ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ผลวิจัยของอเด็คโก้ กรุ๊ป คาดสถานที่ทำงานทั่วโลกเปลี่ยนแปลงมหาศาลหลังวิกฤตโควิด-19

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันอังคารที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓ ๑๕:๐๕ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
ซูริค--30 มิ.ย.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ผลวิจัยเผยธุรกิจและพนักงานต้องการความยืดหยุ่นมากขึ้น ขณะที่มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับการให้ค่าตอบแทนตามชั่วโมงทำงาน และพนักงานต้องการผู้บริหารที่มีความใส่ใจ

  • พนักงานต้องการความยืดหยุ่นมากขึ้นหลังวิกฤตโควิด โดยพนักงานทั่วโลกอยากทำงานที่ออฟฟิศควบคู่กับทำงานจากระยะไกลอย่างละครึ่ง
  • มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับสัญญาจ้างที่ให้ค่าตอบแทนตามชั่วโมงทำงาน โดยผู้ตอบแบบสำรวจ 69% มองว่าสัญญาจ้างควรให้ค่าตอบแทนตามผลงานมากกว่าชั่วโมงทำงาน
  • การล็อกดาวน์ทำให้พนักงานมีทักษะดิจิทัลมากขึ้นอย่างไม่คาดคิด โดยผู้ตอบแบบสำรวจหกในสิบ (61%) ระบุว่ามีความรู้เรื่องเทคโนโลยีมากขึ้น ขณะที่สองในสาม (69%) ต้องการเพิ่มทักษะดิจิทัลอีกหลังสถานการณ์คลี่คลาย
  • บรรดาผู้บริหารต้องพัฒนาตัวเองให้มีความฉลาดทางอารมณ์มากขึ้น แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน โดยมีไม่ถึงครึ่งที่พร้อมช่วยเหลือพนักงานในทุก ๆ ด้านท่ามกลางการแพร่ระบาด

ผลวิจัยใหม่ล่าสุดจากอเด็คโก้ กรุ๊ป (Adecco Group) เผยให้เห็นว่า การแพร่ระบาดของโควิดส่งผลให้ทัศนคติและความคาดหวังของพนักงานและผู้บริหารเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยทั้งสองฝ่ายอยากให้มีการเปลี่ยนแปลงแบบถาวรในส่วนของวิธีการและสถานที่ทำงาน ความสัมพันธ์ในที่ทำงาน และทักษะในการรับมืออนาคต

อเด็คโก้ กรุ๊ป บริษัทที่ปรึกษาด้านทรัพยากรบุคคลชั้นนำระดับโลก เปิดเผยผลการวิจัยล่าสุดในหัวข้อ “Resetting Normal: Defining the New Era of Work” ซึ่งสำรวจผลกระทบระยะสั้นและระยะยาวของโควิดที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงบรรทัดฐานในสถานที่ทำงาน โดยการวิจัยภาคสนามได้จัดทำขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2563 สำหรับผู้ตอบแบบสอบถามประกอบด้วยพนักงานออฟฟิศ (อายุ 18-60 ปี) ในออสเตรเลีย ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น สเปน สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา รวม 8,000 คน

Alain Dehaze ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอเด็คโก้ กรุ๊ป กล่าวว่า “โลกของการทำงานไม่มีวันกลับสู่ “ภาวะปกติ” แบบที่เราคุ้นเคยก่อนเกิดการระบาดครั้งใหญ่ การเปลี่ยนแปลงมากมายและกะทันหันในที่ทำงานส่งผลให้เทรนด์ใหม่อย่างการทำงานด้วยความยืดหยุ่น ความฉลาดทางอารมณ์ของผู้บริหาร และการเพิ่มทักษะใหม่ กลายเป็นรากฐานความสำเร็จขององค์กร ในขณะที่หลายประเทศเริ่มฟื้นตัวจากวิกฤต พนักงานก็ได้โอกาส “รีเซ็ต” ธรรมเนียมปฏิบัติเดิมในสถานที่ทำงาน ซึ่งหลายอย่างแทบไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ผลวิจัยนี้ตอกย้ำว่าทัศนคติของพนักงานเปลี่ยนแปลงไป ทั้งยังเผยให้เห็นช่องว่างระหว่างความคาดหวังของพนักงานกับแนวทางปฏิบัติในตลาดแรงงาน ในขณะที่เราก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการทำงาน ถึงเวลาแล้วที่ต้องกำหนดบรรทัดฐานที่ดีกว่าเดิม เพื่อสร้างแรงงานแห่งอนาคตที่มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ทำงานอย่างมีประสิทธิผล รู้สึกมีส่วนร่วมและได้รับการยอมรับ”

ข้อมูลสำคัญจากการวิจัย

ผลวิจัยเผยให้เห็นว่า โลกของการทำงานพร้อมแล้วสำหรับการทำงานแบบ “ลูกผสม” โดยพนักงานสามในสี่ (74%) ที่ตอบแบบสำรวจระบุว่า การทำงานที่ออฟฟิศควบคู่กับการทำงานจากระยะไกลคือวิธีที่ดีที่สุด ขณะเดียวกัน ผู้ตอบแบบสำรวจทุกประเทศ ทุกวัย ทั้งที่มีลูกและไม่มีลูก ต่างต้องการแบ่งเวลาทำงานที่ออฟฟิศ (51%) และทำงานจากระยะไกล (49%) อย่างละครึ่ง ซึ่งผู้บริหารบริษัทก็เห็นด้วย โดยผู้บริหารเกือบแปดในสิบ (77%) เชื่อว่าธุรกิจจะได้รับประโยชน์จากการทำงานที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น

อีกหนึ่งข้อมูลสำคัญได้ส่งสัญญาณถึงจุดจบของสัญญาจ้างที่ให้ค่าตอบแทนตามชั่วโมงทำงานและการทำงาน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยพนักงานกว่าสองในสาม (69%) ต้องการให้ดูที่ผลงานมากกว่า โดยมองว่าสัญญาจ้างควรให้ค่าตอบแทนตามผลงานมากกว่าชั่วโมงทำงาน ขณะที่ผู้บริหารจำนวนมาก (74%) ก็เห็นด้วยว่าควรมีการทบทวนชั่วโมงทำงานต่อสัปดาห์

การแพร่ระบาดของโควิดยังก่อให้เกิดความคาดหวังใหม่ต่อผู้บริหาร และความคาดหวังเหล่านี้จะเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหมู่ผู้บริหารยุคใหม่ โดยความฉลาดทางอารมณ์กลายเป็นคุณสมบัติสำคัญของผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จในปัจจุบัน แต่ช่องว่างด้านทักษะทางอารมณ์และสังคมยังคงมีให้เห็นอย่างชัดเจน โดยพนักงานกว่าหนึ่งในสี่ (28%) ระบุว่าสภาพจิตใจแย่ลงเพราะโควิด และมีเพียงหนึ่งในสิบที่มองว่าผู้บริหารมีความสามารถในการดูแลสุขภาพจิตของพนักงาน

นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามทุกประเทศยังต้องการเพิ่มทักษะของตนเอง โดยหกในสิบระบุว่าตนเองมีทักษะดิจิทัลดีขึ้นช่วงล็อกดาวน์ ขณะที่สองในสาม (69%) ต้องการเพิ่มทักษะดิจิทัลอีกหลังสถานการณ์คลี่คลาย ซึ่งหลายทักษะพนักงานมองว่ามีความสำคัญ เช่น การบริหารพนักงานจากระยะไกล (65%), ทักษะทางอารมณ์และสังคม (63%) และการคิดเชิงสร้างสรรค์ (55%)

สุดท้ายนี้ ผลวิจัยตอกย้ำถึงความสำคัญของการรักษาความเชื่อใจในโลกของการทำงานรูปแบบใหม่ การที่หลายบริษัทลุกขึ้นมารับมือกับความท้าทายเพื่อช่วยเหลือพนักงานในช่วงวิกฤต ส่งผลให้พนักงานมีความเชื่อใจในบริษัทมากขึ้น โดยพนักงาน 88% ระบุว่านายจ้างสามารถทำได้ตามที่คาดหวังหรือเหนือกว่าที่คาดหวังในส่วนของการรับมือกับความท้าทายจากโควิด แต่ความเชื่อใจที่เพิ่มมากขึ้นทำให้ความคาดหวังเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ความจริงแล้วการทำงานเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกฝ่าย แต่พนักงาน 80% เชื่อว่านายจ้างต้องรับผิดชอบในการสร้างโลกของการทำงานที่ดีกว่าเดิมหลังวิกฤตโควิดและสร้างบรรทัดฐานใหม่ ขณะที่ 73% มองว่าเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล ส่วน 72% เห็นว่าเป็นความรับผิดชอบของตัวบุคคล และ 63% เชื่อว่าเป็นความรับผิดชอบของสหภาพแรงงาน

ข้อมูลเพิ่มเติม
  • ดาวนโหลดรายงาน Resetting Normal: Defining the New Era of Work ฉบับเต็มได้ที่ https://www.adeccogroup.com/reset-normal
  • ติดตามข่าวสารล่าสุดทางโซเชียลมีเดีย #ResetNormal

เกี่ยวกับอเด็คโก้ กรุ๊ป

อเด็คโก้ กรุ๊ป คือบริษัทที่ปรึกษาด้านทรัพยากรบุคคลชั้นนำระดับโลก เราเชื่อมั่นในการสร้างโลกของการทำงานแห่งอนาคตเพื่อทุกคน เราช่วยจัดหางานกว่า 3.5 ล้านตำแหน่งทุกวัน นอกจากนั้นยังฝึกทักษะ พัฒนา และจ้างบุคลากรมากความสามารถใน 60 ประเทศ เพื่อช่วยให้องค์กรต่าง ๆ พร้อมสำหรับโลกของการทำงานแห่งอนาคต ในฐานะองค์กร Fortune Global 500 เราเป็นตัวอย่างที่ดีในการสร้างคุณค่าร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างสังคมที่ดีกว่าเดิม วัฒนธรรมองค์กรของเรา ทั้งการยอมรับและให้พนักงานมีส่วนร่วม ความเป็นผู้ประกอบการ และการทำงานเป็นทีม ได้มอบพลังให้กับพนักงาน 35,000 คนของเรา และเราภูมิใจที่ติดอันดับ “สถานที่ทำงานที่ดีที่สุดในโลก” โดย Great Place to Work(R) อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ อเด็คโก้ กรุ๊ป มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (ISIN: CH0012138605) และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ SIX Swiss Exchange (ADEN) บริษัทเป็นเจ้าของ 9 แบรนด์ชั้นนำระดับโลก ได้แก่ Adecco, Adia, Badenoch & Clark, General Assembly, Lee Hecht Harrison, Modis, Pontoon, Spring Professional และ Vettery

เว็บไซต์: adeccogroup.com
เฟซบุ๊ก: facebook.com/theadeccogroup
ทวิตเตอร์: @AdeccoGroup
โลโก้ - https://mma.prnewswire.com/media/1197818/The_Adecco_Group_Logo.jpg
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
The Adecco Group Press Office
อีเมล: media@adeccogroup.com
โทร: +41-(0)-44-878-87-87

ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

อเด็คโก้ เปิดสาขาใหม่บางนาเพื่อรองรับการขยายตัวภาคอุตสาหกรรม

นางสาวธิดารัตน์ กาญจนวัฒน์ (กลาง) ผู้จัดการประจำประเทศ - อเด็คโก้ ประเทศไทย (ADECCO) ผู้นำธุรกิจให้คำปรึกษาด้านทรัพยากรบุคคล จัดหา จัดจ้าง และการให้คำปรึกษาด้านบริหารบุคคล ทำพิธีเปิดสำนักงานอเด็คโก้ สาขาบางนา เพิ่มขอบข่ายการบริการด้านทรัพยากรบุคคลครบวงจ...

กทม. เตรียมจัดงบฯ เพิ่มค่าครองชีพข้าราชการ-ลูกจ้าง ตั้งแต่ 1 ต.ค. 47

กรุงเทพฯ--25 ม.ค.--กทม. กรุงเทพมหานคร พร้อมเพิ่มค่าตอบแทนพิเศษชั่วคราวเพื่อช่วยเหลือการครองชีพข้าราชการระดับต้น รวมทั้ง ลูกจ้างประจำและลูกจ้างชั่วคราว ใครเงินเดือนไม่ถึงหมื่น จะได้รับเงินเพิ่มเดือนละพัน แต่ไม่เกิน 10,000 บาท หากเงินเดือนไม่ถึง 7,000 จะเพิ...

ภาพข่าว: "ตลาดหลักทรัพย์ฯ สร้างเสาธงให้รร.ศูนย์รวมน้ำใจ"

กรุงเทพฯ--4 ม.ค.--ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ที่สี่จากซ้าย) พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมทำพิธีมอบเสาธง ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้สนับสนุนงบประมาณจัดสร้างจำนวน 130,00...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง