ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

พลเอก ประวิตร สั่งทุกหน่วยงานเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ พร้อมติดตามผล 9 มาตรการแก้แล้ง ย้ำประชาชนต้องไม่เดือดร้อน

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันพุธที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๔ ๑๔:๒๘ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--13 ม.ค.--สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (ประเทศไทย)

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2564 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้ กอนช. ผ่านระบบประชุมทางไกล ณ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ อาคารจุฑามาศ ถนนวิภาวดีรังสิต กทม. ว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างที่จังหวัดยะลาและปัตตานี ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือประชาชน และระดมสรรพกำลัง เครื่องจักร เครื่องมือเพื่อให้สถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว โดยในวันนี้ก็ได้ติดตามผลการดำเนินงานตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่ได้ลงพื้นที่ไปติดตามสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ที่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 63 เพื่อเร่งฟื้นฟูและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และหามาตรการเชิงป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ ทั้งการเร่งรัดบูรณาการแผนงานและงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาระยะสั้น ได้แก่ การซ่อมแซมอาคารบังคับน้ำ การขุดลอก ที่บางส่วนหน่วยงานได้มีการปรับแผนงานเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเบื้องต้นแล้ว อีกส่วนที่มีความจำเป็นและงบปกติไม่เพียงพอ สทนช.เตรียมรวบรวมแผนงานโครงการเสนอขอรับงบกลางปี 2564 ในเร็วๆ นี้ รวมถึงเร่งแผนระยะกลางและระยะยาวในการศึกษา สำรวจ และออกแบบ โครงการแหล่งกักเก็บน้ำต่างๆ โครงการบรรเทาอุทกภัย และก่อสร้างอาคารควบคุมน้ำเพื่อเก็บกักไว้ใช้ในฤดูแล้งด้วย

ในส่วนของการเตรียมรับมือกับปัญหาภัยแล้งปี 2563/64 ที่ประชุมได้ติดตามสรุปผลการดำเนินงานตาม 9 มาตรการแก้ไขปัญหาภัยแล้งปี 2563/64 ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 63 โดยเป็นผลการดำเนินงานตั้งแต่ 1 พ.ย. 63 - 7 ม.ค. 64 พบว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดดำเนินการให้เป็นไปตามแผน โดยก่อนหมดฝน อ่างเก็บน้ำทุกขนาดสามารถรับน้ำได้เพิ่มขึ้น 527 ล้าน ลบ.ม. การจัดหาแหล่งสำรองน้ำดิบในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ โดยในเขตบริการ ยังไม่มีสถานการณ์ขาดแคลนน้ำ เพื่อการอุปโภค-บริโภค ขณะที่นอกเขตบริการ กปภ. พบสถานการณ์ขาดแคลนน้ำแล้วพร้อมดำเนินการให้ความช่วยเหลือบางพื้นที่แล้ว แยกเป็น ในพื้นที่ชี้เป้าเฝ้าระวัง 9 ตำบล 6 อำเภอ ใน 5 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง ตาก ลำพูน บึงกาฬ กำแพงเพชร และนอกพื้นที่เฝ้าระวัง 4 ตำบล 4 อำเภอ ใน 2 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์และลำปาง การปฏิบัติการเติมน้ำให้กับแหล่งน้ำในพื้นที่เกษตรและพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ ขณะนี้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร มีการเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ที่มีความพร้อมสำหรับการขึ้นบินในพื้นที่เป้าหมาย โดยตั้งศูนย์ปฏิบัติการที่จังหวัดนครสวรรค์ และมีกำหนดรายงานผลการปฏิบัติการประจำทุกเดือน การกำหนดการจัดสรรน้ำฤดูแล้ง ของอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 35 แห่ง ปัจจุบันมีผลการจัดสรรน้ำสะสมแล้วรวม 3,603 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 31% ของแผน โดยพบว่า มีอ่างเก็บน้ำถึง 10 แห่ง ที่มีการจัดสรรน้ำเกินแผน จึงได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาปรับแผนการจัดสรรน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อไม่ให้กระทบต่อปริมาณน้ำต้นทุนตลอดฤดูแล้งนี้ถึงต้นฤดูฝนหน้าด้วย

ขณะที่การวางแผนเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง กรมชลประทานและกรมส่งเสริมการเกษตร รายงานว่าปัจจุบันพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้งทั้งประเทศ มีจำนวน 4.55 ล้านไร่ จากแผน 5.64 ล้านไร่ โดยมีจังหวัดที่เพาะปลูกนารอบที่ 2 มากกว่าแผนแล้ว 29 จังหวัด ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ต้องมีมาตรการควบคุมการเพาะปลูกไม่ให้ขยายวงกว้างให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น การเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ แม่น้ำสายหลัก 4 สาย ซึ่ง กอนช.ได้ติดตามเฝ้าระวังพร้อมมีมาตรการควบคุมเพื่อไม่ให้กระทบต่อคุณภาพน้ำประปาเพื่อการบริโภคและการเกษตรของประชาชน โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำทะลุหนุนสูงที่ส่งผลกระทบต่อแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างในช่วงกลางเดือนนี้ ที่สำคัญได้เน้นย้ำหน่วยงานภายใน กอนช.เร่งสร้างการรับรู้ความก้าวหน้าตาม 9 มาตรการหลักให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความเข้าใจและร่วมมือป้องกันผลกระทบช่วงฤดูแล้งเป็นไปตามแผนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ในส่วนที่ผลการดำเนินงานไม่เป็นไปตามแผน ได้มอบหมายให้หน่วยงานเสนอมาตรการแก้ไขที่เหมาะสมให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว

ด้าน ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการ สทนช. เปิดเผยว่า ที่ประชุมวันนี้ยังได้ติดตามขับเคลื่อนโครงการบรรเทาอุทกภัยพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการสำคัญในจังหวัดเพชรบุรี ปี 65 - 66 ซึ่งเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะสามาถเพิ่มความจุได้ 21.13 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่รับประโยชน์ 61,610 ไร่ และ 41,990 ครัวเรือน โดยเห็นชอบให้กรมชลประทาน เร่งรัดเตรียมความพร้อมและจัดลำดับความสำคัญโครงการสำคัญในพื้นที่ และให้กรมเจ้าท่าจัดทำแผนหลักงานขุดลอกบริเวณตอนปลายของแม่น้ำเพชรบุรีสายหลัก โดยขอรับการจัดสรรงบประมาณต่อไป ในส่วนการดำเนินการโครงการบรรเทาอุทกภัยจังหวัดเพชรบุรีตอนล่าง ให้กรมชลประทาน เร่งรัดดำเนินการเตรียมความพร้อมด้านการใช้ที่ดิน และด้านแบบเพื่อก่อสร้าง และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการพิจารณาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยเฉพาะพื้นที่ระบายน้ำก่อนออกสู่ทะเล พร้อมทั้งกำหนดแนวทางการแก้ไข เพื่อให้การขับเคลื่อนเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ พร้อมกันนี้ รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการตามทุกข้อสั่งการของ กอนช. ให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด รวมถึงเร่งดำเนินการทั้งโครงการเพื่อแก้ไขบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และโครงการบรรเทาอุทกภัยพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนให้กับประชาชนได้อย่างทันท่วงที


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ภาพข่าว: เกาะติดแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) (กลาง) เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมชี้แจง "แนวทาง ขั้นตอน และวิธีการในการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานภายใต้แผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ" พร้อมด้วย ดร.ไวฑูรย์ โภคาชัยพัฒน์ (ขวา)...

กรมทรัพยากรน้ำ กองกำลังผาเมือง และบริษัท EDS ร่วม โครงการ “ร้อยรัดดวงใจสร้างฝายถวายในหลวง”

วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม 2551 เวลา 09.00 – 17.00 น. กรมทรัพยากรน้ำ ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 1 ร่วมกับบริษัท อีดีเอส อิเลคโทรนิค ดาต้า ซิสเต็มส์ (ประเทศไทย จำกัด) และกองกำลังผาเมือง...

ภาพข่าว: พิธีมอบเงินบริจาคหมู่บ้านคิง เพาเวอร์

กรุงเทพฯ--7 ก.พ.--คิง เพาเวอร์ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการกองทัพบก รับมอบเงินบริจาค 12 ล้านบาท จาก นายจุลจิตต์ บุณยเกตุ รองประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ มอบ เพื่อนำไปสร้างบ้านพักถาวรให้กับผู้ประสบธรณีพิบัติภัย จำนวน 100 หลัง...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง