ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

สหกรณ์การเกษตรขยายผลโครงการหลวงขุนสถานบ้านแสนสุข จำกัด จังหวัดน่าน ส่งเสริมเกษตรกรปรับเปลี่ยนการปลูกพืชเชิงเดี่ยว หันมาปลูกผักผลไม้เมืองหนาวรับนักท่องเที่ยว

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ๑๖:๕๒ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--24 ต.ค.--กรมส่งเสริมสหกรณ์

การทำเกษตรบนพื้นที่สูงในจังหวัดน่าน แต่เดิมเกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกพืชเชิงเดี่ยว โดยเฉพาะการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แต่ระยะเวลาที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่า การทำเกษตรเชิงเดี่ยวไม่ได้ช่วยให้รายได้ของเกษตรกรดีขึ้น ในวันนี้ เกษตรกรจึงเริ่มปรับเปลี่ยนจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวหันมาพืชผสมผสานและหลากหลายมากขึ้น ทำให้มีรายได้เพิ่ม จากการขายพืชผักผลไม้เมืองหนาว ซึ่งนอกจากจะช่วยทำให้เกษตรกรมีโอกาสในการพัฒนาอาชีพและรายได้ที่มั่นคงแล้ว แปลงผักและผลไม้เมืองหนาวยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของชุมชน โดยมีสหกรณ์ในพื้นที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลงในการดูแลเรื่องปัจจัยการผลิต การดูแลพื้นที่เพาะปลูกของเกษตรกร เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพตามที่ตลาดต้องการ และเชื่อมโยงกับมูลนิธิโครงการหลวง ในการรวบรวมผลผลิตและส่งจำหน่ายสู่ผู้บริโภค

นายเชี่ยวชาญ เลาย่า หัวหน้าศูนย์โครงการพัฒนาที่สูงแบบโครการหลวงขุนสถาน และในฐานะที่ปรึกษาของสหกรณ์การเกษตรขยายผลโครงการหลวงขุนสถานบ้านแสนสุข จำกัด อ.นาน้อย จ.น่าน เปิดเผยว่า สหกรณ์แห่งนี้มีสมาชิกเป็นชาวเขาเผ่าม้ง ประมาณ 74 ครัวเรือน ส่วนใหญ่ปลูกกระหล่ำปลี ฟักทอง อโวคโด ข้าวไร่ พริกหวาน ทั้งสีแดง สีเหลือง และสีเขียว มะเขือเทศ และองุ่น ผลผลิตที่ได้เกษตรกรจะรวบรวมเพื่อนำมาจำหน่ายให้กับสหกรณ์และบางส่วนขายให้กับพ่อค้าท้องถิ่น ซึ่งจากการใช้หลักการตลาดนำการผลิต ทำให้ผลผลิตของสมาชิกสหกรณ์แห่งนี้ไม่มีปัญหาเรื่องราคาผลผลิต เพราะเกษตรกรสามารถปลูกพืชผักทุกชนิดได้ตรงกับคุณภาพและปริมาณที่ตลาดมีความต้องการ ผลผลิตที่ขายดี คือ องุ่นและเมล่อน ซึ่งมีความหวานกำลังพอดี เฉลี่ย 13 บริกซ์ขึ้นไป

ก่อนเริ่มลงมือผลิต สหกรณ์จะร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่โครงการหลวง เพื่อรับทราบเป้าหมายผลิตสินค้าและการตลาดในแต่ละปี เป็นการวางแผนล่วงหน้าข้ามปี หรืออย่างเร็วสุดคือ 4 เดือน ซึ่งทางโครงการหลวงจะทำแผนการตลาดล่วงหน้าและจัดสรรโควต้าพืชรายตัวให้ทางสหกรณ์นำไปวางแผนการผลิตกับสมาชิกสหกรณ์ เช่น แต่ละปีจะรับซื้อพริกหวาน 2,000 กิโลกรัม เมล่อน 800 กิโลกรัม อโวคโด 300 กิโลกรัม โดยราคารับซื้อจะมีการกำหนดจากโครงการหลวงทุกสัปดาห์ และจะมีการปรับราคาให้สอดคล้องกับราคาตลาด จากนั้นทางสหกรณ์จะแจ้งราคารับซื้อผลผลิตให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกได้ทราบว่าราคาพืชผักผลไม้แต่ละชนิดจะรับซื้อในราคาเท่าไหร่ เช่น เมล่อนรับซื้อที่ราคา 50 บาทต่อกิโลกรัม เป็นต้น โดยสายพันธุ์ที่นิยมคือพันธุ์กรีนเนท

ทั้งนี้ เกษตรกรสมาชิกสามารถปลูกพืชได้ตามความพร้อมของแต่ละคน แต่สหกรณ์จะมีโควต้ารับซื้อตามที่ได้รับจัดสรรมาจากโครงการหลวง ซึ่งในบางปีมีความต้องการมาก แต่ผลิตได้ไม่ทัน ซึ่งการทำข้อตกลงกันระหว่างเกษตรกรกับสหกรณ์ ทำให้การรับซื้อผลผลิตมีความแน่นอนทั้งในเรื่องปริมาณและราคา ฉะนั้นสมาชิกจะนำผลผลิตมาขายให้กับสหกรณ์ก่อน ที่เหลือจึงจะไปขายให้กับพ่อค้าคนกลางภายนอก โดยสหกรณ์จะกำหนดคุณภาพผลผลิตที่จะรับซื้อเป็นเกรด A เกรด B และคละเกรด

ปัจจุบันโรงเรือนตัดแต่งและบรรจุผลผลิตสหกรณ์ ได้รับงบอุดหนุนจากโครงการหลวง 2.3 ล้านบาท และเงินสนับสนุนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์อีกจำนวนกว่า 8 แสนบาท เพื่อจัดสร้างโรงเรือนสำหรับรวบรวมผลผลิตทางการเกษตรจากเกษตรกรในพื้นที่เพื่อคัดบรรจุผักและผลไม้ ก่อนจัดส่งให้กับทางโครงการหลวง

ด้านนายคมสันต์ ยั่งยืนสกุล ประธานสหกรณ์การเกษตรขยายผลโครงการหลวงขุนสถานฯ กล่าวว่า ตนเอง ปลูกองุ่น พื้นที่ประมาณ 518 ตารางวา หรือไร่เศษ กู้เงินจากสหกรณ์ 5 หมื่นบาท มาทำแปลงปลูกขนาดยาว 30 เมตร กว้าง 17 เมตร ซึ่งองุ่นที่ปลูกเป็นพันธุ์บิ้วตี้ ผลจะเป็นสีม่วงเข้ม และพันธุ์เฟรม ซึ่งเป็นองุ่นพันธุ์ไร้เมล็ดทั้งสองพันธุ์ การลงทุนปลูกองุ่นทั้งหมดใช้เงินไปประมาณ 120,000 บาท สามารถเก็บผลผลิตรอบแรกจำหน่ายได้ ประมาณ 1 ตันเศษ ได้เงินมา 1 แสนกว่าบาท และอีกรุ่นจะเก็บเกี่ยวประมาณปลายปี คาดว่าจะได้ผลผลิตอีกประมาณ 2 ตัน ซึ่งผลองุ่นที่สวยและได้คุณภาพ จะถูกรวบรวมส่งขายให้กับโครงการหลวงทั้งหมด และในช่วงปลายปี ซึ่งเป็นฤดูหนาว จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาที่ขุนสถานจำนวนมาก นับเป็นโอกาสอันดีที่จะได้เปิดแปลงองุ่นรองรับการมาเยือนของนักท่องเที่ยวให้เข้าไปเที่ยวชมและชิมผลองุ่นสด ๆ ในไร่ ซึ่งในปีที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้เกือบ 3 แสนบาท

นางนพลักษณ์ นันตะ อายุ 36 ปี สมาชิกสหกรณ์ เล่าว่าเธอปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มากกว่า 10 ไร่มาเป็นเวลานานกว่าสิบปีแล้ว แต่รายได้ไม่พอค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ภายหลังจากสมัครเข้าเป็นสมาชิกสหกรณ์แห่งนี้ ได้ขอกู้เงินเพื่อทำโครงการปลูกเมล่อนและพืชผสมผสานหลากหลายชนิด ทั้งผัก เมล่อน และองุ่น ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิม โดยในปีที่ผ่านมา พื้นที่ปลูกเมล่อน 1 ไร่ สามารถเก็บขายได้ 2 รอบใน 1 ปี ในระยะเวลาในการปลูกแต่ละรอบประมาณ 3 เดือน เก็บผลผลิตส่งขายให้สหกรณ์ได้ประมาณรอบละ 5 หมื่นบาท และขณะนี้ยังได้แบ่งแปลงสำหรับปลูกองุ่นเพื่อรองรับการท่องเที่ยวในฤดูหนาว และตั้งใจว่าจะไม่กลับไปปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อีก เพราะรายได้น้อยและต้องใช้สารเคมี ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ รวมถึงความปลอดภัยของตัวเองด้วย

การปรับเปลี่ยนของเกษตรกรที่สูงขุนสถานน่าจะเป็นตัวอย่างให้กับเกษตรกรพื้นที่สูงอื่นๆ ในอนาคตที่ได้เห็นตัวอย่างของการทำเกษตรที่ปลูกพืชหลากหลาย ใช้หลักการตลาดนำการผลิต และเรียนรู้ว่าการทำน้อยได้มากเป็นอย่างไร และอนาคตก็หวังว่า หากเกษตรกรลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และลดการใช้สารเคมีลง จะส่งผลทำให้พื้นที่และสภาพดินบนพื้นที่สูงมีความปลอดภัยจากสารเคมีที่เป็นอันตราย สภาพแวดล้อมกลับมามีความอุดมสมบูรณ์ เพื่อทำหน้าที่เป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญให้กับประเทศไทยได้อีกครั้ง


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

นโยบายด้านการส่งเสริมการเพาะปลูกข้าวโพดหวาน วัตถุดิบสำคัญในการผลิตน้ำนมข้าวโพด Malee I-Corn

กรุงเทพฯ--21 ก.ย.--โฟว์ดี คอมมิวนิเคชั่น การส่งเสริมการปลูกข้าวโพดหวานของกลุ่มบริษัทมาลีสามพราน เป็นลักษณะการส่งเสริมการปลูกโดยตรง ระหว่างบริษัทฯ กับเกษตรกรผู้ปลูก โดยเป็นตลาดข้อตกลงล่วงหน้า เกษตรกรผู้ปลูกทราบราคาที่จะจำหน่ายของผลผลิต พอใจในเงื่อนไขต่างๆ ...

ภาพข่าว: คนพันธุ์ A คารวะปลัด กค.

กรุงเทพฯ--18 ก.พ.--กลุ่มการประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง รับช่อดอกไม้แสดงความขอบคุณจากผู้ชนะ การประกวด "สุดยอดคนพันธุ์ A" ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของ ธ.ก.ส. ด...

แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลหัวหิน ชะอำ กระแสนิยมยังแรง ทัพนักท่องเที่ยวแห่พักผ่อน วันหยุดปีใหม่คับคั่ง

กรุงเทพฯ--4 ม.ค.--ททท. ข่าวจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภาคกลางเขต 2 รายงานสถานการณ์ท่องเที่ยวในเขตพื้นที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และชะอำ จังหวัดเพชรบุรี บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก นักท่องเ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง