ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

การประชุมนานาชาติของสมาคมโรคอัลไซเมอร์เผยปัจจัยเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์อาจตรวจพบได้ตั้งแต่วัยรุ่นและวัยหนุ่มสาว

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันศุกร์ที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ๑๐:๕๕ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
ชิคาโก--31 ก.ค.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ผลวิจัยใหม่ที่เผยแพร่ในการประชุมนานาชาติของสมาคมโรคอัลไซเมอร์ หรือ Alzheimer's Association International Conference(R) (AAIC(R)) 2020 ระบุว่า ปัจจัยเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์อาจปรากฏให้เห็นเด่นชัดตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นหรือช่วงอายุ 20

ปัจจัยเสี่ยงหลายปัจจัยเด่นชัดเป็นพิเศษในประชากรชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกา ประกอบด้วยปัจจัยเกี่ยวกับสุขภาพหัวใจ เช่น ความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง และเบาหวาน รวมถึงปัจจัยทางสังคม เช่น คุณภาพการศึกษา โดยรายงานข้อเท็จจริงและสถิติโรคอัลไซเมอร์ของสมาคมโรคอัลไซเมอร์ระบุว่า ผู้สูงอายุชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกามีแนวโน้มเป็นโรคอัลไซเมอร์หรือสมองเสื่อมมากกว่าผู้สูงอายุผิวขาวราวสองเท่า

“การระบุ ตรวจสอบ และจัดการกับปัจจัยเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ที่เราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ จะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ และจะนำไปสู่การลดจำนวนผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์และผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมโดยรวมทั้งหมด” ดร.มาเรีย ซี คาร์ริลโล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิทยาศาสตร์ของสมาคมโรคอัลไซเมอร์ กล่าว “การวิจัยเรื่องนี้จะช่วยขจัดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพและสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อหลายชีวิต”

“รายงานใหม่หลายฉบับที่เผยแพร่ในการประชุม AAIC 2020 แสดงให้เห็นว่า ไม่มีคำว่าเร็วเกินไปหรือช้าเกินไปในการลงมือปกป้องความสามารถในการจดจำและการคิดของคุณ” ดร.คาร์ริลโล กล่าว

สมาคมโรคอัลไซเมอร์เป็นผู้นำการศึกษา U.S. Study to Protect Brain Health Through Lifestyle Intervention to Reduce Risk (U.S. POINTER) ซึ่งเป็นการทดลองทางคลินิกระยะเวลาสองปีเพื่อประเมินว่า การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อจัดการกับปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ สามารถปกป้องการทำงานของสมองในผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงสมองเสื่อมสูงได้หรือไม่ โดย U.S. POINTER ถือเป็นการศึกษาในลักษณะนี้ครั้งแรกที่จัดทำในประชากรชาวอเมริกันกลุ่มใหญ่และมีความหลากหลายทั่วอเมริกา

หนุ่มสาวชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกามีความเสี่ยงเกิดภาวะสมองเสื่อมมากกว่า

ในการศึกษา Study of Healthy Aging in African Americans (STAR) ในประชากรชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกา 714 คน ดร.คริสเทน จอร์จ สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิตจาก University of California, Davis และทีมงานค้นพบว่า โรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน หรือปัจจัยต่าง ๆ เกี่ยวกับสุขภาพหัวใจ พบได้ทั่วไปในวัยรุ่นและมีความสัมพันธ์กับการทำงานของสมองที่ย่ำแย่ลงในบั้นปลายชีวิต โดยผู้เข้าร่วมการศึกษาประกอบด้วยวัยรุ่น (n=165; อายุ 12-20 ปี) คนหนุ่มสาว (n=439; อายุ 21-34 ปี) และผู้ใหญ่ (n=110; อายุ 35-56 ปี) ส่วนค่าเฉลี่ยของอายุในการประเมินการทำงานของสมองอยู่ที่ 68 ปี

จากการประเมินการทำงานของสมองโดยใช้แบบทดสอบความจำและทักษะสมอง Executive Function คณะนักวิจัยพบว่า การเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือมีปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพหัวใจอย่างน้อยสองปัจจัยในวัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ตอนต้น หรือวัยกลางคน ทำให้การทำงานของสมองย่ำแย่ลงมากในบั้นปลายชีวิต และผลลัพธ์ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงแม้มีการพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย ทั้งอายุ เพศ การศึกษา และจำนวนปีนับตั้งแต่พบปัจจัยเสี่ยง

ก่อนการศึกษานี้ เราแทบไม่รู้ว่าปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดที่เกิดขึ้นก่อนเข้าสู่วัยกลางคน มีความสัมพันธ์กับการทำงานของสมองในบั้นปลายชีวิต ข้อมูลนี้ก่อให้เกิดคำถามสำคัญ เพราะชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกามีปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงกว่าประชากรกลุ่มอื่น ตั้งแต่ในช่วงวัยรุ่นจนถึงวัยผู้ใหญ่

คณะนักวิจัยระบุว่า ผลการค้นพบนี้บ่งชี้ว่า ปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดที่พบตั้งแต่วัยรุ่นมีอิทธิพลต่อสุขภาพสมองในบั้นปลายชีวิตของชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกา ดังนั้น การส่งเสริมวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพหัวใจและสมองต้องทำในกลุ่มวัยรุ่นและคนหนุ่มสาวด้วย ไม่ใช่แค่ในกลุ่มวัยกลางคนเท่านั้น เพราะสมองของวัยรุ่นและคนหนุ่มสาวก็มีสิทธิได้รับผลกระทบเชิงลบจากสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดที่ย่ำแย่

ดัชนีมวลกายในวัยผู้ใหญ่ตอนต้นมีความสัมพันธ์กับภาวะสมองเสื่อมในบั้นปลายชีวิต

การศึกษาครั้งแรกในประเด็นนี้บ่งชี้ว่า ยิ่งมีดัชนีมวลกาย (BMI) ในวัยผู้ใหญ่ตอนต้น (อายุ 20-49) มาก ก็ยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้นในการเกิดภาวะสมองเสื่อมในบั้นปลายชีวิต

เรารู้น้อยมากเกี่ยวกับบทบาทของ BMI ในช่วงแรกของชีวิตที่มีต่อความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อมอื่น ๆ คณะนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการศึกษาผู้สูงอายุรวม 5,104 คนในสองการศึกษา ประกอบด้วยผู้สูงอายุ 2,909 คนในการศึกษา Cardiovascular Health Study (CHS) และผู้สูงอายุ 2,195 คนในการศึกษา Health, Aging and Body Composition Study (Health ABC) โดยในจำนวนนี้ 18% เป็นคนผิวสี และ 56% เป็นผู้หญิง นักวิทยาศาสตร์อาศัยข้อมูลจาก 4 การศึกษาก่อนหน้านี้ ซึ่งครอบคลุมทุกช่วงของวัยผู้ใหญ่ รวมถึง 2 การศึกษาข้างต้น เพื่อทำการประเมินข้อมูล BMI ตั้งแต่อายุ 20 ปีของกลุ่มผู้สูงอายุในการศึกษา CHS และ Health ABC

  • สำหรับผู้หญิง ความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นตามค่า BMI ที่สูงขึ้นในวัยผู้ใหญ่ตอนต้น โดยเมื่อเทียบกับผู้หญิงที่มี BMI ปกติในวัยผู้ใหญ่ตอนต้น พบว่าความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมเพิ่มขึ้น 1.8 เท่าในกลุ่มที่มีน้ำหนักเกิน และเพิ่มขึ้น 2.5 เท่าในกลุ่มที่เป็นโรคอ้วน นอกจากนั้นยังมีการวิเคราะห์ BMI ในวัยกลางคนและบั้นปลายชีวิต โดยไม่พบความเชื่อมโยงระหว่าง BMI ในวัยกลางคนกับความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมในผู้หญิง
  • สำหรับผู้ชาย ความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมเพิ่มขึ้น 2.5 เท่าในกลุ่มที่เป็นโรคอ้วนในวัยผู้ใหญ่ตอนต้น เพิ่มขึ้น 1.5 เท่าในกลุ่มที่มีน้ำหนักเกินในวัยกลางคน และเพิ่มขึ้น 2.0 เท่าในกลุ่มที่เป็นโรคอ้วนในวัยกลางคน
  • สำหรับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมกลับลดลงเมื่อ BMI สูงขึ้นในบั้นปลายชีวิต

ดร.อดินา เซกี อัล ฮัซซูรี จาก Columbia University และทีมงานพบว่า ค่า BMI สูงในวัยผู้ใหญ่คือปัจจจัยเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมในบั้นปลายชีวิต คณะนักวิจัยแนะนำว่า ความพยายามในการลดความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมอาจต้องเริ่มตั้งแต่วัยหนุ่มสาว โดยเน้นที่การป้องกันและรักษาโรคอ้วน

คุณภาพการศึกษาในช่วงแรกของชีวิตมีอิทธิพลต่อความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม

ในการศึกษากลุ่มตัวอย่างกว่า 2,400 คน ในช่วง 21 ปีแรกของชีวิต พบว่าการศึกษาในช่วงแรกของชีวิตที่มีคุณภาพสูงกว่า มีความเชื่อมโยงกับความจำและทักษะทางภาษาที่ดีกว่า และมีความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมในบั้นปลายชีวิตน้อยกว่า โดยผลลัพธ์ดังกล่าวมีความแตกต่างระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง และระหว่างคนผิวสีกับคนผิวขาว

โครงการ Washington Heights/Inwood Columbia Aging Project ทำการศึกษาคนผิวสีและคนผิวขาวทั้งชายและหญิงอายุ 65 ปีขึ้นไปรวม 2,446 คน ซึ่งเข้าโรงเรียนประถมในอเมริกา โดยคุณภาพของโรงเรียนพิจารณาจากการวัดผลต่าง ๆ เช่น เกณฑ์อายุการรับนักเรียน เกณฑ์อายุขั้นต่ำที่นักเรียนสามารถออกจากโรงเรียน ระยะเวลาในแต่ละเทอม อัตราส่วนนักเรียน-ครู และการเข้าเรียนของนักเรียน

ผลการศึกษาพบว่า ผู้ที่เข้าโรงเรียนที่มีคุณภาพน้อยกว่ามีความจำและทักษะทางภาษาเสื่อมถอยเร็วกว่าเมื่อสูงวัยขึ้น ส่วนผู้หญิงและผู้ชายผิวสีและผู้หญิงผิวขาวที่เข้าโรงเรียนที่มีคุณภาพดีกว่ามีโอกาสสมองเสื่อมน้อยกว่า คณะนักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้ที่เข้าโรงเรียนที่มีคุณภาพดีกว่ามักมีจำนวนปีที่เรียนหนังสือมากกว่า

ดร.จัสตินา เอวิลา-ไรเจอร์ นักวิจัยหลังปริญญาเอกจาก Columbia University Irving Medical Center และทีมงาน กล่าวว่า ผลการค้นพบดังกล่าวเป็นหลักฐานที่บ่งชี้ว่า ความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมและการทำงานของสมองในบั้นปลายชีวิต ได้รับอิทธิพลจากนโยบายการศึกษาในช่วงแรกของชีวิต

เกี่ยวกับการประชุมนานาชาติของสมาคมโรคอัลไซเมอร์

การประชุมนานาชาติของสมาคมโรคอัลไซเมอร์ (AAIC) เป็นการประชุมเกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์และโรคสมองเสื่อมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยของสมาคมโรคอัลไซเมอร์ โดยนักวิจัยจากทั่วโลกจะมารวมตัวกันเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ เกี่ยวกับโรคสมองเสื่อม รวมถึงให้การสนับสนุนชุมชนนักวิจัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง

  • โฮมเพจของ AAIC 2020: www.alz.org/aaic/
  • ห้องข่าวของ AAIC 2020: www.alz.org/aaic/pressroom.asp
  • แฮชแท็ก AAIC 2020: #AAIC20

เกี่ยวกับสมาคมโรคอัลไซเมอร์

สมาคมโรคอัลไซเมอร์เป็นองค์กรอาสาสมัครด้านสุขภาพชั้นนำของโลก ซึ่งอุทิศตนให้กับการดูแลรักษา การสนับสนุน และการวิจัยโรคอัลไซเมอร์ โดยมีจุดมุ่งหมายหลักในการกำจัดโรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อมให้หมดไป ด้วยการสนับสนุนการวิจัยระดับโลก การลดความเสี่ยงของการเกิดโรค การวินิจฉัยโรคตั้งแต่เนิ่น ๆ รวมถึงการยกระดับคุณภาพการดูแลรักษา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ alz.org หรือโทร. 800.272.3900

อ้างอิง
  • Kristen George, PhD, MPH, et al. Cardiovascular risk factors in adolescence and adulthood and late-life cognition: Study of healthy aging in African Americans (STAR). (Funder(s): U.S. National Institute on Aging)
  • Adina Zeki Al Hazzouri, PhD, et al. Association of early life BMI with dementia risk: Findings from a pooled cohort analysis. (Funder(s): U.S. National Institute on Aging)
  • Justina Avila-Rieger, et al. Relationship between state-level administrative school quality data, years of education, cognitive decline, and dementia risk. (Funder(s): U.S. National Institute on Aging)
โลโก้ - https://mma.prnewswire.com/media/1219566/AAIC_2020_Logo.jpg

ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

สมาพันธ์ทางหลวงนานาชาติบรรจุหัวข้อการซ่อมแซม พื้นที่ประสบภัยสึนามิ เป็นวาระการประชุมเร่งด่วนที่กรุงเทพฯ

กรุงเทพฯ--16 ก.พ.--ธนบุรินทร์ เอเชีย แปซิฟิก การให้ความช่วยเหลือซ่อมแซมพื้นที่ประสบภัยสึนามิได้รับการบรรจุให้เป็นวาระเร่งด่วนในการประชุมนานาชาติว่าด้วยเรื่อง "อินเตอร์เนชั่นแนล โร้ด เฟดเดอเรชั่น เวิลด์ มีตติ้ง 2005" ที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออ...

Intuition Releases Intuition Web Version 8

Intuiton, the international e-learning solutions provider and specialist in financial training, today launches Version 8 of its flagship product, Intuition Web. London, UK - Intuition (www.intuition.com), the international e-learning solutions provider an...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง