ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

รวมพลังหาร 2 เมื่อแค่ประหยัดพลังงานยังไม่พอ ต้องมีนวัตกรรมช่วยด้วย พร้อมปรับสื่อรุก Gen Y ในยุค Digital Disruption

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันจันทร์ที่ ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ๐๙:๑๒ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--2 ธ.ค.--ยีราฟ เอเจนซี่

เมื่อเข้าสู่ยุค Digital disruption แน่นอนว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงภาคธุรกิจ สินค้า บริการ หรือนวัตกรรมเพียงเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงแคมเปญประชาสัมพันธ์และการรณรงค์ในปัจจุบันที่แนวทางการสื่อสารหรือเนื้อหาแบบเดิมๆ ไม่อาจจะเข้าถึงเด็กรุ่นใหม่ได้ นั่นจึงทำให้เราเห็นงานโฆษณาชิ้นใหม่ของ "โครงการรวมพลังหาร 2" ในปีนี้ ที่จัดจ้าน และเข้มข้นขึ้นกว่าเดิมผนวกกับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมรูปแบบใหม่ที่มีอยู่รอบตัวมาใช้ประโยชน์ต่อการประหยัดพลังงาน ส่วนจะเป็นอย่างไรนั้นหากใครยังไม่เคยดูแนะนำให้ดูกันเลย ก่อนที่เราจะมาเล่าให้ฟังว่ามันมีอินไซด์ใหม่ๆ อะไรจากงานชิ้นนี้

สำหรับ "โครงการรวมพลังหาร 2" เจ้าภาพใหญ่ คือ สำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ซึ่งมีเป้าหมายที่จะสร้างจิตสำนึกให้คนไทยตระหนักถึงการใช้พลังงานอย่างประหยัดและให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนทุกคนมีวินัยคิดก่อนใช้ทุกครั้ง ซึ่งเคยสร้างปรากฏการณ์ที่ทำให้แคมเปญฮิตทุกบ้านทั่วเมืองสามารถท่องบทอาขยาน ป.ปลา นั้นหายาก และร้องเพลงแหล่หาร 2 ได้มาแล้ว แต่วันนี้เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป แคมเปญมี Target audience เป็นกลุ่มคน Gen Y อายุระหว่าง 25 – 39 ปี โดยเป็นกลุ่มหลักในการขับเคลื่อนสังคมในปัจจุบันและมีพฤติกรรมนิยมใช้สื่อออนไลน์เป็นหลักอีกทั้งยังเปิดรับข้อมูลข่าวสารแบบสั้นๆ ฉะนั้นวิธีในการสื่อสาร และการหยุดความสนใจสำหรับกลุ่ม Gen Y นี้ จึงต้องปรับรูปแบบการนำเสนอให้เกิดความสร้างสรรค์ขึ้นและเลือกใช้ช่องทางออนไลน์สำหรับการสื่อสารเป็นหลัก ซึ่งเป็นหลักคิดตามแนวทาง Value Centric Marketing

นอกจากนี้ สนพ. ได้ทำการศึกษาและพบอินไซด์สำคัญของคน Gen Y ว่ามีรูปแบบการใช้ชีวิตไม่เหมือนกับคนรุ่นก่อนมีการนำเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น อาทิ ช้อปปิ้งออนไลน์ถึง 17.8% สั่งอาหารผ่าน Food Delivery 15% รวมทั้งใช้บริการ App เรียกรถโดยสารมากถึง 13.1% เหล่านี้คือไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ช่วยลดการใช้พลังงานได้มากทีเดียวโดยที่เราอาจจะไม่รู้ตัว และที่สำคัญคือช่วยให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น

จากข้อมูลดังกล่าวเนื้อหาที่นำเสนอจึงถูกปรับให้เข้ากับวิถีชีวิตยุค 4.0 มากขึ้น อาทิ การประชุมออนไลน์ การใช้ IoT เพื่ออำนวยความสะดวกในบ้านการใช้พลังงานจากโซลาร์เซลล์ หรือการใช้ยานยนต์หรือรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อประหยัดน้ำมัน เป็นต้น ซึ่งนวัตกรรมเหล่านี้นอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มความรวดเร็วในการใช้ชีวิตแล้ว ที่สำคัญคือช่วยประหยัดพลังงานได้อย่างมากทีเดียว แต่อีกจุดที่นับได้ว่าเป็นจุดเด่นสำคัญที่โครงการรวมพลังหาร 2 ทำก็คือ การหยิบเอาเรื่องราวการประหยัดพลังงานง่ายๆ ใกล้ตัว มานำเสนอให้เห็นภาพและนำไปปฏิบัติได้เลยในชีวิตประจำวัน ซึ่งจุดนี้ทางโครงการทำมาตลอดและทำได้อย่างดีอีกด้วย

อีกสิ่งที่เราเห็นการเปลี่ยนแปลงจากแคมเปญนี้ก็คือเทรนด์การทำการตลาดยุคใหม่กับ Influencer Marketing โดยมีการนำเอาคนดังออนไลน์อย่าง "เพจหมอแล็บแพนด้า" (ภาคภูมิ เดชหัสดิน) มาเป็นคนเดินเรื่องให้ชวนติดตามน่าสนใจมากขึ้นกับมุกตลกที่สอดแทรกแบบมีสาระ ทำให้เนื้อหาเข้าใจง่ายและจดจำได้ง่าย รวมทั้งเข้าถึงกลุ่ม Gen Y และ Gen C กลายเป็นไวรัลที่คนพูดกันติดปากกับคำว่า "นวัตกรรมหาร 2 ลองเลย!" ซึ่งปัจจุบันมียอดวิวมากกว่า 8.3 ล้านวิว เพียงไม่ถึง 30 วัน นั่นเพราะโครงการฯ สามารถตีโจทย์แตกได้ทั้งกลุ่มเป้าหมายและวิธีในการสื่อสารที่ตรงจุดสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนที่เปลี่ยนไป

แต่การทำแคมเปญทางการตลาดที่ดีไม่ใช่แค่ปล่อยคลิปไวรัลแล้วจบ ควรต้องนำมาต่อยอดด้วย activity ดีๆ เพื่อทำให้เกิดอิมแพคและสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่องจึงได้มีการจัดกิจกรรมต่อยอดกระแสจากไวรัลคลิป จัดกิจกรรม "Han 2 The Battle" เป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมพร้อมแบ่งปันไอเดียแนวคิดการประหยัดพลังงานรูปแบบใหม่ที่สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ซึ่งภายในงานมีการจัดนิทรรศการ 8 นวัตกรรมประหยัดพลังงาน ได้แก่ Smart Mobility, Smart Lifestyle และ Smart Living รวมทั้งจัดเวทีประชันไอเดียประหยัดพลังงานในหัวข้อ

"นวัตกรรมใช้จริงประหยัดจัง พฤติกรรมทำจริงประหยัดแน่" ซึ่งเวทีนี้ใช้กลยุทธ์ Endorser เชิญไอคอนคนดังมาร่วมกิจกรรมเพื่อดึงดูดความสนใจ ไม่ว่าจะเป็น เก้า-สุภัสสรา, ดีเจเผือก - พงศธร, ดาว-ณัฐภัสสร, เบสท์-ณัฐสิทธิ์, ซาร่า-AF, บาส-เอสบีไฟฟ์, น้าเน็ก-เกตุเสพย์สวัสดิ์ พร้อมศิลปิน BNK 48 ที่มาร่วมส่งความสนุกด้วยการแสดงพลังจากตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นผู้นำทางความคิดให้กับกลุ่มเป้าหมาย สร้างความสนใจทำให้มีผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก

ภาพรวมทั้งหมดจะเห็นได้ว่า โครงการรวมพลังหาร 2 ในปีนี้เน้นนวัตกรรมรูปแบบใหม่ที่เข้ามาตอบโจทย์ทำให้ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้นแต่ช่วยประหยัดพลังงานได้เยอะขึ้น เป็นการใช้ชีวิตแบบสมาร์ทที่เข้าใจคนใจคนรุ่นใหม่ซึ่งถือได้ว่า โครงการรวมพลังหาร 2 เป็นแคมเปญภาครัฐที่ยืนหนึ่งเรื่องความคิดสร้างสรรค์และเน้นการทำงานที่ไม่ยึดติดกรอบ ดังนั้น นอกจากจะถือว่าเป็นเคสตัวอย่างการสร้างสรรค์งานของรัฐที่ดีแล้วภาคเอกชนก็สามารถหยิบไปใช้เพื่อสร้างสรรค์แคมเปญที่เกี่ยวกับการนำเอานวัตกรรมต่างๆ มาใช้ก็ได้ และต้องยกนิ้วชม ไอเดีย เรียกว่าศึกษาทำการบ้านมาอย่างดีทีเดียว และหากต้องการไอเดียเพิ่มเติมเกี่ยวกับนวัตกรรมการประหยัดพลังงานหาร 2 สามารถเข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่ www.รวมพลังหาร 2.com, Facebook.com/eppohan2/


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

บริษัทชั้นนำปฏิรูปธุรกิจด้วยโซลูชั่นดิจิตอลของซิสโก้ โซลูชั่นดิจิตอล และโซลูชั่นรักษาความปลอดภัยสำหรับ IoT แก้ปัญหาสำคัญในภาคอุตสาหกรรมการผลิต การขนส่ง สาธารณูปโภค น้ำมันและก๊าซ

ผลการวิจัยของศูนย์ปฏิรูปธุรกิจดิจิตอลทั่วโลก (Global Center for Digital Business Transformation) ระบุว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของบริษัทชั้นนำในปัจจุบันจะสูญเสียตำแหน่งในตลาด เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เป็นผลมาจากเทคโนโลยีดิจิตอล (Digital Disruption) ใน...

ก.พลังงาน จับมือ เมเจอร์ฯ จัดงานวันเด็ก

กรุงเทพฯ--7 ม.ค.--สนพ. ก.พลังงาน ร่วมกับ โรงภาพยนตร์เมเจอร์ฯ สาขารัชโยธิน จัดกิจกรรมวันเด็ก โดยนำละครเวทีเรื่อง "เยาวชนประหยัดไฟกำไร 2 ต่อ" รณรงค์สร้างจิตสำนึกการประหยัดพลังงานให้เยาวชน นายชวลิต พิชาลัย ผู้อำนวยการสำนักวิเคราะห์แผนพลังงาน สำนักงานนโยบายแล...

เอไอเอสเปิดศูนย์ภูเก็ตช่วยระบุผู้เสียชีวิต

กรุงเทพฯ--4 ม.ค.--เอไอเอส นางวิไล เคียงประดู่ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ขอแจ้งให้ทราบถึงความช่วยเหลือเพื่อช่วยระบุผู้เสียชีวิตว่าเป็นใคร...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง