ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

สทนช. เร่งสร้างความเข้มแข็งประชาชน 8 จ.ริมแม่น้ำโขง รับมือผลกระทบระบบนิเวศข้ามพรมแดนจากการสร้างเขื่อน

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันศุกร์ที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ๑๖:๕๗ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--20 มี.ค.--สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

สทนช. เร่งสร้างความรู้ ความเข้าใจ เสริมความเข้มแข็งภาคประชาชน 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขง รับมือผลกระทบข้ามพรมแดนควบคู่กับการรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในแม่น้ำโขงสายประธาน พร้อมชู อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี เป็นชุมชนนำร่องถ่ายทอดองค์ความรู้การวางแผนรับมือการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ โดยนำหลักวิชาการผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สทนช.ได้มีการสรุปผลการศึกษา “โครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มเครือข่ายภาคประชาสังคมในพื้นที่ 8 จังหวัด ริมแม่น้ำโขง” โดยดำเนินการ ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับคนในชุมชนพื้นที่ 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขง ที่ประกอบด้วย จังหวัดเชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี เพื่อให้คนในชุมชนและภาคประชาสังคมมีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักต่อการเปลี่ยนแปลงระบบการไหลของน้ำและระบบนิเวศในแม่น้ำโขง ที่เกิดขึ้นจากผลกระทบสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนในการก่อสร้างโครงการไฟฟ้าพลังน้ำในแม่น้ำโขงสายประธาน เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคประชาชนในการร่วมติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์ในแม่น้ำโขง รวมทั้งสร้างพื้นที่ต้นแบบในการนำเอาองค์ความรู้ท้องถิ่นผสมผสานหลักการทางวิชาการ เพื่อวางแผนรับมือและปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ก่อเกิดเป็นภูมิปัญญาในการแก้ไขปัญหาของชุมชน โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2562 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 24 มีนาคม 2563 ซึ่งได้มีการคัดเลือกตัวแทนชุมชนในแต่ละจังหวัด อย่างน้อยจังหวัดละ 1 ชุมชน เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำแผนสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ที่สอดคล้องกับบริบทวิถีชีวิตและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในลุ่มน้ำโขงได้อย่างแท้จริง

“ตลอดระยะเวลา 6 เดือนในการศึกษาโครงการฯ สทนช. ได้รับความร่วมมือจากแกนนำเครือข่ายทั้ง 8 จังหวัดเป็นอย่างดี โดย สทนช. ได้แนะนำช่องทางการติดตามสถานการณ์แม่น้ำโขงให้แก่เครือข่าย และนำคืนข้อมูลการศึกษาผลกระทบให้แก่ชุมชน เพื่อให้ชุมชนสามารถวางแผนป้องกันและรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศได้ด้วยตัวเอง โดยในปีนี้ สทนช.จะนำข้อเสนอจากภาคประชาชนที่ได้ทั้ง 3 ประการ ไปต่อยอดขยายผล คือ (1)การจัดกิจกรรมให้แกนนำและเครือข่ายทั้ง 8 จังหวัด ได้แลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร พัฒนาศักยภาพการจัดทำแผนชุมชน โดยเพิ่มช่องทางการนำไปสู่การปฏิบัติ ผ่านอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด กรรมการลุ่มน้ำ และองค์กรปกครองท้องถิ่น เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณและผลักดันกิจกรรม (2)การต่อยอดข้อเสนอของชุมชนที่ได้รับการคัดเลือกในปีที่ผ่านมา คือ อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี โดยเสนอให้เกิดนักวิจัยท้องถิ่นในการติดตามประเมินผลระบบนิเวศวิทยาทางน้ำและการประมงของพื้นที่ตนเอง ตามหลักวิชาการผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น และ(3)การคัดเลือกชุมชนนำร่องเพิ่มเติม เพื่อนำไปเป็นต้นแบบ ขยายผลให้แก่ชุมชนอื่น ๆ ได้รับทราบอย่างกว้างขวางต่อไป” เลขาธิการ สทนช. กล่าว

สำหรับโครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มเครือข่ายภาคประชาสังคมในพื้นที่ 8 จังหวัด ริมแม่น้ำโขง ได้มีการจัดเวทีการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ไปแล้วจำนวนทั้งสิ้น 3 ครั้ง ได้แก่ เวทีที่ 1 การประชุมปฐมนิเทศ เพื่อเป็นการสื่อสารความเข้าใจโครงการ แนวทางการดำเนินงานอย่างมีส่วนร่วม และร่วมกันในการพัฒนากระบวนการมีส่วนร่วมจากการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2562 ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย จังหวัดหนองคาย เวทีที่2 การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เป็นการวางแผนมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบแบบมีส่วนร่วมในพื้นที่ตัวอย่างนำร่อง ซึ่งได้เลือกพื้นที่อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพื้นที่นำร่องพร้อมทั้งการวางแผนพื้นที่เปราะบางให้มีการแก้ไขปัญหาของชุมชน เพื่อรองรับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงทรัพยากรน้ำและระบบนิเวศในแม่น้ำโขง เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ตำบลสองคอน อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี และเวทีที่3 การประชุมปัจฉิมนิเทศในวันนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นการสรุปโครงการ รวมถึงการนำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและวางแผนมาตรการแผนการแก้ไขปัญหาของชุมชน เพื่อรองรับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงทรัพยากรน้ำและระบบนิเวศในแม่น้ำโขง โดยมีภาคประชาสังคมประกอบไปด้วยแกนน้ำเครือข่ายทั้ง 8 จังหวัด เข้าร่วมจังหวัดละ 5 คน รวม 40 คน

สทนช.พยายามสร้างกลไกระดับท้องถิ่น ให้เข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการน้ำมากยิ่งขึ้น ผ่านคณะกรรมการลุ่มน้ำ และอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดทุกจังหวัดที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งเรียบร้อยแล้วซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ ที่จะทำให้เครือข่ายมีความเข้มแข็งและเข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการน้ำมากยิ่งขึ้น


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ซุบซิบ หวิว-ณัฐพนธ์ วงษ์สนิท"

กรุงเทพฯ--15 ก.พ.--อาร์.เอส.โปรโมชั่น มีเวลาว่างเมื่อไรเป็นอันว่าต้องไป จ.อุบลราชธานี สำหรับ หนุ่ม "หวิว-ณัฐพนธ์ วงษ์สนิท" เจ้าของเพลง "กบ" ยอดฮิต ก็ทำให้บรรดาแฟนเพลงต่างสงสงสัยว่าที่จังหวัดอุบล มีของดีอะไร ทำให้หนุ่ม "หวิว" มีเวลาเมื่อไรก็ต้องไปเมื่อนั้น...

สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 7 จังหวัดอุบลราชธานี เปิดอบรมหลักสูตรฝึกยกระดับฝีมือแรงงานสาขาพนักงานนวดฝ่าเท้า

กรุงเทพฯ--4 ก.พ.--สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 7 สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 7 อุบลราชธานี เปิดอบรมหลักสูตรฝึกยกระดับฝีมือแรงงาน สาขาพนักงานนวดฝ่าเท้า ให้กับประชาชนผู้สนใจในจังหวัดอุบลราชธานี นางจุฑามาศ บุญอาจ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 7 อุบลราชธานี...

สหกรณ์เคหสถานราชนาวี จำกัด เปิดรับคำขอกู้สามัญได้ตั้งแต่บัดนี้

กรุงเทพฯ--4 ม.ค.--สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ ตามที่ สหกรณ์เคหสถานราชนาวี จำกัด งดรับคำขอกู้สามัญเพื่อเปลี่ยนแปลงระเบียบคำขอกู้สามัญ นั้น ขณะนี้การเปลี่ยนแปลงระเบียบคำขอกู้สามัญเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงเปิดรับคำขอกู้ได้ตามปกติ ตั้งแต่วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๔๘ เป็...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง