ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

รมว.อว. ตรวจติดตามความก้าวหน้า “โครงการ อว.สร้างงาน” @ วว.เทคโนธานี

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันศุกร์ที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ๑๕:๓๙ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--15 พ.ค.--สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

“สุวิทย์ เมษินทรีย์” รมว.การอุดมศึกษาฯ ติดตามความก้าวหน้า “โครงการ อว.สร้างงาน” จ้างคนตกงานจากโควิด-19 ที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) 1 ใน 42 หน่วยงานของ อว. ที่ร่วมโครงการฯ พร้อมพบปะให้กำลังใจผู้ได้รับการจ้างงานกลุ่มแรก เตรียมส่งลงพื้นที่ลุยงานร่วมนักวิจัยใน 7 จังหวัดกระจายทุกภูมิภาค เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญ   บ่มเพาะทักษะรอบด้าน   หนุนต่อยอดสู่อาชีพใหม่หรือเป็นผู้ประกอบการสตาร์ทอัพในอนาคต

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน “โครงการ อว.จ้างงาน” ที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เทคโนธานี ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี   ซึ่งนับเป็น 1 ใน 42 หน่วยงานของ อว. ที่ร่วมโครงการจ้างงานประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคราน่า 2019 หรือ โควิด-19 พร้อมร่วมประชุมกับผู้บริหาร วว. เพื่อมอบนโยบายการดำเนินงานและขับเคลื่อนการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ นอกจากนี้ ยังได้พบปะและให้กำลังใจผู้ได้รับการจ้างงานกลุ่มแรกจาก วว. ซึ่งจะได้ลงพื้นที่ทำงานร่วมกับนักวิจัยใน 7 จังหวัดกระจายไปทุกภูมิภาคของประเทศ

จากนั้น ดร.สุวิทย์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า วว. ถือเป็นหน่วยงานที่เป็นกำลังหลักของ อว. ในการขับเคลื่อนการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ รวมถึงถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่อุตสาหกรรม วิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการไทย   สำหรับ “โครงการ อว.จ้างงาน” ในส่วนของ วว. จะเป็นหน่วยที่สนับสนุนด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากรรุ่นใหม่   เพื่อพัฒนาเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและโอทอป เน้นการส่งเสริมและเพิ่มพูนทักษะต่างๆ ครอบคลุมในด้านการวางแผนการผลิต การใช้เครื่องมือในการผลิต การควบคุมการผลิต การตรวจสอบมาตรฐานและคุณภาพผลิตภัณฑ์ การวิเคราะห์ต้นทุนการผลิต โดยคนรุ่นใหม่เหล่านี้จะได้รับองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม จากผู้เชี่ยวชาญและมีการฝึกปฏิบัติงาน เช่น เทคโนโลยีการแปรรูปอาหารและผลไม้ เทคโนโลยีการจัดเก็บและยืดอายุผลไม้สด เทคโนโลยีด้านการสกัดสมุนไพร เป็นต้น   ซึ่งผลจากการดำเนินงานนี้จะก่อให้เกิดผลในระยะสั้น คือ การสร้างงาน สร้างรายได้ ให้แก่ผู้ประสบภาวะวิกฤตโควิด-19   ส่วนผลในระยะยาว เป็นการตอบโจทย์ประเทศ สร้างและเสริมทักษะแรงงานสมัยใหม่ ให้มีความพร้อมเพื่อสร้างธุรกิจ เป็นผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่หรือเป็นผู้ประกอบการรายใหม่หลังจบวิกฤตโควิด-19

“การจ้างงานของ อว. ไม่เพียงแต่เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ แต่ผู้ที่ได้รับการจ้างงานจากเราทุกคนจะได้มากกว่านั้น คือ การได้เรียนรู้และเพิ่มพูนทักษะ เสริมศักยภาพของตนเอง โดยพวกเขาสามารถเรียนรู้ประสบการณ์ทำงานจริงจากนักวิจัยมากประสบการณ์ ได้เรียนรู้แนวปฏิบัติที่ดี ณ โครงสร้างพื้นฐานของ วว. ที่ทันสมัยและได้มาตรฐานสากลที่มีอยู่ถึง 7 แห่งทั่วทุกภูมิภาค เพื่อสามารถนำประสบการณ์จากการทำงานเหล่านั้นไปใช้ในการประกอบอาชีพใหม่ หรือนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือทรัพยากรในท้องถิ่นของตนเอง   ซึ่ง อว. ยังพร้อมสนับสนุนให้พวกเขาก้าวไปสู่การเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่อย่างสตาร์ทอัพในอนาคตได้” รมว.อว.กล่าว

ด้าน ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวเพิ่มเติมว่า วว. รับมอบนโยบายและสนับสนุนการดำเนินงานโครงการ อว.สร้างงาน โดยได้เปิดรับบุคลากร รวมจำนวน 130 คน แบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 (ปลายเดือนเมษายน 2563) และระยะที่ 2 (ต้นเดือนพฤษภาคม 2563)   ขณะนี้ได้ทำการคัดเลือกบุคลากรแล้ว   และบางส่วนได้เริ่มเข้ามาปฏิบัติงาน ณ โครงสร้างพื้นฐาน วว. 7 แห่งทั่วภูมิภาค ได้แก่ โรงงานบริการนวัตกรรมอาหาร (FISP) ศูนย์นวัตกรรมผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์เพื่ออุตสาหกรรม (ICPIM) จังหวัดปทุมธานี ศูนย์การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพิ่มผลผลิตภาพและมูลค่าพืชไร่ชุมชน (สับปะรด) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการยืดอายุลำไยเพื่อการส่งออก จังหวัดลำพูน ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมอาหารจังหวัดแพร่   โรงงานสกัดระดับชุมชนและระบบเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ จังหวัดน่าน   โรงงานบริการนวัตกรรมอาหาร จังหวัดระยอง   โรงงานบริการนวัตกรรมอาหาร จังหวัดสงขลา   โดยแต่ละพื้นที่ วว. ได้มอบหมายให้นักวิจัยที่มีประสบการณ์ ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงดูแลให้ความช่วยเหลือ และให้คำปรึกษาตลอดระยะเวลาในการปฏิบัติงาน

“วว. พร้อมนำศักยภาพและประสบการณ์ด้านการวิจัยและพัฒนา   การใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงปฏิบัติการให้แก่บุคลากรรุ่นใหม่เหล่านี้ ได้เพิ่มพูนทักษะจากการฝึกปฏิบัติจริง   และยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ วว. ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้สร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัยให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 ครั้งนี้ไปได้”   ผู้ว่าการ วว. กล่าวสรุป

นอกจากนี้ผู้ว่าการ วว. ยังได้กล่าวว่า รมว. อว. ได้มอบนโยบายให้ วว. ขยายโครงการรับบุคลากรในระยะที่ 3 เพิ่มเติมอีก จำนวน 200 อัตรา เพื่อให้ไปปฏิบัติงานด้าน Smart Farming   และเทคโนโลยีการเกษตร ณ สถานีวิจัยลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา และเทคโนธานี   ในอัตราเงินเดือน 9,000 บาทต่อคน ระยะเวลา 3 เดือน ซึ่งคาดว่าจะสามารถรับสมัครได้ปลายเดือนพฤษภาคม และเริ่มปฏิบัติงานได้ประมาณเดือน กรกฎาคม 2563 นี้

อนึ่งภายหลังจากการประชุมฯ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.อว.และคณะ ยังได้เยี่ยมชมการปฏิบัติงานจริง ด้านการแปรรูปอาหาร ณ โรงงานบริการนวัตกรรมอาหาร (FISP)   ด้านการผลิตเชื้อจุลินทรีย์ ศูนย์นวัตกรรมผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์เพื่ออุตสาหกรรม (ICPIM) รวมทั้ง การผลิตเห็ดเมืองร้อน   การผลิตปุ๋ยอินทรีย์เคมี   การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (Tissue Culture) ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

วว. จับมือ 26 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เปิดตัวโครงการภาคีบัณทิตระดับปริญญาโท-เอก

กรุงเทพฯ--11 ม.ค.--วว. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ร่วมกับ 26 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เปิดตัวโครงการภาคีบัณฑิตระดับปริญญาโท-เอก หวังสร้างนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่เป็นคลังสมองชาติ ช่วยพัฒนาวงการศึกษาไทย พร้อมยกระดับขีดความสามารถการแ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง