ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

รมว. ดีอีเอส มอบนโยบายผู้บริหารบูรณาการโครงการหนุนเพิ่มรายได้ปชช.

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันพุธที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๓ ๑๗:๐๙ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--16 ก.ย.--กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

“พุทธิพงษ์” มอบนโยบายผู้บริหารดีอีเอส และหน่วยงานในสังกัด ถึงยุคปรับ Mindset เชื่อมโยงหลายโครงการเข้ามาทำร่วมกัน บูรณาการข้อมูล สนับสนุนการต่อยอดให้ประชาชนใช้ประโยชน์จากดิจิทัลเพื่อเพิ่มรายได้ บรรเทาผลกระทบจากเศรษฐกิจหลังโควิด-19

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า วันนี้ (11 ก.ย. 63) เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายผู้บริหาร ในโอกาสที่มีการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนงานสำคัญ ปี พ.ศ. 2564 ของกระทรวงดิจิทัลฯ กำหนดทิศทางเพื่อมุ่งสร้างการปรับเปลี่ยนแนวคิด (Mindset) ในการทำงาน โดยนำโครงการแต่ละหน่วยงานที่สามารถเชื่อมโยงกันได้มาทำร่วมกัน นำทักษะของแต่ละหน่วยงานมาต่อยอดโครงการ เพิ่มความรู้และทักษะให้กับประชาชนที่เป็นกลุ่มผู้รับประโยชน์ มีการติดตามผลและบูรณาการข้อมูลร่วมกัน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจน และเพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายให้กับประชาชน โดยเฉพาะในสถานการณ์หลังโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบแทบทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

ปัจจุบัน เห็นภาพชัดเจนแล้วว่าหลังโควิด-19 ทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวันและการทำงาน ปรับเปลี่ยนมาเป็นดิจิทัล เป็นสถานการณ์ที่เจอกันทั่วทุกพื้นที่ ทำให้การสื่อสารมีความสำคัญ ระบบเปลี่ยนแปลง และเมื่อระบบเปลี่ยนแปลง ดีอีเอส ซึ่งมีบทบาทชัดเจนด้านนี้ และผู้บริหารกระทรวงฯ และหน่วยงานในสังกัด จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงแนวคิด

ทั้งนี้ ได้ยกตัวอย่างโครงการนำร่องที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ คือ โครงการ Free Wi-Fi ในพื้นที่ชุมชนเมืองกรุงเทพ และภูมิภาค มุ่งเป้าหมายลดความเหลื่อมล้ำในชุมชนเมือง ที่ไม่สามารถเข้าถึงการใช้งานอินเทอร์เน็ต และเพื่อต่อยอดด้านดิจิทัล สร้างงาน สร้างอาชีพในชุมชน และปรับวิถีการใช้ชีวิตแบบปกติใหม่ (New Normal) โดยมอบหมายให้ บมจ.กสท โทรคมนาคม และ บมจ. ทีโอที สำรวจและคัดเลือก กำหนดไว้รายละ 10 พื้นที่ ซึ่งทั้งสองหน่วยงานมีเครือข่ายไฟเบอร์ออปติกอยู่แล้ว

“โครงการนี้เราใช้วิธีคิดแบบใหม่ เน้นการต่อยอดพื้นที่มีโครงข่ายลากไปถึงอยู่แล้ว ที่พื้นที่เป้าหมายเป็นชนบทและพื้นที่ห่างไกล ติดตั้งหมู่บ้านละ 1 จุด ซึ่งเดิมมองที่การอำนวยความสะดวก ให้ชาวบ้านเข้าถึงการสื่อสารได้ แต่จากผลกระทบโควิด-19 เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งาน มีความต้องการใช้ มีคนใช้ไวไฟมากขึ้น ทำให้ไม่เพียงพอรองรับความต้องการจำนวนคนหลายๆ คนพร้อมกัน” นายพุทธิพงษ์กล่าว

ทั้งนี้ หลักการเลือกพื้นที่เป้าหมายจะนำร่องชุมชนที่มีความแตกต่างกันเรื่องโจทย์ความต้องการ เช่น ชุมชนที่เป็นแหล่งค้าขายขนาดใหญ่ 1 แห่ง เข้าไปติดตั้งไวไฟสปีดแรงกระจายไว้ 50 จุด จากนั้นเอาหน่วยงานของดีอีเอส เช่น กสท หรือสดช. เข้าไปอบรมการขายของออนไลน์ให้ผู้ประกอบการในชุมชน ปลดล็อกปัญหาขายสินค้าไม่ได้เพราะพิษโควิด/เพิ่มโอกาสการขายสินค้าออนไลน์ และใช้บริษัท ไปรษณีย์ไทย (ปณท.) เป็นผู้ให้บริการขนส่งสินค้า พร้อมให้มอบโปรโมชั่นส่วนลดค่าบริการให้กับผู้ค้า

ส่วนชุมชนเมืองในภูมิภาค บางพื้นที่อาจมุ่งเพิ่มโอกาสด้านการศึกษา ให้เด็กสามารถเข้าถึงเรียนออนไลน์, มุ่งการสร้างอาชีพ ในบางพื้นที่ซึ่งมีวัยแรงงานที่ต้องโยกย้ายกลับภูมิลำเนาเพราะตกงานจากโควิด เมื่อมีการกระตุ้นให้เกิดการค้าขายออนไลน์ในชุมชน คนกลุ่มนี้ก็อาจปรับเปลี่ยนมาเป็นพนักงาน delivery สินค้าภายในชุมชน/ชุมชนใกล้เคียงได้ เป็นต้น

ป้จจุบัน ปณท. มีความพร้อมในการเข้ามาเป็นหนึ่งในหน่วยงานสนับสนุนอี-มาร์เก็ตเพลส หรือคอมเมิร์ซชุมชนในโครงการนำร่องฟรีไวไฟชุมชนเมือง เนื่องจากล่าสุด “โครงการสนับสนุนค่าจัดส่งสินค้าอุปโภค บริโภค และค่าจัดส่ง/จัดซื้อสินค้าที่จำหน่ายใน Platform ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด อาทิ www.thailandpostmart.com ฯลฯ และการสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐ เพื่อ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และ กระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจาก การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19” ได้รับการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ตามกรอบวงเงินฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 วงเงิน 4 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ กระทรวงฯ ยื่นเสนอขอสนับสนุนงบประมาณ 4,000 ล้านบาท ซึ่งแม้จะไม่ได้รับการอนุมัติเต็มตามจำนวนที่เสนอไป แต่ก็จะเป็นโครงการสำคัญที่สามารถช่วยเหลือให้ประชาชนลดค่าใช้จ่ายในใช้บริการ ขณะที่ การที่มีหลายหน่วยงานของกระทรวงฯ เข้ามาร่วมบูรณาการสนับสนุนและต่อยอดโครงการอื่นๆ ที่สามารถเชื่อมโยงกันได้ จะช่วยให้มีการใช้งบประมาณได้มาให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน และส่งผลกระทบในการกระตุ้นเศรษฐกิจ

โดยจะมีภาคส่วนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.ผู้ประกอบการ/ประชาชนทั่วไป จะได้รับเงินสนับสนุนเพื่อใช้เป็นส่วนลดในการจัดส่งสินค้าให้แก่ผู้สั่งซื้อ เพื่อช่วยลดต้นทุนในการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและสิ่งของจำเป็น 2. ประชาชนที่สั่งซื้อ/ผู้รับสินค้า จะได้รับการสนับสนุนเงินเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคและบริโภคที่จำเป็นซึ่งจำหน่ายผ่าน www.thailandpostmart.com หรือใช้เป็นค่าจัดส่งสินค้าสำหรับการซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ

และ3. ผู้ประกอบการ/หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชน สามารถใช้บริการ ปณท เพื่อส่งสิ่งของ/สินค้าระหว่างกันได้ในอัตราค่าบริการพิเศษ โดยรัฐบาลจะเป็นผู้ชดเชยค่าบริการส่วนต่างจากอัตราค่าบริการที่ ปณท เรียกเก็บในอัตราปกติ


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

พลอากาศเอกประจิน หนุนอีคอมเมิร์ซ ชี้ไม่มี รมต.ใหม่กระทรวงดีอีไม่กระทบการทำงาน

รก.รมว.ดีอี เดินหน้าหนุนอีคอมเมิร์ซตั้งเป้าโตปี 59 ทะลุ 2.5 ล้านล้านบาท ชี้แม้ยังไม่มีรมต.ใหม่ไม่กระทบการทำงาน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในงาน ไทยแลนด์...

กองทัพเรือขอเชิญชวนผู้มีจิตกุศลร่วมบริจาคผ่านกองทัพเรือ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยคลื่นยักษ์

กรุงเทพฯ--4 ม.ค.--สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ จากเหตุการณ์คลื่นยักษ์พัดถล่ม ๖ จังหวัดภาคใต้ ของประเทศไทย ด้านชายฝั่งทะเลอันดามัน เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๗ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ ล้มตาย และสูญหายเป็นจำนวนมาก กองทัพเรือเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งในหลายหน่วยงาน...

ภาพข่าว: "ตลาดหลักทรัพย์ฯ สร้างเสาธงให้รร.ศูนย์รวมน้ำใจ"

กรุงเทพฯ--4 ม.ค.--ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ที่สี่จากซ้าย) พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมทำพิธีมอบเสาธง ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้สนับสนุนงบประมาณจัดสร้างจำนวน 130,00...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง