน้ำมันดิบ Zueitina และ Hariga กลับมาดำเนินการตามปกติ นอกจากนี้ ท่าเรือ Ras Lanuf และ Es Sider สามารถกลับมาเปิดดำเนินการได้บ้างแล้ว แม้ว่าจะอยู่ระหว่างการซ่อมบำรุงถังเก็บน้ำมันดิบ อย่างไรก็ตาม ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจากแหล่ง Sharara ยังคงขาดหายไปกว่า 160,000 บาร์เรลต่อวัน หลังเกิดเหตุลักพาตัวคนงานโดยกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ
  • จับตาสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณช่องแคบ Bab El- Mandeb หลังซาอุดิอาระเบียประกาศหยุดการส่งออกน้ำมันดิบผ่านทางช่องแคบดังกล่าวเป็นการชั่วคราว เนื่องจากกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบฮูตีในเยเมนเข้าโจมตีเรือขนส่งน้ำมันดิบสองลำ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะคลี่คลายลง หลังกลุ่มก่อความไม่สงบประกาศหยุดการโจมตีชั่วคราวถึงสัปดาห์หน้า ถ้าหากน้ำมันดิบไม่สามารถขนส่งผ่านช่องแคบดังกล่าวได้จะส่งผลให้น้ำมันดิบจากซาอุดิอาระเบียกว่า 500,000 บาร์เรลต่อวันเกิดความล่าช้าและมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น เนื่องจากต้องเปลี่ยนเส้นทางไปสู่แหลม Good Hope แทน
  • สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ยังทวีความรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง หลังสหรัฐฯ ต้องการปรับเพิ่มอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่ากว่า 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 25 จากเดิมที่ร้อยละ 10 เพื่อเป็นการตอบโต้จีนที่ไม่ยินยอมปฎิบัติตามข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ และเตรียมที่จะออกมาตรการภาษีตอบโต้กลับสหรัฐฯ ในเร็วๆ นี้ ซึ่งนโยบายดังกล่าวคาดจะมีผลบังคับใช้ในเดือน ก.ย. นอกจากนี้สหรัฐฯ ยังขู่เก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนทุกชนิดรวมมูลค่ากว่า 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยสงครามการค้าครั้งนี้คาดว่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและกดดันความต้องการใช้น้ำมันโลก
  • ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิตและดัชนีราคาผู้บริโภคจีน จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯ และดัชนีราคาผู้ผลิตและดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐฯ
สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (30 ก.ค. – 3 ส.ค. 61)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลง 0.20 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 68.49 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 1.08 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 73.21 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 71.0 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล โดยได้รับแรงกดดันจากน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 3.8 ล้านบาร์เรล หลังปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบปรับลดลงกว่า 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวันจากสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึง การปรับเพิ่มปริมาณการผลิตจากผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกที่เริ่มส่งผลให้ตลาดน้ำมันดิบตึงตัวน้อยลง อย่างไรก็ตาม การส่งออกที่ถูกกระทบจากความไม่สงบในประเทศ ลิเบีย ซาอุดิอาระเบีย และนอรเวย์ ส่งผลให้ตลาดเกิดความกังวลต่ออุปทานน้ำมันดิบที่มีแนวโน้มตึงตัวมากขึ้น


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

เชลล์หวั่นราคาเบนซินอาจดีดตัวขึ้นอีกสะท้อนภาวะตลาดโลก

นายกมล คงสกุลวัฒนสุข ผู้จัดการฝ่ายราคาขายปลีก-ประเทศไทย บรัษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่าจากการที่ บริษัทฯ ได้ติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่ายังอยู่ในภาวะผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง...

ธนาคารทหารไทย คาดว่า ไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวในอัตราร้อยละ 3.4

กรุงเทพฯ--1 ก.ย.--ธนาคารทหารไทย นางรัตนา เล็งศิริวัฒน์ เจ้าหน้าที่บริหารงานวิจัย ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ยังคงได้รับปัจจัยลบต่างๆ โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันดิบดูไบ ปรับตัวสูงขึ้นจากช่ว...

ก.พลังงาน แจกคู่มือ "ลดใช้รถ ลดใช้น้ำมัน" 5 แสนเล่ม ชวนคนไทยประหยัดน้ำมัน ลดผลกระทบราคาน้ำมันพุ่ง

กรุงเทพฯ--7 มี.ค.--สนพ. กระทรวงพลังงาน ผลิตคู่มือประหยัดน้ำมัน 5 แสนเล่ม รณรงค์ประชาชน ลดการใช้น้ำมัน ภายใต้แคมเปญ "ไทยช่วยไทย ลดใช้พลังงาน" นายเชิดพงษ์ สิริวิชช์ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง