ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

การป้องกันข้อมูลส่วนตัวขององค์กรในเอเชียแปซิฟิค

ข่าวประชาสัมพันธ์ไอที อินเทอร์เน็ท วันพุธที่ ๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๒:๕๓ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--6 มิ.ย.--Communication Arts

หลังสหภาพยุโรปได้ออกกฎระเบียบการคุ้มครองข้อมูลทั่วไป (GDPR) ไปเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว ฟอร์ติเน็ตพบว่าหน่วยงานราชการในเอเชียกำลังพัฒนากฏการป้องกันข้อมูลส่วนตัวให้แข็งแกร่งขึ้น และแนะนำให้ใช้ความพร้อมและการทำตามกฏข้อบังคับด้านความปลอดภัยไซเบอร์คือการสร้างความเชื่อมั่นในใจลูกค้าที่ดีที่สุด

ภูมิทัศน์ด้านการป้องกันข้อมูลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีความก้าวหน้าเติบโตอย่างรวดเร็ว เมื่อเทียบกับเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการบังคับใช้กฎหมายด้านความเป็นส่วนตัวและการรักษาความปลอดภัยข้อมูล (Privacy and data security law) ที่เข้มงวดมากขึ้น

ในขณะที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเคยถูกมองว่าเป็นกลุ่มประเทศที่มีการดำเนินคดีด้านความเป็นส่วนตัวและการรักษาความปลอดภัยข้อมูลน้อยกว่าประเทศในแถบตะวันตก แต่ภูมิภาคนี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อมีการใช้ระบบดิจิทัลมากขึ้นและรัฐบาลต่างให้ความสำคัญและความจำเป็นในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลที่เป็นความลับมากขึ้น และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดสำหรับนวัตกรรมดิจิทัล อันเป็นผลจากการที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและการใช้สมาร์ทโฟนมากขึ้น

ประเทศสิงคโปร์มีวิสัยทัศน์ของสมาร์ทเนชั่น (Smart Nation vision) มาเลเซียเป็นเขตการค้าเสรีแบบดิจิทัล (Digital Free Trade Zone) แห่งแรกของโลก ในขณะที่ประเทศไทยได้กำหนดวิสัยทัศน์ "ประเทศไทย 4.0 (Thailand 4.0)"ไว้สำหรับทุกภาคส่วนให้พัฒนาเศรษฐกิจไปในรูปแบบดิจิทัล โดยคาดว่าในปีคศ. 2025 นี้ การค้าที่ใช้รูปแบบดิจิทัลใน 6 ประเทศชั้นนำของอาเซียนจะมีมูลค่าถึง 90 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 5 พันล้านเหรียญสหรัฐในปีคศ 2015 และเนื่องจาก มีการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้เทคโนโลยีดิจิตอลนี้จำนวนมากขึ้น จึงคาดว่าการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศในเอเชียแปซิฟิกจะเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

ในขณะเดียวกัน เนื่องจากการทำธุรกรรมข้อมูลข้ามพรมแดนมีขนาดโตขึ้น จะส่งให้เกิดกระบวนการการรักษาความปลอดภัยในโลกไซเบอร์และกฎหมายเกี่ยวกับการปกป้องข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการของเศรษฐกิจดิจิทัลที่เกิดขึ้นใหม่นี้ ทั้งนี้ พบว่าธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกหลายแห่งยังไม่ได้ก้าวไปสู่การปฏิบัติตามกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน และยังชะลอการลงมือปฏิบัติตามกฏหมายจนกว่าจะสามารถเข้าใจได้ว่าจะมีมาตรฐานการปฏิบัติตามกฎอะไรบ้าง

อย่างไรก็ตาม กฎนี้มีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งหลังจากที่สหภาพยุโรปหรืออียูประกาศใช้กฎการป้องกันข้อมูล (General Data Protection Regulations: GDPR) ของยุโรปในเดือนพฤษภาคมปีปีพ. ศ. 2561 อย่างแข็งขัน ซึ่งส่งผลให้เกิดการกำหนดรูปแบบที่น่าจะกระตุ้นรัฐบาลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้ความสำคัญกับการป้องกันความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น เช่น การลงโทษทางการเงินหากองค์กรมีความผิดพลาดในข้อมูลของลูกค้า รวมถึง กฎหมายบังคับสำหรับการแจ้งเตือนการละเมิดข้อมูล

การบังคับใช้กฎระเบียบด้านการป้องกันข้อมูลทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ประเทศจีน สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย มาเลเซียและฟิลิปปินส์ได้อัปเดทกฎการปฏิบัติตามข้อกำหนดการป้องกันข้อมูลของตนไปเมื่อไม่นานมานี้ และจะประกาศกฎหมายด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยไซเบอร์ใหม่เร็วๆ นี้

ซึ่งประเทศจีนเป็นประเทศที่ได้แนะนำกฎระเบียบด้านการปกป้องข้อมูลที่ครอบคลุมมากที่สุด ทั้งนี้ ได้บังคับใช้กฎหมายด้านความปลอดภัยระบบเครือข่ายใหม่ในเดือนมิถุนายนปีพ.ศ. 2560 โดยมอบความรับผิดชอบให้กับองค์กรที่ดำเนินธุรกิจในประเทศจีน โดยไม่คำนึงถึงว่าพวกเขามีสถานะทางกายภาพในประเทศหรือไม่ ให้ทบทวนนโยบายการปกป้องข้อมูลและปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าว ซึ่งตั้งแต่ปีพ.ศ. 2557 ถึงกันยายน พ.ศ. 2560 ได้มีการพิจารณาคดีละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลจำนวน 1,529 คดีในศาลทั่วประเทศจีน

ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า จีนจะแนะนำกฎหมายอีคอมเมิร์ซเพื่อครอบคลุมกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น เช่น ข้อมูลที่ไม่ระบุชื่อข้อมูลขนาดใหญ่การถ่ายโอนข้อมูลในต่างประเทศและการรักษาความปลอดภัยข้อมูล ซึ่งหากองค์กรที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายจะต้องเผชิญกับการลงโทษทางการเงินที่รุนแรง อาจรวมถึง การสูญเสียสิทธิในการดำเนินธุรกิจของตน

ในสิงคโปร์นั้น มีการเปลี่ยนแปลงพระราชบัญญัติการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งมีแง่มุมคล้ายกับ GDPR ของยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาตรการในการแจ้งการฝ่าฝืนข้อบังคับและการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่คุ้มครองข้อมูล

ทั้งนี้ ในช่วงห้าเดือนแรกของปีพ.ศ. 2561 องค์กรด้านการเงินและการประกันภัยหลายแห่งรวมทั้ง AIG, Aventis, Aviva และ Actxa ถูกปรับเนื่องจากไม่ได้จัดเตรียมความปลอดภัยอย่างเพียงพอในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลหรือละเมิดกฎระเบียบเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งคาดว่า จะมีการประกาศพระราชบัญญัติด้านการรักษาความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ในช่วงปลายปีนี้ที่สิงคโปร์

ในประเทศฟิลิปปินส์นั้น มีการปรับปรุงพระราชบัญญัติข้อมูลส่วนบุคคลในปีพ.ศ. 2562 ซึ่งทำให้เกิดการบังคับใช้มาตรการความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เข้มงวดมากขึ้น รวมทั้ง จำเป็นต้องแจ้งข้อมูลละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นภายในเวลา 72 ชั่วโมง

ในประเทศออสเตรเลียมีมาตรการป้องกันข้อมูลที่คล้ายคลึงกัน โดยในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ได้มีการประกาศใช้รูปแบบการแจ้งข้อมูลการละเมิดข้อมูลที่จำเป็นต้องแจ้ง ในกรณีที่องค์กรทราบถึงการละเมิดข้อมูลซึ่งมีความเสี่ยงที่เป็นอันตรายต่อบุคคลอย่างร้ายแรง ซึ่งหากองค์กรใดไม่ปฏิบัติตามอาจนำไปสู่การปรับถึง 2 ล้านเหรียญสหรัฐได้

นอกจากนี้ พบว่า ประเทศญี่ปุ่นได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในปีพ.ศ. 2560 ประเทศมาเลเซียได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในปีพ.ศ. 2556 และประเทศเกาหลีใต้ปรับปรุงพระราชบัญญัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในปีพ. ศ. 2562 ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้เกิดกฎระเบียบที่เข้มงวดในการป้องกันข้อมูลที่เกียวกับเครือข่าย ระบบไอที และการใช้ข้อมูลเครดิต

องค์กรจำเป็นต้องดำเนินการปกป้องข้อมูลของพวกเขาและตัวเองแล้ว

ความจำเป็นที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดมีผลกระทบอย่างมากต่อองค์กรที่ต้องคิดถึงการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและจัดการกระบวนการทางธุรกิจของตนอย่างไร ซึ่งความปลอดภัยและความจำเป็นในการปกป้องข้อมูลที่สำคัญและเป็นความลับจึงกลายเป็นส่วนสำคัญของการดำเนินธุรกิจ

แน่นอนที่สุดว่า ทุกธุรกิจจำเป็นต้องตระหนักถึงกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นในระดับภูมิภาคที่สำคัญเหล่านี้ ซึ่งองค์กรจำเป็นต้องหันมาประเมินสภาพแวดล้อมของพวกเขาเองและมั่นใจว่าพวกเขาสามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การปฏิบัติตามข้อกำหนดในปัจจุบันหรือที่กำลังจะมาถึงได้

การไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดอาจนำไปสู่การโดนปรับและความเสียหายร้ายแรงต่อชื่อเสียงขององค์กรตนเอง ทั้งนี้ หากองค์กรยังไม่ได้พิจารณากฎระเบียบที่เข้มงวดเรื่องข้อมูล ตอนนี้ จะเป็นช่วงที่ดีในการเริ่มต้นตรวจสอบข้อมูลเพื่อรู้จักสถานการณ์ของตนเอง

ประเด็นสำคัญที่ต้องถามตนเองคือ ตนเองมีโครงสร้างพื้นฐานด้านกระบวนการจัดการข้อมูลและเทคโนโลยีด้านไอทีและเทคโนโลยีความปลอดภัยไซเบอร์ ที่จะช่วยในการปกป้องสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของตนเองหรือไม่? พวกเขามีกรอบการปกป้องข้อมูลที่มีประสิทธิภาพซึ่งสามารถตรวจจับและบรรเทาการละเมิดข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพหรือไม่? พวกเขามีศักยภาพในการมองเห็นลึกเข้าไปในโครงสร้างพื้นฐานของพวกเขาและสามารถทราบโดยทันทีว่าข้อมูลของพวกเขาอยู่ที่ไหน รวมทั้งใครและมีสิ่งอะไรที่กำลังเข้ามาไหม?

ความปลอดภัยของระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์เป็นหัวใจหลักในการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการป้องกันข้อมูล ซึ่งองค์กรต้องมั่นใจว่า ตนเองมีความสามารถในการป้องกันการบุกรุกในเครือข่ายและสามารถลดความเสี่ยงจากการละเมิดที่ร้ายแรง โดยการลดเวลาในการตรวจหาภัยคุกคามใหม่ๆ ให้น้อยลงที่สุดนอกจากนี้ องค์กรยังต้องมีการตอบสนองภายหลังการบุกรุกที่มีประสิทธิภาพและผ่านการทดสอบ ให้มั่นใจในระดับนานาชาติ

สร้างโอกาสที่จะชนะใจและสร้างความไว้วางใจจากลูกค้า

เนื่องจากองค์กรมีภาระที่จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการปกป้องข้อมูลที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจึงทำให้มีโอกาสที่องค์กรจะไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดและเกิดความเสี่ยงจากการไม่ปฏิบัติตามนั้นเพิ่มขึ้นมาอย่างมาก

แต่ถ้าหาก องค์กรถือโอกาสนี้ เร่งสร้างเกราะป้องกันข้อมูลสำคัญและลดความเสี่ยงให้กับลูกค้าของตนได้โดยเร็ว จะเป็นโอกาสที่จะสร้างความแตกต่างในการแข่งขันและเป็นหนทางสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของลูกค้าให้กับแบรนด์ของตนเองมากขึ้น


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ภัยร้ายใหม่ "Pharming"

กรุงเทพฯ--5 เม.ย.--คอร์ แอนด์ พีค ฟาร์มมิ่งคืออะไร? ฟาร์มมิ่ง (Pharming) คือ การเปลี่ยนลิงค์เว็บไซต์ให้ลิงค์ไปที่เว็บไซต์ปลอมอย่างผิดกฎหมาย และมีเจตนาขโมยข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ อาทิ รหัสผ่าน หมายเลขบัญชี และข้อมูลสำคัญอื่นๆ ฟาร์มมิ่งใช้วิธีเก่า ที่เรียกว่...

แพลทฟอร์มไวส์คีย์-ไมโครซอฟท์บนวินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2003 เพิ่มยอดการใช้งานเทคโนโลยีโครงสร้างหลักสำหรับสาธารณะในเอเชีย แปซิฟิค

สิงคโปร์, 11 ม.ค.—พีอาร์นิวส์ไวร์-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์ ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่นและไวส์คีย์ เปิดเผยถึงการขยายตัวของการใช้พีเคไอหรือกรอบโครงสร้างหลักสำหรับสาธารณะ (Public Key Infrastructure Framework) จำนวนมากในเอเชียแปซิฟิค พีเคไอ เป็นโซลูชั่นลายเซ็นแบบดิ...

ภาพข่าว: ศูนย์ฟื้นฟูและบรรเทาธรณีพิบัติภัยด้านสินเชื่อของกระทรวงการคลัง

กรุงเทพฯ--4 ม.ค.--กลุ่มการประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง นายวีระชัย วีระเมธีกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ของหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง ร่วมกันทำพิธีเปิดศูนย์ฟื้นฟู และบรรเทาธรณีพิบัติภ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง