ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

รมว.ดิจิทัลฯ ลงพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างขับเคลื่อนโครงการสำคัญ หนุนไปรษณีย์ไทยเร่งระบบ POS ดันสินค้าชุมชนทั่วประเทศขายออนไลน์ ชูวิทยุ-แอปกรมอุตุฯ ใช้โครงข่ายเน็ตประชารัฐสร้างความรู้และบริการข้อมูลแก่ประชาชน

ข่าวประชาสัมพันธ์ไอที อินเทอร์เน็ท วันจันทร์ที่ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๕:๒๗ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--11 มิ.ย.--กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

รมว.ดิจิทัลฯ ลงพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างขับเคลื่อนโครงการสำคัญ หนุนไปรษณีย์ไทยเร่งระบบ POS ดันสินค้าชุมชนทั่วประเทศขายออนไลน์ ชูวิทยุ-แอปกรมอุตุฯ ใช้โครงข่ายเน็ตประชารัฐสร้างความรู้และบริการข้อมูลแก่ประชาชน

รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานโครงการต่างๆ ในเขตจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง เผยโครงการ "ดิจิทัลชุมชนด้าน e-Commerce" ติดตั้งระบบ POS ครบ 200 จุดนำร่อง สินค้าชุมชนเข้าระบบออนไลน์แล้วกว่า 1,500 รายการ เดินหน้าติดตั้งเพิ่มตามเป้าหมาย พร้อมหนุนสถานีอุตุนิยมวิทยา จ.นครสวรรค์และพิษณุโลก ใช้ประโยชน์จากโครงข่าย "เน็ตประชารัฐ" เสริมจุดแข็งการพยากรณ์อากาศ พัฒนาแอปพลิเคชั่น สร้างการเข้าถึงข่าวสารและบริการภาครัฐแก่ประชาชน ด้านโครงการ "เน็ตประชารัฐ" เร่งถ่ายทอดความรู้การใช้ประโยชน์ สร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจและสังคมระดับฐานราก

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานโครงการต่างๆ ของกระทรวงฯ ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ว่า ตามภารกิจการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลนั้น กระทรวงฯ ได้มอบให้บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ที่มีความเชี่ยวชาญในภารกิจด้านการขนส่ง โดยมีเครือข่ายที่ทำการไปรษณีย์ครอบคลุมอยู่ทั่วประเทศ ผลักดันโครงการ "ดิจิทัลชุมชนด้าน e-Commerce" โดย ปณท ได้ติดตั้งระบบบริหารงาน ณ จุดขาย หรือ Point of Sale : POS ณ ที่ทำการไปรษณีย์อนุญาต ร้านค้าโชห่วย ร้านค้าชุมชน และศูนย์สินค้าโอทอป จำนวน 200 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งได้สอนให้ชาวบ้านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้เรียนรู้วิธีการใช้งานโปรแกรม POS จนสามารถขึ้นทะเบียนสินค้าเข้าสู่ระบบออนไลน์แล้วมากกว่า 1,500 รายการ ซึ่ง ปณท ได้วางแผนขยายจุดติดตั้งระบบ POS ให้ถึง 5,000 แห่ง ทั่วประเทศ ในปี 2561 พร้อมผลักดันการจำหน่ายสินค้าชุมผ่านร้านค้าออนไลน์บน www.thailandpostmart.com สู่การเป็น e-Market Place ระดับประเทศ เพื่อเป็นตลาดออนไลน์ให้ชุมชนได้ศึกษาเรียนรู้และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลในการจำหน่ายสินค้าและบริการ ตลอดจนเป็นการสร้างโอกาส สร้างงาน สร้างอาชีพเพิ่มรายได้จากการจำหน่ายสินค้าและบริการ ยกระดับเศรษฐกิจระดับฐานรากให้มีความเข้มแข็งต่อไป

นอกจากนั้น ปณท ยังได้พัฒนาระบบงาน 3 ส่วน เพื่อสนับสนุนอีคอมเมิร์ซชุมชนแบบครบวงจร ได้แก่ 1) ระบบร้านค้าออนไลน์ e-Market Place บนเว็บไซต์ thailandpostmart.com เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงและสั่งซื้อสินค้าได้โดยง่าย ซึ่งปัจจุบันมีสินค้าที่อยู่ในระบบแล้วกว่า 1,500 รายการ 2) ระบบชำระเงิน e-Payment ระบบการชำระเงินออนไลน์ผ่านบัตรเดบิต เครดิต หักผ่านบัญชีธนาคาร เครื่อง ATM รวมถึงบริการเก็บเงิน ณ ที่อยู่ผู้รับ (Cash on Delivery : COD) และ 3) ระบบตรวจสอบควบคุมการขนส่งที่ทันสมัย (e-Logistic) ระบบการจัดทำฉลากล่วงหน้า ผนึกบนห่อซองและทำการจัดส่งเข้าสู่ระบบงานขนส่งด้วยระบบ Prompt Post รวมถึงเทคโนโลยีตรวจสอบสถานะ การจัดส่งสินค้าผ่านระบบออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง

ในวันเดียวกัน รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ ยังได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสถานีอุตุนิยมวิทยา ตำบลหนองกรด อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ของกรมอุตุนิยมวิทยา หน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลฯ ที่มีภารกิจด้านการบริหารจัดการด้านอุตุนิยมวิทยา การตรวจ เฝ้าระวัง ติดตาม รายงานสภาวะอากาศ อากาศการบิน และปรากฏการณ์ธรรมชาติ รวมทั้งให้ความรู้ และบริการด้านอุตุนิยมวิทยาด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว แม่นยำ และทันเหตุการณ์ นอกจากนั้นสถานีอุตุนิยมวิทยา จังหวัดนครสวรรค์ และจังหวัดพิษณุโลก ยังทำหน้าที่เผยแพร่ข่าวสารด้านการพยากรณ์อากาศและการเตือนภัยธรรมชาติผ่านเครือข่ายวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยาให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน ยิ่งไปกว่านั้นยังมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างเครือข่ายของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งไม่เพียงแต่เครือข่ายด้านการเตือนภัยพิบัติทางธรรมชาติ แต่ครอบคลุมถึงเครือข่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน เช่น เครือข่ายเกษตรกรผู้ใช้ข้อมูลอุตุนิยมวิทยา เป็นต้น

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังได้ให้ความสำคัญกับการให้บริการภาครัฐในยุคดิจิทัลที่จะต้องสะดวก รวดเร็ว และมีข้อมูลที่ทันสมัยตลอดเวลา รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนใช้ประโยชน์จากโครงข่าย "เน็ตประชารัฐ" ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จึงได้พัฒนาแอปพลิเคชั่นบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Application) ขึ้น เพื่อบริการข้อมูลอุตุนิยมวิทยาให้กับประชาชนโดยสามารถพยากรณ์สภาพอากาศได้ละเอียดถึงระดับตำบล และคาดการณ์สภาพอากาศล่วงหน้าได้ถึง 4 เดือน อีกทั้งประชาชนที่อาศัยอยู่นอกพื้นที่สัญญาณวิทยุกรมอุตุนิยมวิทยา ยังสามารถเข้ารับฟังรายการวิทยุและประกาศเตือนภัยของกรมอุตุนิยมวิทยา ผ่าน Mobile Application และ Facebook ของสถานีวิทยุกรมอุตุนิยมวิทยาได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นตัวอย่างการดำเนินงานของกรมอุตุนิยมวิทยาในระดับพื้นที่ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างโอกาสการเข้าถึงบริการภาครัฐ โดยมีเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นฟันเฟืองหลักในการผลักดันการพัฒนาของเศรษฐกิจและสังคมไทย

จากนั้น ดร.พิเชฐฯ และคณะผู้บริหารกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ตรวจเยี่ยมจุดติดตั้งเน็ตประชารัฐเฟส 1 หมู่ที่ 7 บ้านใหม่ ตำบลหนองกรด อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ โดยกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ให้ความสำคัญเรื่องการใช้ประโยชน์จากโครงการ "เน็ตประชารัฐ" ซึ่งทำให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงบริการของภาครัฐ การบริการสาธารณสุข และส่งเสริมการสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับประชาชน โดยเฉพาะภาคการเกษตรซึ่งถือเป็นภาคการผลิตที่สำคัญของไทย จะสามารถพัฒนาไปสู่การเกษตรแบบทันสมัย ด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งกระทรวงฯ ได้เร่งสร้างความรู้การใช้ประโยชน์จากเน็ตประชารัฐ และการรู้เท่าทันเทคโนโลยีดิจิทัล โดยได้จัดทำคู่มือพร้อมกับการฝึกอบรมครูจากสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ให้เป็นวิทยากรแกนนำกว่า 1,000 คน และปัจจุบันได้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่กลุ่มผู้นำชุมชนไปแล้ว จำนวน 100,000 คน นอกจากนี้กระทรวงฯ ยังได้สนับสนุนองค์ความรู้ให้กับครู กศน. เพื่อร่วมเป็นทีมงานระดับตำบล จัดทำคู่มือสำหรับใช้ในการถ่ายทอดความรู้ไปสู่ประชาชนตามแผนโครงการฯ และจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพิ่มเติมในเชิงลึกให้แก่ผู้ที่สนใจ และกลุ่มอาชีพในหมู่บ้านเน็ตประชารัฐที่มีความพร้อมด้วย

ทั้งนี้ การติดตั้งโครงข่ายเน็ตประชารัฐเฟสแรก เสร็จตามเป้าหมาย 24,700 หมู่บ้าน เมื่อปลายปี 2560 ที่ผ่านมา และในปี 2561 นี้ รัฐบาลจะขยายโครงข่ายเน็ตประชารัฐเฟส 2 เพิ่มขึ้นอีก 15,732 หมู่บ้าน โดยใช้งบประมาณที่ประหยัดได้จากการดำเนินการโครงการในเฟสแรก ซึ่งจะทำให้โครงข่ายเน็ตประชารัฐเชื่อมต่อเป็นโครงข่ายเดียวกันทั้งประเทศ โดยเมื่อนำโครงการเน็ตประชารัฐทั้ง 2 เฟส มารวมกับหมู่บ้านที่มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเข้าถึงอยู่แล้ว 30,632 หมู่บ้าน และโครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในหมู่บ้านพื้นที่ชายขอบอีกจำนวน 3,920 ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ดำเนินการคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2561 จะถือได้ว่าประเทศไทยจะมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงครอบคลุมครบ 74,987 หมู่บ้าน ทั่วประเทศ ส่งผลดีต่อการเข้าถึงระบบไอซีทีของประชาชนไทยได้เป็นอย่างดี


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ภาพข่าว: รักษาการ รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ ร่วมแถลงข่าวพิธีเปิดงาน ITU Telecom World 2016

พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมแถลงข่าวพิธีเปิดงาน 'ITU Telecom World 2016' ภายใต้แนวคิด "Collaborating in the Digital Economy หรือ สานพลังร่วมใจ...

ภาพข่าว: คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงดิจิทัลฯ ร่วมพิธีแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

นางทรงพร โกมลสุรเดช ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นำผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กระทรวงฯ และหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมพิธีแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง