ซีดีจี ประกาศก้อง 4 ทศวรรษแห่งความสำเร็จ พร้อมลั่นกลองรบ ปรับกระบวนยุทธ์รับกระแสโลกเปลี่ยน
ซีดีจี ยักษ์ใหญ่ไอซีทีไทย ประกาศความภูมิใจ ใน 4 ทศวรรษแห่งความสำเร็จ ด้วยปัจจัยเกื้อหนุนเพียบ พร้อมเดินหน้าหนุน e-Government มั่นใจโครงการไอซีทีภาครัฐก่อประโยชน์มหาศาลต่อการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
นายนาถ ลิ่วเจริญ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทซีดีจี ผู้นำในการให้บริการ ICT แบบครบวงจร กล่าวถึง ความสำเร็จของการเป็นผู้นำอุตสาหกรรม ICT ในประเทศไทย ตลอด 40 ปีที่ผ่านมาว่า ในวันนี้กลุ่มบริษัทซีดีจี นับเป็นองค์กรที่เรียกได้ว่า “Maturity Organization” โดยองค์กรที่มีวุฒิภาวะ หมายถึง เป็นองค์กรที่มีความพร้อมทั้งฐานข้อมูลความรู้ (Knowledge-Based ) ที่แข็งแกร่ง พร้อมทั้งบุคลากร (Peopleware) ที่มีความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ในการบริหารโครงการขนาดใหญ่ และมี Team work ที่ดี ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าวเหล่านี้ ถือเป็นจุดแข็งของกลุ่มบริษัทซีดีจี สามารถนำพาให้องค์กรลูกค้าประสบผลสำเร็จได้เป็นอย่างดี ส่งผลลัพธ์ ให้กับองค์กรของลูกค้า ใน 3 ประการ ดังนี้คือ
ในช่วง 4 ทศวรรษ ที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทซีดีจีประสบความสำเร็จในโครงการ ICT ภาครัฐขนาดใหญ่หลายโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นโครงการที่สำคัญต่อการให้บริการประชาชน อาทิ โครงการจัดทำระบบการให้บริการประชาชนทางด้านการทะเบียนและบัตรด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งหน่วยงานภาครัฐที่ให้บริการดังกล่าวนี้ ได้รับรางวัล Computer World Smith Sonian Awards ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี 2532 ในฐานะที่เป็นผู้นำเอาเครื่องคอมพิวเตอร์เข้ามาปรับใช้งานจนประสบความสำเร็จอย่างสูง และเกิด-ประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม , โครงการให้บริการด้านทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชนแบบจุดเดียว
เบ็ดเสร็จ ( One Stop Service ) ของกรุงเทพมหานคร, โครงการให้บริการด้านทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชนด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ครอบคลุมพื้นที่ 1,077 สำนักทะเบียน , โครงการให้บริการด้านทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชน ณ สำนักงานเทศบาลต่างๆทั่วประเทศ, โครงการให้บริการด้านทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชนแบบ Smart Card ของกรมการปกครอง
โครงการตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมืออัตโนมัติ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ,โครงการติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์และระบบสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ , โครงการระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ของสำนักปลัดกระทรวงคมนาคม , โครงการระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการบริการแบบออนไลน์ ของกรมการขนส่งทางบก, โครงการระบบประมวลผลสำหรับด่านตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ , โครงการพัฒนาระบบคดีแพ่งและระบบคลังข้อมูล ของกรมบังคับคดี
โครงการจัดทำระบบแผนที่และข้อสนเทศระบบจำหน่ายไฟฟ้า (GIS/AM/FM) ของการไฟฟ้านครหลวง , โครงการจัดทำแผนที่เพื่อการบริหารทรัพยากรธรรมชาติและทรัพย์สินของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนงานทำแผนที่ภาพถ่ายออร์โธสี, โครงการสำรวจและปรับปรุงข้อมูลด้านกายภาพเพื่อการวางผังเมือง ของกรมโยธาธิการและผังเมือง, โครงการนำร่องจัดทำระบบค้นคืนข้อมูลที่ดิน เพื่อบริการประชาชนจังหวัดสุพรรณบุรี (E-Land) ของจังหวัดสุพรรณบุรี , โครงการจัดทำแผนที่ และระบบจัดการสาธารณูปโภค (GIS/AM/FM) ของการประปานครหลวง , ระบบบริการ GIS แบบ online ของการไฟฟ้านครหลวง โดยมีการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์เพื่อนำไปให้บริการผ่านทาง Internet ได้แก่ ระบบแผนที่ออนไลน์ ระบบค้นหาตำแหน่งสถานที่ ระบบค้นหาเส้นทางการเดินทาง และระบบการติดตามรถยนต์
กลุ่มบริษัทซีดีจี ประสบผลสำเร็จอย่างสูงในการรุกสู่ตลาดผู้บริโภค(Consumer) อย่างกว้างขวางมากขึ้น โดยมีการจำหน่ายเครื่องนำทางรถยนต์ด้วยดาวเทียม (GPS) ภาษาไทย GARMIN รุ่นต่างๆ ซึ่งปัจจุบันผลิตภัณฑ์ GPS ของ GARMIN ที่เป็นเครื่องนำทางรถยนต์ เป็นที่นิยมอย่างมาก และ GPS นับว่าได้รับการยอมรับมากที่สุดจากผู้บริโภคชาวไทยในขณะนี้
นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯยังได้ดำเนินการโครงการระบบบริหารกำลังพล กองทัพอากาศ, ระบบคอมพิวเตอร์ตามแผนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองทัพอากาศ, ระบบจัดเก็บแบบทำเนียบ กองทัพอากาศ ,โครงการเช่าเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อการใช้งาน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) , เครื่องพิมพ์ความเร็วสูง สำหรับ Billing บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)
“40 ปีที่ผ่านมา ปัจจัยที่เกื้อหนุนให้กลุ่มบริษัทซีดีจีเราประสบผลสำเร็จ ที่สำคัญก็คือ เรามีบุคลากรที่มีคุณภาพ และซีดีจีเราให้ความสำคัญกับ Peopleware เป็นเรื่องแรก เพราะเราเชื่อว่าการให้บริการภายใต้คุณภาพระดับสูงนั้น ความสำคัญไม่ใช่มีเพียงฐานข้อมูลความรู้ ( Knowledge-Based ) แต่ต้องมี Peopleware ที่มีคุณภาพด้วย พร้อม Teamwork ที่ดี ดังนั้นผมสามารถกล่าวได้อย่างมั่นใจว่า ซีดีจีเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง เพราะเรามีบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ มีความยืดหยุ่น พร้อมที่จะสนองตอบต่อความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี”
นอกจากนี้กลุ่มบริษัทซีดีจี ยังมี Partners ระดับ World Class และมีศูนย์บริการอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้กลุ่มบริษัทฯประสบผลสำเร็จอย่างงดงาม
อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินธุรกิจนั้น กลุ่มบริษัทซีดีจี ไม่ได้มุ่งหวังเพียงผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่กลุ่มบริษัทฯ ได้คืนกำไรให้กับสังคมภายใต้กิจกรรมในรูปแบบของโครงการต่างๆที่เป็นความรับผิดชอบต่อสังคม(Corporate Social Responsibility : CSR ) อาทิ โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการคอมพิวเตอร์เบื้องต้น (Com Camp)ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี , โครงการปันน้ำใจให้น้อง, โครงการห้องคอมพ์มือสองแด่น้องผู้ห่างไกล, โครงการ Young CDG Writer Awards , โครงการมะมาประกวดเว็บไซต์สิ่งแวดล้อมกับตาวิเศษและซีดีจีกันดีกว่า, โครงการละครสัญจร รณรงค์ให้เด็กรักการอ่าน
ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทซีดีจี กล่าวว่า ในปี 2550 กลุ่มบริษัทฯมีรายได้ที่ 4,300 ล้านบาท และในปี 2551 นี้ ตั้งเป้าไว้ที่ 5,200 ล้านบาท
นายนาถ ได้กล่าวถึง การปรับตัว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศว่า ในฐานะผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ICT มีความปรารถนาอย่างยิ่งที่จะเห็นประเทศไทย ปรับตัวในหลายๆด้าน เพราะโลกทุกวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อีกทั้งสภาวะแวดล้อมโลกก็กำลังเปลี่ยนแปลงทุกขณะ จึงอยากจะให้มี
การปรับตัวในหลายๆด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทย อยู่ในเวทีการแข่งขันระดับสากล จะทำอย่างไรให้มีการใช้ ICT เพื่อพัฒนาประเทศและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
“ผมขอเสนอว่า รัฐบาลจะต้องมุ่งสู่ การเป็นรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government) และบริหารจัดการโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) การที่ผมกล่าวว่า Rejuvenating ก็เพื่อลดความซ้ำซ้อน และลดช่องว่างระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งในเรื่องนี้ผมเคยเสนอมาแล้ว เมื่อหลายปีที่ผ่านมา และในวันนี้ก็ยังคงยึดมั่นในจุดยืนเดิมที่ว่า e-Government จะช่วยให้หน่วยงานภาครัฐ ให้บริการประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ ( Efficiency ) และเกิดประสิทธิผล (Effectiveness) ต่อการพัฒนาประเทศชาติได้ในองค์รวมอย่างแน่นอน เพราะ ICTจะช่วยสร้างบรรทัดฐานในการจัดการข้อมูลสารสนเทศร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐทั้งหมด กล่าวคือ ถ้าเรามีความพร้อมในส่วนนี้แล้ว ก็จะช่วยยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจสาขาอื่นๆที่สำคัญๆ ตามมาอย่างแน่นอน และในผลลัพธ์ท้ายที่สุดก็คือ การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ” นายนาถกล่าวและว่า
ในปัจจุบัน โลกธุรกิจมีการควบรวมกิจการ (Merging & Acquisition : M&A ) มากขึ้น ในการที่กลุ่มบริษัทซีดีจีเป็นMaturity Organization นั้น ยิ่งจะต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการปรับ Business Model และรัฐบาลจะต้องลงทุนใน ICT Infrastructure ให้มากขึ้น นอกจากการลงทุนใน Infrastructure ด้านโครงสร้างพื้นฐานในการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ (Mega Projects) เพราะ ICT Infras tructure จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างประสิทธิภาพในการพัฒนาประเทศต่อไป
ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทซีดีจี ยังกล่าวด้วยว่า ในโอกาสครบรอบ 40 ปี ของกลุ่มบริษัทฯในปี 2551 นี้ กลุ่มบริษัทฯได้ปรับเปลี่ยน สัญลักษณ์ของบริษัท (Corporate Identity) ใหม่ เพื่อเป็นการบอกกล่าวกับสังคมว่า กลุ่มบริษัทฯมีการเปลี่ยนแปลง เพื่อก้าวสู่อนาคต ลักษณะ Logo เป็น Spiral วงแหวนสามวง ซึ่งเป็นตัวอักษร C D และ G กอดเกี่ยว แต่เคลื่อนไหวอย่างมีพลัง (Dynamic) เหมือนองค์กรที่มุ่งมั่นที่จะก้าวไปข้างหน้า ไม่หยุดนิ่ง ( Move Rapidly Forward )
นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอวิสัยทัศน์ (Vision) พันธกิจ (Mission) และคติพจน์ (Motto) ใหม่ ของกลุ่มบริษัทซีดีจี ดังนี้
“ซีดีจีจะเป็นที่หนึ่งในใจของลูกค้า ในการให้คำปรึกษา การนำเสนอโซลูชั่นส์ และบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร”
“To be customers’ first choice in ICT consulting, solutions and services”
“เรามีความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบโซลูชั่นส์และบริการที่ดีที่สุด โดยทีมงานมืออาชีพ ซึ่งใส่ใจในความสำเร็จของลูกค้า และจะมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมให้ดียิ่งขึ้น ด้วยผลงานของเรา
“We are committed to delivering industry-leading solutions and services by our caring professional teams. We will contribute to the betterment of society through our work”