ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ราคาน้ำมันดิบยืนในระดับสูงต่อเนื่อง จากอุปทานที่มีแนวโน้มตึงตัวมากขึ้น หลังทรัมป์คว่ำบาตรอิหร่าน

ข่าวประชาสัมพันธ์พลังงานและปิโตรเคมี วันจันทร์ที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๕:๒๕ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--14 พ.ค.--ไทยออยล์

บทวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันประจำสัปดาห์ โดย บมจ.ไทยออยล์: ฉบับวันที่ 14 พฤษภาคม 2561

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 69 -74 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 74 -79 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (14 – 18 พ.ค. 61 )

ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับสูง หลังได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดที่ปะทุขึ้นหลังทรัมป์ตัดสินใจให้สหรัฐฯออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์และดำเนินการคว่ำบาตรอิหร่านอีกครั้ง ส่งผลให้มีแนวโน้มที่อุปทานน้ำมันจะตึงตัวมากขึ้น นอกจากนี้ผู้ผลิตน้ำมันในกลุ่มโอเปกได้ปรับลดกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำมันดิบคงคลังของโลกปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากการปรับเพิ่มกำลังการผลิตในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นมากว่า 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากต้นปีที่ผ่านมา

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:
  • ตลาดน้ำมันดิบมีแนวโน้มตึงตัวมากขึ้น หลังสหรัฐฯ ถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ของอิหร่านและมีการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจในระดับสูงสุดต่ออิหร่านอีกครั้ง กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ออกมาชี้แจงว่าการคว่ำบาตรจะยังไม่ได้มีผลบังคับใช้ทันที แต่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในอีก 180 วันข้างหน้า จึงจะเริ่มส่งผลกระทบต่อปริมาณส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่าน ในขณะนี้นักวิเคราะห์คาดปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านจะปรับลดลงราว 300,000 – 1,000,000 บาร์เรลต่อวัน โดยขนาดของผลกระทบจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับว่าประเทศต่างๆ จะดำเนินการตามมาตรการของสหรัฐฯ มากน้อยเพียงใด โดยบางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้และยุโรป คาดจะดำเนินการตามสหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ ซึ่งอาจจะนำไปสู่บทลงโทษจากการคว่ำบาตรทางการเงินของสหรัฐฯ ได้
  • ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ คาดจะปรับลดลงต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนหน้า หลังโรงกลั่นน้ำมันมีแนวโน้มเพิ่มกำลังการกลั่นเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้น รวมถึง โรงกลั่นบางส่วนที่มีการปิดซ่อมบำรุงฉุกเฉินไปในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาคาดจะกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ นอกจากนี้ ปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของสหรัฐฯ คาดจะยังคงอยู่ในระดับจำกัด โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 4 พ.ค. ปรับลดลง 2.2 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 433.8 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะปรับลดลง 0.7 ล้านบาร์เรล
  • ผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกยังคงเดินหน้าปรับลดกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยระดับความร่วมมือของกลุ่มโอเปกแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือน เม.ย. นี้ นำโดยเวเนซุเอลาที่ปริมาณการผลิตลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 33 ปี และอิรักที่ปริมาณการผลิตปรับลดลง เนื่องจากมีปัญหาทางเทคนิคในการขนส่งและลำเลียงน้ำมันดิบ ซึ่งส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังทั่วโลกปรับลดลงมาใกล้เคียงกับระดับค่าเฉลี่ย 5 ปีซึ่งเป็นเป้าหมายของกลุ่มโอเปก ซึ่งนับเป็นการลดลงอย่างมากจากเดือน ม.ค. 60 ที่ราว 340 ล้านบาร์เรลเหนือค่าเฉลี่ย 5 ปี
  • จับตาสถานการณ์ในเวเนซุเอลา หลังจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่ในวันที่ 20 พ.ค. นี้ ซึ่งคาดว่านายนิโคลัส มาดูโร จะยังคงได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งส่งผลให้สหรัฐฯ มีแนวโน้มออกมาตรการคว่ำบาตรเวเนซุเอลาเพิ่มเติมจากเดิมที่เคยออกมาตรการคว่ำบาตรรายบุคคลในช่วงที่ผ่านมา โดยผลกระทบดังกล่าวคาดจะทำให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของเวเนซุเอลามีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง เนื่องจากการลงทุนในอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลาปรับลดลงต่อเนื่องหลังไม่สามารถเข้าระดมเงินทุนได้ โดยปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของเวเนซุเอลา ในเดือน มี.ค. ปรับลดลงมาแตะระดับต่ำสุดในรอบ 33 ปีที่ราว 1.49 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งปรับลดลงค่อนข้างมากจากปีก่อนหน้าที่ระดับ 2.0 ล้านบาร์เรลต่อวัน
  • ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ เพิ่มการขุดเจาะน้ำมันดิบขึ้นต่อเนื่องมาสู่ระดับสูงในรอบ 3 ปีที่ 834 แท่น ซึ่งนับเป็นการปรับเพิ่มขึ้นเป็น สัปดาห์ที่หกติดต่อกัน โดยปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 27 จากกลางปี 2559 ขึ้นมาแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 10.7 ล้านบาร์เรลต่อวันและคาดจะปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงกว่าระดับ 11 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในสิ้นปีนี้
  • ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดค้าปลีกจีน ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมจีน GDP ไตรมาส 1 ของยูโรโซน ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯ
สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา ( 7 – 11 พ.ค. 61)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.98 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 70.70 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 2.25 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 77.12 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 74.28 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังสหรัฐฯ ประกาศถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ ส่งผลให้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเข้มข้มขึ้นอีกครั้ง โดยตลาดคาดกำลังการส่งออกของอิหร่านจะได้รับผลกระทบจากการคว่ำบาตรครั้งใหม่จากสหรัฐฯ และจะส่งผลให้อุปทานน้ำมันตึงตัวมากขึ้น


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

เชลล์หวั่นราคาเบนซินอาจดีดตัวขึ้นอีกสะท้อนภาวะตลาดโลก

นายกมล คงสกุลวัฒนสุข ผู้จัดการฝ่ายราคาขายปลีก-ประเทศไทย บรัษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่าจากการที่ บริษัทฯ ได้ติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่ายังอยู่ในภาวะผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง...

น้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลกยังคงผันผวนสูง จำเป็นต้องปรับขายปลีกเบนซิน 40 สตางค์

กรุงเทพฯ--17 มี.ค.--ปตท. ผลจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเกือบ 2 เหรียญฯ หรือประมาณ 60 สตางค์/ลิตร ในขณะที่ได้ชลอการปรับราคาขายปลีกระยะหนึ่ง นายชัยวัฒน์ ชูฤทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ต่าง...

ก.พลังงาน แจกคู่มือ "ลดใช้รถ ลดใช้น้ำมัน" 5 แสนเล่ม ชวนคนไทยประหยัดน้ำมัน ลดผลกระทบราคาน้ำมันพุ่ง

กรุงเทพฯ--7 มี.ค.--สนพ. กระทรวงพลังงาน ผลิตคู่มือประหยัดน้ำมัน 5 แสนเล่ม รณรงค์ประชาชน ลดการใช้น้ำมัน ภายใต้แคมเปญ "ไทยช่วยไทย ลดใช้พลังงาน" นายเชิดพงษ์ สิริวิชช์ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง