ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของ เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป

ข่าวประชาสัมพันธ์ท่องเที่ยว กีฬา ไลฟสไตล์ วันจันทร์ที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๘ ๑๒:๔๒ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--12 ก.ย.--โรงแรมเซ็นทรัล พลาซ่า

เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป ดำเนินธุรกิจค้าปลีก อาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทยมากว่า 30 ปี โดยในระยะแรกการดำเนินงานของแบรนด์ต่างๆ ภายใต้กลุ่ม CRG อันประกอบด้วย Mister Donut, KFC, Baskin-Robbins, Auntie Anne's, Pizza Hut และ Steak Hunter ยังแยกกันบริหารจัดการกันเป็นคนละบริษัท แต่เมื่อ 8 ปีที่แล้ว ผมมีความคิดให้มีการผนึกรวมหน่วยงานสนับสนุน หรือ Back Office ของทุกแบรนด์เข้าด้วยกัน เพื่อให้การประสานการทำงานมีความคล่องตัว สะดวก และสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น หลังจากนั้นไม่นาน จึงได้มีการรวมหน่วยงานของทุก ๆ แบรนด์เข้ามาที่สำนักงานใหญ่แห่งเดียวกัน ก็คือที่เซ็นทรัล สีลม ในปัจจุบัน

เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป ปัจจุบันมีร้านอาหารในเครือข่ายทั้งสิ้น 6 แบรนด์ จำนวนสาขากว่า 400 แห่ง ร้านมิสเตอร์โดนัท จำนวน 147 แห่ง ร้านเคเอฟซี จำนวน 117 แห่ง ร้านบาสกิ้นรอบบิ้นส์ จำนวน 61 แห่ง ร้านอานตี้ แอนส์ จำนวน 51 แห่ง ร้านพิซซ่าฮัท จำนวน 24 แห่ง และร้านสเต็ก ฮันเตอร์ จำนวน 5 สาขา

เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป (Central Restaurants Group: CRG) วางวิสัยทัศน์ไว้เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทย โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคเป็นสำคัญ

ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา กลุ่ม CRG มุ่งเน้นที่การให้บริการอาหาร และเครื่องดื่มอย่างครบวงจร เพราะเราตระหนักดีว่า อาหารและเครื่องดื่ม เป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่สำคัญของผู้บริโภค ดังนั้น การที่กลุ่ม CRG วางวิสัยทัศน์ไว้เพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้นำในธุรกิจค้าปลีก ประเภทอาหารและเครื่องดื่ม ผมมั่นใจว่า ด้วยขอบข่ายธุรกิจอาหาร และเครื่องดื่มในกลุ่ม CRG วันนี้ และในอนาคต ประกอบกับความเข้าใจถึงพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนาน ตลอดจนการวิจัย และพัฒนาอย่างต่อเนื่องของเรา เป้าหมายดังกล่าวจึงมิใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อม

ถ้าหากจะให้ผมวาดภาพของกลุ่ม CRG ในอีก 5 ปีข้างหน้าให้กับทุกท่านได้เห็นชัดเจนมากยิ่งขึ้น คงจะกล่าวได้ว่า อีก 5 ปีข้างหน้า กลุ่ม CRG จะมีจุดบริการอาหาร และเครื่องดื่มครอบคลุมมากกว่า 700 แห่งทั่วประเทศไทย และด้วยศักยภาพของเครือข่ายดังกล่าวผมมั่นใจว่า กลุ่มของเราจะสามารถสร้างรายได้ได้ไม่ต่ำกว่า 8,000 ล้านบาท ในปี พ.ศ.2553

ซึ่งการจะบรรลุภารกิจสำคัญข้างต้นของกลุ่ม CRG ในอีก 5 ปีข้างหน้าได้นั้นมีองค์ประกอบที่สำคัญ 3 ประการด้วยกัน คือ

1. การพัฒนาธุรกิจ

การพัฒนาธุรกิจ เป็นกลไลสำคัญในการขับเคลื่อนกลุ่ม CRG ให้ก้าวสู่ความเป็นผู้นำในธุรกิจนี้อย่างที่เราคาดหวังไว้ ซึ่งเราจะเน้นการสร้างความหลากหลายของแบรนด์ในกลุ่ม CRG เพราะเรามองเห็นช่องว่างทางการตลาดทั้งในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม โดยแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการเพื่อตอบสนองความต้องการในการบริโภคของคนไทยจะมีทั้งการพัฒนาแบรนด์ใหม่ของเราเอง และการสรรหาแบรนด์ใหม่ๆ ด้วยการซื้อแฟรนไชส์ชั้นนำจากต่างประเทศมาเพื่อตอบสนองความต้องการของคนไทย

นอกจากนี้ แบรนด์ต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น Mister Donut, KFC, Baskin-Robbins, Auntie Ann's,Pizza Hut และ Steak Hunter กลุ่ม CRG ก็จะมีการพัฒนาแบรนด์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเราให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการวิจัยและพัฒนา ซึ่งครอบคลุมทั้ง การวิจัยเพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการใหม่ๆ ตลอดจนการทำวิจัยเพื่อศึกษาถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค เพราะเราเชื่อว่ารูปแบบการใช้ชีวิตและพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ผู้บริโภคย่อมต้องการผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง และผู้ให้บริการต้องสามารถตอบสนองต่อการพัฒนาการในแต่ละช่วงชีวิต ดังนั้น กลุ่ม CRG จึงให้ความสำคัญกับการวิจัยเป็นพื้นฐานในการพัฒนาธุรกิจ

การนำเสนอทางเลือกที่สอดคล้องกับรูปแบบการใช้ชีวิต และพฤติกรรมการบริโภคใหม่ ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่กลุ่ม CRG ให้ความสำคัญมาก อาทิเช่น การที่ผู้บริโภคในปัจจุบันใส่ใจเรื่องสุขภาพ (Health Conscious) มากขึ้น กลุ่ม CRG กำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเสนออาหาร และเครื่องดื่มที่ตอบสนองกับกลุ่มผู้บริโภคดังกล่าวด้วย

การพัฒนาธุรกิจ นอกจากการคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภคแล้ว กลุ่ม CRG ยังให้ความสำคัญกับความสะดวกของลูกค้าด้วย เพราะถ้าเมื่อใดที่ลูกค้าต้องการรับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มที่อยู่ภายใต้กลุ่ม CRG แล้ว ไม่สามารถหาได้โดยสะดวก ก็เท่ากับว่า เราไม่สามารถตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคได้ กลุ่ม CRG จึงวางแผนการเปิดสาขาโดยจะขยายเครือข่ายของธุรกิจในกลุ่ม CRG ให้ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยพร้อมทั้งเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย เข้าสู่ที่พักอาศัย และศูนย์การค้า เพื่อสนองต่อกลุ่มชุมชนใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

2. การพัฒนาบุคลากร

อาจกล่าวได้ว่า บุคลากร คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดของกลุ่ม CRG เพราะพนักงานของเราเปรียบเสมือนตัวแทนของแบรนด์ของเรา เป็น Brand Ambassador ที่จะสะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณการให้บริการที่เราได้หล่อหลอมบุคลากรของ CRG ให้มีใจรัก และพร้อมจะให้บริการอาหาร และเครื่องดื่มกับลูกค้าทุกคนเสมอ

การสร้างจิตวิญญาณในการให้บริการนั้น ต้องผ่านกระบวนการบ่มเพาะ และพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ด้วยการใส่ใจในประยุกต์ความรู้ เทคโนโลยีที่ทันสมัย และเครื่องมือใหม่ๆ ทางการบริหารเข้ามาปรับใช้ให้เหมาะสมกับธุรกิจของเรา เพื่อให้ก้าวทันต่อการแข่งขันและการเติบโตของตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพัฒนาความรู้ด้านการบริหารจัดการร้านแก่ผู้จัดการร้าน ภายใต้โครงการ Management Development Program หรือ MDP เพื่อก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด และเตรียมความพร้อมให้กับผู้จัดการร้านในการเติบโตสู่ตำแหน่งผู้จัดการเขต

นอกจาก การพัฒนาบุคลากรภายในกลุ่ม CRG แล้ว ในฐานะบริษัทของคนไทย เราก็พร้อมที่จะแบ่งปัน และตอบแทนสิ่งดีๆ คืนให้กับสังคม ดังนั้น ทางกลุ่ม CRG จึงมีความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก กล่าวคือ สำนักงานการอาชีวะศึกษา ภายใต้โครงการทวิภาคี โดยทางกลุ่ม CRG จะมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนระดับ ปวช.และ ปวส. ตลอด 3 ปีให้ได้เรียนและฝึกงานในร้านภายใต้กลุ่ม CRG เมื่อจบการศึกษา ทาง CRG ก็ยินดีรับเข้าทำงานทันที ทางเรามีความมุ่งมั่นที่จะขยายโครงการนี้ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับมาตรฐานของบุคลากร สำหรับธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม ให้เพิ่มสูงขึ้น

3. การบริหารซัพพลายเชน

ปัจจุบัน กระแสของแนวคิด Customer Relationship Management (CRM) หรือ การบริหารสัมพันธภาพกับลูกค้า นับเป็นสิ่งที่หลากหลายธุรกิจให้ความสำคัญ ไม่เว้นแม้แต่กลุ่ม CRG เอง แต่ถ้ามองลึกเข้ามาที่ธุรกิจของเราแล้ว การสร้างและกระชับความสัมพันธ์กับคู่ค้าทางธุรกิจ หรือที่เรียกว่า Partner Relationship Management (PRM) เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ สำหรับการก้าวสู่ความเป็นผู้นำในธุรกิจค้าปลีก อาหารและเครื่องดื่ม เพราะตลอดเส้นทางของซัพพลายเชนนั้น มีบุคลากร และหน่วยงานต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก ในการส่งมอบสินค้า และให้บริการที่ดีกับลูกค้า

ดังนั้น การบริหารซัพพลายเชนของกลุ่ม CRG   นอกจากประเด็นทางด้านความรู้ และเทคโนโลยีในการบริหารจัดการแล้ว เรายังให้ความสำคัญกับการดูแลคู่ค้าทางธุรกิจของเรา ในลักษณะ Win - Win ด้วยการทำงานร่วมกัน เสมือนเป็นเพื่อนร่วมธุรกิจ ที่พร้อมเคียงบ่าเคียงไหล่ เพื่อตอบสนอง และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าในที่สุดด้วย

สุดท้ายนี้ ผมในนามของเซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป หรือ CRG ขอขอบคุณท่านสื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติทุกท่านอีกครั้งที่ให้เกียรติมาร่วมฟังการแสดงวิสัยทัศน์ในวันที่ขอบคุณครับ--จบ--


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ภาพข่าว: Auntie anne's - got 3 prize form United states

กรุงเทพฯ--19 เม.ย.--เซ็นทรัล กรุ๊ป นายสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทเซ็นทรัล เรสตอรองส์กรุ๊ป จำกัด (ซ้าย) และนายสุชีพ ธรรมาชีพเจริญ ผู้จัดการทั่วไป อานตี้ แอนส์ (ขวา) ถ่ายภาพร่วมกันเนื่องในโอกาสที่ อานตี้ แอนส์ - ประเทศไทย สามารถคว้าร...

บีโอไอ ขอเชิญสื่อมวลชนสายอุตสาหกรรมร่วมงานพบปะผู้บริหารบีโอไอ

กรุงเทพฯ--27 ม.ค.--บีโอไอ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ขอเชิญสื่อมวลชนสายอุตสาหกรรม เข้าร่วมงานพบปะผู้บริหารบีโอไอ ณ ห้องกำแพงเพชร 2 โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทรัล พลาซ่า ตั้งแต่เวลา 18.30-22.00 น. ในวันศุกร์ที่ 28 มกราคม 2548 ตามกำหนดการดังต่อไปนี...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง