ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ผลสำรวจ LINE ระบุอนาคตฟินเทคยังสดใสเดินหน้าตอกย้ำการสร้างฟินเทคที่ง่ายและตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างแท้จริง

ข่าวประชาสัมพันธ์ไอที อินเทอร์เน็ท วันพฤหัสบดีที่ ๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๖:๕๓ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--6 ธ.ค.--ชมฉวีวรรณ
  • ผู้บริโภค 64% ระบุว่า ฟินเทคช่วยให้การวางแผนและจัดการทางการเงินง่ายดายยิ่งขึ้น
  • มีเพียง 44% รู้จักบริการและผลิตภัณฑ์ฟินเทคที่มีอยู่ในปัจจุบัน
  • แต่ละภูมิภาคมีความพร้อมไม่เท่ากัน โดยผู้บริโภคในไทย อินโดนีเซีย และไต้หวัน มีความพร้อมสูงสุดสำหรับบริการ
ฟินเทค ฟิวเจอร์
  • บริการพื้นฐานจากธนาคารรวมทั้งประกันภัย คือ บริการผ่านมือถือที่ผู้บริโภคต้องการในอันดับต้นๆ

ผลสำรวจระบุ ผู้บริโภคในไต้หวัน ไทย และอินโดนีเซีย มีความพร้อมสูงสุดในโลก ต่อบริการออนไลน์ไร้เงินสดหรือฟินเทค ฟิวเจอร์ ขณะที่ผู้บริโภคในญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆ ยังคงรอดูสถานการณ์ แต่ก็ยอมรับว่าบริการดังกล่าวมีความน่าสนใจ

LINE คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยข้อสรุปจากผลสำรวจในแง่ความคิดเห็นและความเชื่อมั่นต่อเทคโนโลยีทางการเงินหรือฟินเทคผ่านกลุ่มผู้ใช้สมาร์ทโฟนกว่า 5,000 คน ในตลาดหลัก 7 แห่ง โดยเน้นไปที่ตลาดใหญ่ 4 แห่ง ได้แก่ ญี่ปุ่น ไทย ไต้หวัน และอินโดนีเซีย รวมไปถึงเกาหลี สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา พบว่า ในภาพรวมยังมีโอกาสสูงที่ฟินเทคจะเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง หากสร้างความรู้ความเข้าใจและการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้นในกลุ่มผู้บริโภค

ความพร้อมของโลกต่อฟินเทค

ผลสำรวจจากทั้ง 7 ตลาดหลัก ระบุ 64% ของผู้เข้าร่วมการสำรวจยอมรับว่า เทคโนโลยีทางการเงินช่วยในการวางแผนและจัดการทางการเงินให้ง่ายขึ้น โดยรวมมีความเชื่อมั่นสูงต่อเทคโนโลยีด้านการเงิน คิดเป็น 63% ที่วางใจในผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ตัวเองรู้จัก ส่วนอีก 30% ยังไม่มั่นใจ ขณะเดียวกันพบว่าความเชื่อมั่นมีแนวโน้มสูงขึ้นในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ส่วนกลุ่มคนอายุ 55 ปี หรือมากกว่า มีความเชื่อมั่นเพียง 55% เมื่อเทียบกับกลุ่มอายุ 18-34 ปี ที่มีความเชื่อมั่นสูงถึง 69% บ่งชี้ว่า ฟินเทคมีมูลค่าลงทุนที่สูงกว่ามากในกลุ่ม

คนรุ่นใหม่

อย่างไรก็ดีจากผลสำรวจทั้งหมด ผู้เข้าร่วมการสำรวจยังมีความรู้ความเข้าใจในบริการและผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ เทคโนโลยีทางการเงินในระดับต่ำ คือ มีเพียง 44% ที่ตอบว่า รู้จักเป็นอย่างดี ซึ่งในจำนวนนี้ คือ กลุ่มคนรุ่นใหม่อายุระหว่าง 18-34 ปี โดยมีสัดส่วนสูงถึง 52%

โดยจากบรรดาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่กลุ่มผู้เข้าร่วมการสำรวจต้องการใช้งานผ่านทางมือถือหรือแอพพลิเคชันมากที่สุด ได้แก่ บริการเงินฝาก (65%), บริการโอนเงิน (57%), บริการตรวจสอบยอดบัญชี (48%) และบริการประกันภัย (48%) โดยมีประกันชีวิต (65%), ประกันการเดินทาง (58%) และประกันที่อยู่อาศัย (50%) เป็นประเภทของบริการประกันภัยที่กลุ่มผู้เข้าร่วมการสำรวจต้องการเข้าถึงผ่านช่องทางดังกล่าวมากที่สุด

ความพร้อมต่อฟินเทคยังคงแตกต่างกันมากในแต่ละภูมิภาค

ในขณะที่ผู้เข้าร่วมการสำรวจจากแต่ละประเทศต่างมีความสนใจและความกังวลที่แตกต่างกัน โดยไทย ไต้หวัน และอินโดนีเซีย ให้ความสนใจกับการเงินดิจิตอลในอนาคตเป็นอย่างมาก เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ของสังคม

ไร้เงินสดในอนาคตพบว่า คำตอบจากทั้ง 3 ประเทศอยู่ในเกณฑ์บวกถึงกว่า 37% โดยเฉลี่ย ซึ่ง 57% ของผู้เข้าร่วมการสำรวจในไทยกล่าวว่า "รู้สึกตื่นเต้น" ที่จะเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ตามมาด้วยอินโดนีเซียที่ 56% และไต้หวันที่ 52% ส่วนเกาหลีก็ตอบรับในเชิงบวกเช่นกันโดยอยู่ที่ 45%

ประเทศเหล่านี้ต่างตอบรับในเชิงบวกกับการซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงินผ่านบริการบนมือถือ ซึ่ง 65% ของผู้เข้าร่วม การสำรวจทั้งหมดจะเปิดบัญชีเงินฝากผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือนำโดยประเทศไทยที่ 83% ตามมาด้วย อินโดนีเซีย 77% และไต้หวัน 69% (ผลตอบรับในเกาหลีก็ดีเช่นกัน โดยอยู่ที่ 75%)

ขณะที่ผู้เข้าร่วมการสำรวจทั้งในสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ต่างยังไม่กระตือรือร้นที่จะออกจากระบบการเงินแบบเดิม มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ตื่นเต้นกับสังคมไร้เงินสด โดยญี่ปุ่นอยู่ที่ 24% สหรัฐอเมริกา 20% และสหราชอาณาจักรรั้งท้ายที่ 19%

เฉพาะในญี่ปุ่นถือว่า ยังรั้งท้ายประเทศพัฒนาแล้วส่วนใหญ่ในเรื่องของการใช้จ่ายแบบไร้เงินสด แต่อย่างไรก็ตาม ทางรัฐบาลญี่ปุ่นเองก็กำลังพยายามที่จะลดการพึ่งพาเงินสดให้มากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน จึงถือว่ายังมีแนวโน้มที่จะเติบโตได้อีกมาก

ในส่วนของการซื้อบริการฟินเทคต่างๆ ผ่านทางมือถือ ผลสำรวจจากทั้งในสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ยังถือว่า น้อยกว่าค่าเฉลี่ย โดยญี่ปุ่นมีจำนวนผู้ที่ต้องการเปิดบัญชีเงินฝากผ่านมือถือน้อยที่สุดเพียง 49% ขณะที่สหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 53% และสหราชอาณาจักรที่ 57% (จากผลสำรวจเฉลี่ยที่ 65%) อย่างไรก็ดี ในแง่การลงทุนผ่านทางมือถือ สหราชอาณาจักรรั้งท้ายที่ 28% ตามด้วยสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่นอยู่ที่ 37% ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของผลสำรวจที่ 45%

คนญี่ปุ่นยังไม่พอใจกับตัวเลือกในปัจจุบันแต่ก็ยังไม่รู้จักตัวเลือกใหม่ดีนัก

หากเปรียบเทียบกับประเทศไทย อินโดนีเซีย และไต้หวัน ญี่ปุ่นยังรั้งท้ายจากผลสำรวจในแง่ความเชื่อมั่น และความเข้าใจต่อฟินเทค โดยผู้ร่วมการสำรวจที่เชื่อมั่นในฟินเทคมีเพียง 38% หากเทียบกับค่าเฉลี่ย

ผลสำรวจซึ่งอยู่ที่ 63% และจากรายงานมีเพียง 22% ที่รู้จักฟินเทคเป็นอย่างดี เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยที่ 44%

ผลสำรวจระบุว่า ชาวญี่ปุ่นนิยมทำธุรกรรมทางธนาคารด้วยตัวเองมากที่สุด (อยู่ที่ 80% เทียบกับผลสำรวจเฉลี่ย 68%) และไม่นิยมทำธุรกรรมดังกล่าวผ่านทางมือถือที่สุด (คิดเป็น 38% เทียบกับผลสำรวจเฉลี่ย 58%) แต่ในขณะเดียวกันกลับพบว่า ญี่ปุ่นรั้งอันดับท้ายในเรื่องความพึงพอใจต่อการให้บริการทางการเงินในปัจจุบัน (คิดเป็น 31% เทียบกับผลสำรวจเฉลี่ย 67%) ซึ่งบ่งชี้ว่า ผู้บริโภคเองก็มีความพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงอยู่เช่นกัน

LINE ในฐานะผู้บุกเบิกบริการฟินเทคบนมือถือ

LINE ตระหนักถึงความแตกต่างในแต่ละประเทศ จึงได้ใช้เวลาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ฟินเทคตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยในเดือนธันวาคม 2557 LINE ได้เปิดตัว LINE Pay ซึ่งเป็นบริการโอนและจ่ายเงินสำหรับแอพพลิเคชั่น

LINE จนถึงปัจจุบันมียอดผู้สมัครใช้งานถึงกว่า 40 ล้านบัญชี และมียอดทำธุรกรรมทางการเงินทั่วโลกกว่า 450,000 ล้านเยนต่อปี และเมื่อเดือนมกราคม 2561 LINE ยังได้ก่อตั้ง บริษัท LINE Financial คอร์เปอเรชั่น จำกัด หรือ "LINE Financial" เพื่อสร้างสรรค์บริการทางการเงินที่หลากหลายขึ้นสำหรับใช้งานผ่านทางแอพพลิเคชั่น LINE

ปัจจุบัน LINE Financial ยังคงนำเสนอบริการด้านประกันภัยผ่านทาง LINE Insurance ด้านการลงทุนผ่านทาง LINE Smart Invest และด้านบริหารการเงินส่วนบุคคลผ่านบริการ LINE Kakeibo ในประเทศญี่ปุ่น และล่าสุดได้ประกาศแผนการก่อตั้งธนาคาร แพลตฟอร์มให้คะแนนเครดิต และบริการสินเชื่อ โดยกำลังจะนำบริการด้านการเงินใหม่ๆ เหล่านี้เข้าสู่แพลตฟอร์มหลักของ LINE ในอนาคต

"LINE มีทิศทางการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจน เรามองเห็นศักยภาพจากความต้องการบริการฟินเทคที่สูงมากในตลาดเอเชีย ขณะเดียวกันเราก็พยายามเอาชนะความท้าทายในแต่ละตลาดที่แตกต่างกันไป" มร. ทาเคชิ อิเดซาวะ ประธานกรรมการบริหาร LINE Corporation กล่าว "จากการชำระเงินแบบไร้เงินสดมาจนถึงบริการด้านประกันภัยและการลงทุน LINE มุ่งมั่นนำผลิตภัณฑ์และบริการฟินเทคมาสู่ผู้ใช้งานให้ง่ายดายสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นและตรงกับความต้องการให้มากที่สุด"

เกี่ยวกับ LINE คอร์ปอเรชั่น

LINE คอร์ปอเรชั่น (NYSE:LN/TSE:3938) ตั้งอยู่ในประเทศญี่ปุ่น เป็นองค์กรที่มุ่งปฎิบัติตามพันธกิจ "Closing the Distance" คือ การเชื่อมต่อข้อมูล บริการ และผู้ใช้ให้เข้าใกล้กันมากขึ้น แอพพลิเคชั่นส่งข้อความ LINE ได้เปิดให้บริการตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2554 และเติบโตไปสู่ธุรกิจที่หลากหลายครบวงจรในระดับโลกรวมถึงเทคโนโลยี AI, FinTech และอื่นๆ อีกมากมาย


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

เอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย พร้อมผู้แทนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมพิธีเฉลิมฉลองวันชาติในงานพืชสวนโลก จัดการแสดงประจำชาติชุดพิเศษเต็มอิ่มตลอด 9 วัน

9 มกราคม 2550 / นายอิบบราฮิม ยูซุป เอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย พร้อมด้วยนายอดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเข้าร่วมพิธีแลกเปลี่ยนธงชาติไทย-อินโดนีเซีย ณ เวทีวัฒนธรรม เพื่อเปิดงานเฉลิมฉลองวันชาติประเทศ...

ภาพข่าว: โรยัลแอนด์ซันประกันภัยร่วมใจบริจาคช่วยผู้ประสบภัยคลื่นยักษ์ถล่มภาคใต้

กรุงเทพฯ--4 ม.ค.--โฟว์ดี คอมมิวนิเคชั่น คุณศิริพร สุวรรณสาร (ที่ 2 จากขวา) ผู้จัดการทั่วไปส่วนบริการสำนักงาน บริษัท โรยัลแอนด์ซันอัลลายแอนซ์ประกันภัย จำกัด เป็นตัวแทนบริษัทฯ เข้าร่วมบริจาคเงินและสิ่งของยังชีพ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากกรณีคลื่นยักษ์สึนา...

รัฐมนตรีสาธารณสุขอินโดนีเซียส่งทีมแพทย์ช่วยเหลือเหยื่อคลื่นสึนามิ

จาการ์ต้า,1 ม.ค.—แอนทาร่า/เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของอินโดนีเซียเปิดเผยว่า กระทรวงได้ส่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข, ทีมแพทย์ และอุปกรณ์การแพทย์จำนวน 10 ตัน ไปยังจังหวัดนังโกร อาเซห์ ดารัสซาลัม บนพื้นที่ทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง