ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ก.เกษตรฯ kick off โครงการส่งเสริมและพัฒนาโคนมไทย เพื่อเป็นทางเลือกให้เกษตรกร

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันศุกร์ที่ ๒๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๒ ๑๓:๑๖ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--27 ก.ย.--กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการส่งเสริมและพัฒนาโคนมไทย ภายใต้กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาอาชีพด้านการเลี้ยงสัตว์ เพื่อเป็นทางเลือกให้เกษตรกร ณ ศาลาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา รัชกาลที่ 9 วัดหนองตาแต้ม อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมี นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วย นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ และประชาชนกว่า 1,000 คนให้การต้อนรับ พร้อมกันนี้ได้มอบปัจจัยการผลิตให้แก่นัวแทนเกษตรกร และเยี่ยมชมฐานการเรียนรู้ ทั้ง 5 ฐาน

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า อาชีพการเลี้ยงโคนมซึ่งเป็นอาชีพพระราชทาน จำเป็นต้องมีการพัฒนาเพื่อสร้างความเข้มแข็ง สามารถผลิตน้ำนมดิบที่มีคุณภาพ และนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์นมเพื่อใช้เป็นอาหารเสริมสำหรับเด็กนักเรียน ตามโครงการอาหารเสริมนมโรงเรียน ซึ่งจะช่วยให้เด็กนักเรียนมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง ในขณะเดียวกันเกษตรกรที่ประกอบอาชีพอื่นก็สามารถใช้เป็นทางเลือกอาชีพ เพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบจากปัญหาภัยธรรมชาติและปัญหาด้านการเกษตรอื่นๆ ได้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงมีนโยบายในการส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรมีความอยู่ดี กินดี โดยยึดหลัก "ตลาดนำการผลิต" ผลผลิตมีคุณภาพตรงกับความต้องการของตลาด ทำให้ราคาสินค้ามีความแน่นอน สามารถแข่งขันกับการเปิดเสรีทางการค้าได้ ทำให้อาชีพการเลี้ยงปศุสัตว์มีความมั่นคง สร้างรายได้มั่งคั่ง และยั่งยืนในอนาคต อันจะเกิดความมั่นคงในอาชีพการเลี้ยงปศุสัตว์ รวมทั้งเกิดการรวมกลุ่มและสร้างเครือข่ายของกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ให้มีความเข้มแข็งและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันระหว่างเกษตรกรด้วยกันเองและเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการประกอบอาชีพให้มั่นคงและมีอำนาจการต่อรองทางการตลาดได้

จากข้อมูลของกรมปศุสัตว์ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั้งประเทศ มีจำนวน 18,301 ราย โคนมจำนวน 661,741 ตัว ปริมาณน้ำนมดิบ 3,450 ตัน/วัน เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ มีจำนวน 860,604 ราย โคเนื้อ จำนวน 5,838,118 ตัว สำหรับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม จำนวน 958 ราย โคนมจำนวน 35,774 ตัว ปริมาณน้ำนมดิบ 195 ตัน/วัน และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ จำนวน 10,612 ราย โคเนื้อ จำนวน 134,460 ตัว

"จากจำนวนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทำให้มั่นใจว่า พี่น้องในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ส่วนหนึ่งมีรายได้หลักจากการประกอบอาชีพด้านปศุสัตว์ จึงขอให้พวกเราได้ใช้ประโยชน์จากการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ จากฐานเรียนรู้ทั้ง 5 ฐานที่มีการจัดเตรียมไว้ ขอให้ทุกคนได้เข้าศึกษา สอบถาม แลกเปลี่ยน เรียนรู้ และประเมินศักยภาพ ว่าอาชีพใดเหมาะสมที่จะเป็นอาชีพใหม่หรืออาชีพเสริมโดยปรับเปลี่ยนอาชีพให้เหมาะสมกับตนเอง หรือมีส่วนที่จะนำไปปรับปรุงอาชีพที่ทำอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น สำหรับปัจจัยการผลิตที่เกษตรกรได้รับมอบในวันนี้ ขอให้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับการประกอบอาชีพทางการเกษตรและเลี้ยงสัตว์" นายเฉลิมชัย กล่าว

ด้านนายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ปัจจุบันการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคนม ได้มุ่งเน้นให้เกษตรกร มีการจัดการเลี้ยงดูโคนม เพื่อผลิตน้ำนมที่มีคุณภาพ มีองค์ประกอบทางโภชนาการ เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด ตรงกับความต้องการของตลาดและผู้บริโภค สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ โครงการอาหารเสริมนมโรงเรียน แต่ด้วยสภาพการจัดการฟาร์มโคนมของเกษตรกรในปัจจุบันยังต้องมีการพัฒนา เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มผลผลิต และเพิ่มรายได้ให้มากยิ่งขึ้น ภายใต้สภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ประกอบกับในปี 2568 ประเทศไทยต้องเปิดเขตการค้าเสรีหรือข้อตกลงทางการค้าเสรี(FTA) ส่งผลให้น้ำนมดิบและผลิตภัณฑ์ของน้ำนมโคนมที่นำเข้ามีภาษีเป็นศูนย์ ทำให้เกษตรกรต้องมีการพัฒนาระบบการเลี้ยง การจัดการฟาร์ม เพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตและพัฒนาคุณภาพน้ำนม เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดการค้าเสรีได้

กรมปศุสัตว์ จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมและพัฒนาโคนมไทย กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาอาชีพด้านการเลี้ยงสัตว์ เพื่อเป็นทางเลือกให้เกษตรกรที่สนใจการเลี้ยงโคนมและปศุสัตว์ชนิดอื่นๆ เช่น โคขุน แพะเนื้อ เพื่อเป็นอาชีพทางเลือกในการเพิ่มรายได้ และแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรชนิดอื่นๆ ที่มีราคาตกต่ำ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม โคเนื้อ แพะเนื้อ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและเกษตรกรทั่วไป จากทุกอำเภอของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 1,000 คน ได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ผ่านฐานการเรียนรู้ 5 ฐาน ดังนี้ ฐานเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง การจัดการฟาร์ม ฐานเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การปรับปรุงพันธุ์ และพันธุ์สัตว์ที่ตลาดต้องการ ฐานเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การจัดการอาหารสัตว์ และพืชอาหารสัตว์ที่สำคัญ ฐานเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง การจัดการสุขภาพ มาตรฐานฟาร์ม และการเคลื่อนย้ายสัตว์ และฐานเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง การแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ผลิตภัณฑ์และการตลาด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแนวทางการเลือกอาชีพที่มั่นคง เกิดการรวมของเครือข่ายกลุ่มอาชีพการเลี้ยงสัตว์ อันจะเป็นการสร้างความเข้มแข็งเกษตรกรอย่างยั่งยืนต่อไป


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ปภ. ตรัง เตรียมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับท้องถิ่น

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง จัดโครงการเสริมสร้างและพัฒนาประสิทธิภาพให้แก่ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเ...

ท็อปส์ จัดงาน "มหัศจรรย์ ผลไม้ไทย"

กรุงเทพฯ--6 พ.ค.--สปาร์ค คอมมิวนิเคชั่นส์ นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน "มหัศจรรย์ ผลไม้ไทย" จัดโดย ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งมี นายพนัส แก้วลาย ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี มร.เอียน ไพย์ กรรมการ...

"สุดารัตน์" มอบหมายปลัดกระทรวงเร่งหารือกระทรวงทรัพย์ฯจัดทำแผนแม่บทพัฒนาลุ่มน้ำให้แล้วเสร็จใน 3 เดือน

กรุงเทพฯ--17 มี.ค.--กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ "สุดารัตน์" มอบหมายปลัดกระทรวงเร่งหารือกระทรวงทรัพย์ฯจัดทำแผนแม่บทพัฒนาลุ่มน้ำให้แล้วเสร็จใน 3 เดือน และกำชับให้จัดทำแผนประเมินผลผลิตสินค้าแต่ละชนิดล่วงหน้ารายปี พร้อมส่งเสริมการผลิตพืชน้ำมันและสมุนไพรไทย...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง