ข่าวย้อนหลัง

RSS Feed
ฟิลิปส์ส่งนวัตกรรมแห่งแสงที่ปรับเปลี่ยนได้ Philips AmbiScene สำหรับธุรกิจค้าปลีก

ฟิลิปส์ส่งนวัตกรรมแห่งแสงที่ปรับเปลี่ยนได้ Philips AmbiScene สำหรับธุรกิจค้าปลีก

ฟิลิปส์ส่งนวัตกรรมแห่งแสงที่ปรับเปลี่ยนได้ Philips AmbiScene สำหรับธุรกิจค้าปลีก  ตอบสนองทุกงานดีไซน์ สร้างสรรค์ประสบการณ์การช้อปปิ้งอย่างไร้ขีดจำกัด

บริษัท ฟิลิปส์อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและอุปกรณ์แสงสว่างฟิลิปส์ แนะนำคอนเซ็ปต์ใหม่ “Philips AmbiScene” นวัตกรรมแห่งแสงที่ปรับเปลี่ยนได้ (flexible lighting) สามารถสร้างสรรค์บรรยากาศ ประสบการณ์ และแรงบันดาลใจในการช้อปปิ้งได้อย่างน่าประทับใจและไร้ขีดจำกัดให้กับลูกค้าในธุรกิจค้าปลีก (retail business) ฟิลิปส์คือผู้นำเสนอ total shop lighting solution แบบครบวงจรเพียงรายเดียวในประเทศไทย ตั้งเป้าขึ้นแชมป์ผู้นำอันดับ 1 ในตลาด shop lighting ระดับกลางและพรีเมี่ยมในประเทศไทยภายใน 3 ปี

ฟิลิปส์จัดแสดงคอนเซ็ปต์ “Philips AmbiScene” ในรูปแบบของแอพพลิเคชั่นการใช้งานโดยแบ่งเป็น 5 กลุ่ม คือ โชว์รูมรถยนต์ การใช้ไฟกับโลโก้แบรนด์ ร้านค้าสำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ร้านค้าเสื้อผ้าแฟชั่น และร้านค้าเครื่องประดับแฟชั่น ให้กับผู้เข้าร่วมงานสัมมนา Philips AmbiScene จำนวนกว่า 300 คน ซึ่งได้แก่ นักออกแบบแสงสว่าง (lighting designer) นักออกแบบภายใน (interior designer) สถาปนิก ผู้ประกอบการ เจ้าของกิจการ และสื่อมวลชน ในระหว่างวันที่ 7-8 พฤษภาคม 2551 ณ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี

นายประกรณ์ เมฆจำเริญ ซีอีโอและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฟิลิปส์อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “Philips AmbiScene คือการนำเสนอคอนเซ็ปต์ของการดีไซน์แสงสว่างสำหรับร้านค้าและห้างสรรพสินค้าในรูปแบบใหม่ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ (flexible lighting) เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านค้าสามารถสร้างบรรยากาศและประสบการณ์การช้อปปิ้งที่น่าดึงดูดและประทับใจให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการภายในร้านได้ Philips AmbiScene เป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของแสงซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่ให้ความสว่างเท่านั้น แต่ยังสามารถเปลี่ยนการดีไซน์แสงสีทั้งภายนอกและภายในร้าน เพื่อให้บรรลุ 4 จุดมุ่งหมายหลัก คือ การสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ให้โดดเด่น (brand identity) การสร้างความแตกต่างและความน่าสนใจให้กับการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ภายในร้าน (product presentation) การแสดงให้เห็นถึงโปรโมชั่นการส่งเสริมการขายภายในร้าน (retail promotion) และการสร้างแรงบันดาลในใจการช้อปปิ้งให้กับลูกค้า (shopper motivation)

ภายใต้คอนเซ็ปต์ AmbiScene ฟิลิปส์นำเสนอ shop lighting solution เพื่อให้เจ้าของกิจการมีระบบแสงสว่างที่มีประสิทธิภาพ สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบแสงสว่างให้เหมาะกับผลิตภัณฑ์ กลุ่มลูกค้า และบรรยากาศการช้อปปิ้ง และที่สำคัญยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่กลุ่มผลิตภัณฑ์ LED หรือ SSL (Solid State Lighting) พร้อมระบบควบคุม เพื่อสร้างแสงให้มีชีวิตและปรับเปลี่ยนสีได้นับล้านเฉดสี และกลุ่มผลิตภัณฑ์หลอด CDM (Ceramic Discharge Metal Halide) หรือ หลอดเมทัลฮาไลท์ที่ให้ค่าความถูกต้องของสีสูง ที่นำเสนอพร้อมกับโคมไฟดาวน์ไลท์ และโคมไฟ

Projector เพื่อการส่องเน้นแสงเฉพาะจุด ดังนั้น Philips AmbiScene จึงสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้หลากหลายและเหมาะสมกับเทรนด์หรือความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของตลาดได้ เพราะการตกแต่งร้านด้วยระบบแสงสว่างแบบเดิม อาทิ หลอดฟลูออเรสเซ็นต์และหลอดฮาโลเจน ยังมีข้อจำกัดในลักษณะการใช้งานจึงอาจจะไม่สามารถสนองตอบความต้องการของผู้ประกอบการได้สูงสุด

หลอดไฟ LED มีคุณสมบัติสามารถสร้างแสงได้ประมาณ 16 ล้านสี สามารถปรับเปลี่ยนและควบคุมให้มีการเคลื่อนไหวได้ มีอายุการใช้งานยาวนานกว่าหลอดทั่วไปโดยมีอายุเฉลี่ยยาวนานถึง 50,000 ชั่วโมง (ถ้าเปิดติดต่อกัน 6 ชั่วโมงต่อวันจะสามารถใช้ได้มากกว่า 20 ปี) จึงไม่จำเป็นต้องดูแลและเปลี่ยนหลอดบ่อยๆ ทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาและค่าเปลี่ยนหลอดไฟ นอกจากนี้ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพราะปราศจากสารปรอทและมีความร้อนน้อย ใช้ไฟแรงดันต่ำจึงมีความปลอดภัยสูง และหลอดไฟ LED ยังมีขนาดเล็กน้ำหนักเบาทำให้ลดข้อจำกัดในการออกแบบและติดตั้ง

สำหรับหลอด CDM เมื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติกับหลอดฮาโลเจนซึ่งนิยมใช้ในร้านค้าทั่วไปในปัจจุบันแล้ว หลอด CDM มีประสิทธิภาพดีกว่าหลอดฮาโลเจนกว่า 6 เท่าตัวและอายุการใช้งานยาวนานกว่า 4-5 เท่าตัว เป็นหลอดที่มีความเข้มแสงสูงเมื่อเปรียบเทียบกับหลอดที่มีขนาดเล็ก ทำให้เหมาะสำหรับใช้ในการส่องเน้นเฉพาะจุด หรือในกรณีที่ฝ้าหรือห้องโถงสูงได้ ประหยัดค่าบำรุงรักษา ทั้งในด้านค่าไฟและอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า เนื่องจาก CDM เป็นหลอดที่ปล่อยความร้อนออกมาน้อยกว่าหลอดฮาโลเจนมาก ทำให้สามารถลดค่าไฟของเครื่องปรับอากาศ และสร้างความรู้สึกสบายในการจับจ่ายใช้สอยของผู้เข้ามาใช้บริการ

นายประกรณ์ กล่าวว่า ฟิลิปส์เล็งเห็นถึงความต้องการของผู้ประกอบการธุรกิจที่นอกจากจะต้องแข่งขันในการสร้างคุณค่าของสินค้าและบริการให้มีคุณภาพแล้ว ยังต้องการสร้างบรรยากาศในร้านของตนเองให้มีความโดดเด่น น่าสนใจ และแตกต่าง เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้าร้านมากขึ้น เป็นการสร้างโอกาสในขายสินค้ามากขึ้น คือเปลี่ยนจากลูกค้าที่เดินดูสินค้า (window shopping) มาเป็น ผู้ซื้อสินค้า (buyer)”

ฟิลิปส์ได้สำรวจและจำแนกประเภทของกลุ่มนักช้อปปิ้งออกเป็น 5 กลุ่ม และได้นำ Philips AmbiScene มาสร้างแรงบันดาลใจของนักช้อปปิ้งในแต่ละกลุ่ม ดังนี้

1.การช้อปปิ้งแบบ Discovery: การช้อปปิ้งเปรียบเสมือนการแสวงหาสิ่งใหม่และประสบการณ์ใหม่ (a journey of discovery and new experiences) อาทิ นักช้อปปิ้งไปห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้าเพื่อต้องการสำรวจว่ามีสินค้าหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ    ดังนั้น Philips AmbiScene จะสามารถช่วยสร้างบรรยากาศในร้านให้ดูตื่นเต้น และมีการปฎิสัมพันธ์ระหว่างนักช็อปปิ้ง ร้านค้า และสินค้าบนชั้นวาง เป็นการสร้างแรงบันดาลใจในการจับจ่ายมากขึ้น

2.การช้อปปิ้งแบบ Social:  การช้อปปิ้งเปรียบเสมือนหนึ่งในกิจกรรมทางสังคมหรือกิจกรรมเพื่อความบันเทิง และเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะสามารถแสดงให้เห็นถึงบุคลิกภาพของตนเอง มีความเป็นตัวของตัวเอง และชอบพบปะพูดคุยในวงสังคม อาทิ นักช้อปปิ้งจะนัดกับเพื่อนๆในร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า และเดินซื้อสิ้นค้าภายในห้างนั้นๆ ดังนั้น Philips AmbiScene จะสามารถช่วยสร้างอารมณ์ความรู้สึก และพื้นที่ภายในร้านเพื่อตอบสนองความต้องการการทำกิจกรรมต่างๆ ของลูกค้าภายในร้าน และ Philips AmbiScene จะสามารถเชื่อมโยงความรู้สึกของนักช้อปปิ้งให้เข้ากับบรรยากาศภายร้านได้

3.การช้อปปิ้งแบบ Recognition: นักช้อปปิ้งจะเจาะจงซื้อสินค้าแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งเท่านั้น เพื่อเป็นการแสดงให้ผู้คนรับรู้ถึงสถานะทางสังคม อาทิ นักช้อปปิ้งจะซื้อสินค้าที่ทันสมัยและราคาแพง และจะโชว์สินค้านั้นๆให้กับเพื่อนๆ  ดังนั้น Philips AmbiScene จะสามารถช่วยสร้างความรู้สึกโดดเด่น สะท้อนถึงความเป็นคนพิเศษของตัวนักช้อปปิ้ง เมื่อเข้ามาใช้บริการภายในร้านได้

4.การช้อปปิ้งแบบ  Responsibility: นักช้อปปิ้งจะซื้อสินค้าที่ดีที่สุดให้คนที่รัก เช่น ซื้อให้พ่อ แม่ ลูก หรือคนรัก อาทิ จะซื้ออาหารเพื่อสุขภาพและอร่อย สำหรับอาหารค่ำของครอบครัว ดังนั้น Philips AmbiScene จะสามารถสร้างบรรยากาศภายในร้านให้ดูเป็นมิตรและมีการต้อนรับอย่างอบอุ่น ทำให้นักช้อปปิ้งรับรู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหนและควรจะเดินไปในทิศทางใดเพื่อซื้อสินค้า และ Philips AmbiScene สามารถสร้างให้เกิดจุดเด่นภายในร้าน และไฮไลท์บริเวณที่เป็นพื้นที่พักผ่อนทำให้เกิดความรู้สึกสบาย ผ่อนคลาย

5.การช้อปปิ้งแบบ Necessity: นักช้อปปิ้งจะซื้อสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต อาทิ ซื้อสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ต้องการสินค้าราคาประหยัดและซื้อได้รวดเร็ว ดังนั้น Philips AmbiScene สามารถช่วยสร้างบรรยากาศของแสงสว่างชี้ให้นักช้อปปิ้งสามารถซื้อสินค้าได้อย่างรวดเร็ว และสะดวกสบาย

ฟิลิปส์เปิดตัว Philips AmbiScence ครั้งแรก ณ ประเทศเนเธอร์แลนด์เมื่อปี 2549 และหลังจากนั้นฟิลิปส์ได้แนะนำแนวคิดนี้ไปในยุโรปและเอเชีย รวมถึง ฮ่องกง สิงคโปร์ และประเทศไทย และยังมีแผนแนะนำแนวคิดเหล่านี้ในอีกหลายประเทศทั่วโลก โดย Philips AmbiScene ได้ติดตั้งไปแล้วในหลายแห่งทั่วโลก อาทิ โชว์รูมรถยนต์ ร้าน Shoebaloo  และห้างสรรพสินค้า Bijenkorf ประเทศเนเธอร์แลนด์ ห้างสรรพสินค้า Huzur ประเทศตุรกี ห้างสรรพสินค้า  Balenciaga ประเทศฝรั่งเศส และร้าน El Corte Ingles ประเทศสเปน

นายประกรณ์ กล่าวว่า  “"ก่อนหน้านี้ นักออกแบบและเจ้าของธุรกิจ ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องการออกแบบระบบแสงสว่างให้กับร้านค้ามากนัก แต่การจัดแสดง Philips AmbiScene ในครั้งนี้ จึงเป็นการเปิดโอกาสให้กับนักออกแบบและเจ้าของกิจการ เล็งเห็นถึงความสำคัญและศักยภาพของแสงที่จะเข้ามามีส่วนในการสร้างความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจให้เหนือกว่าคู่แข่งได้อย่างไร โดยกลุ่มลูกค้าที่ฟิลิปส์จะเข้าไปนำเสนอคอนเซ็ปต์นี้คือ กลุ่มลูกค้าในระดับกลางและพรีเมี่ยมที่เป็นแบรนด์ไทยและแบรนด์ต่างชาติ ”

ฟิลิปส์มั่นใจว่า ภายใต้คอนเซ็ปต์ Philips AmbiScene ที่นำเสนอ shop lighting solution แบบครบวงจร ที่สามารถนำเสนอทั้งผลิตภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยีสูง พร้อมไปกับการบริการด้านออกแบบแสงด้วยทีม lighting consultant ที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ และการเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจค้าปลีก ประกอบกับความต้องการของผู้ประกอบการที่ให้ความสำคัญกับการตกแต่งร้านค้าด้วยระบบแสงสว่างที่แตกต่าง จะทำให้ฟิลิปส์ประสบความสำเร็จ จนสามารถครองความเป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาด shop lighting ระดับกลางและพรีเมี่ยมในประเทศไทยภายใน 3 ปีได้ “

Ms. Naranart Phuangkanok
Sr. Public Relations Officer
Philips Electronics (Thailand) Ltd.,
1768 26-28th floor, Thai Summit Tower
New Phetburi Road, Kwang Bangkapi, Khet Huaykwang,
Bangkok 10320, Thailand
Tel: (662) 614 3333 ext 3486
Fax: (662) 614 3488
e-mail: naranart.phuangkanok@philips.com
ฟิลิปส์ส่งนวัตกรรมแห่งแสงที่ปรับเปลี่ยนได้ Philips AmbiScene สำหรับธุรกิจค้าปลีก