ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ข่าวปลอม วิกฤติสื่อออนไลน์ที่ทุกคนต้องร่วมแก้

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันอังคารที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๒ ๑๔:๔๙ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--24 ก.ย.--ไอเดีย เวิร์คส์ คอมมิวนิเคชั่นส์

Fake News ข่าวลวง ข่าวเท็จ ข่าวปลอม ข่าวลือ ข่าวที่มีเนื้อหาบิดเบือน เรื่องที่แต่งขึ้นเอง มโนไปเอง หรืออะไรก็ตามที่เข้าข่ายเรื่องไม่จริง ทุกวันนี้ทวีความรุนแรงขึ้นกว่าในอดีตอย่างมาก แม้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะใครๆ ก็สามารถสร้างเรื่องขึ้นมาเล่า แชร์และบอกต่อกันไปได้ทั้งที่อาจจะมีเค้ามูลความจริงหรือเป็นเรื่องปั้นแต่งขึ้นมา แต่เพราะปัจจุบันเราถูกอิทธิพลของโลกแห่งข้อมูลข่าวสารล้นทะลัก เทคโนโลยีออนไลน์และสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) เข้าครอบงำ ข่าวสารจึงกระจายไปในวงกว้างหลายรูปแบบอย่างรวดเร็ว ยากต่อการควบคุมและบริหารจัดการข้อมูลให้ถูกต้องเหมาะสม

ด้วยรูปแบบของการรับสารที่เปลี่ยนแปลงไป พฤติกรรมในการเสพข่าวของประชาชนก็เปลี่ยนตามไปด้วย ผู้รับสารเริ่มคุ้นชินกับความเร็วและความ(รุน)แรงของเนื้อหาในข่าว จึงปักใจเชื่อข้อมูลเหล่านั้นทันทีโดยไม่คิดวิเคราะห์ถี่ถ้วน ทำให้เกิดกลุ่มคนที่มีเจตนาแอบแฝงมุ่งร้าย พยายามที่จะสร้าง "เรื่องที่สร้างขึ้นเพื่อให้เป็นข่าวที่เผยแพร่บนอินเทอร์เน็ต" หรือ เฟคนิวส์ขึ้นมา บ้างทำขึ้นด้วยอารมณ์ บ้างทำเพราะความสนุก บางคนทำเอามัน หรือแม้แต่ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่ระมัดระวังผลกระทบที่จะตามมา ขณะที่บางคนก็ตั้งใจที่จะส่งสารเท็จออกไปเพราะขาดจิตสำนึก และไร้คุณธรรมในจิตใจ จึงมุ่งหวังปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้ง สับสน กังวลใจ ต้องการให้ใส่ความสาดโคลนกันไปมา และสร้างความวุ่นวายในสังคม ทั้งประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ความเคลื่อนไหวอัพเดทในโลกโซเชียลมีเดีย สาธารณูปโภค สุขภาพและการแพทย์ เป็นต้น ซึ่งร้ายแรงถึงขั้นสร้างผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้เลยทีเดียว จากผลสำรวจพฤติกรรมของผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตประเทศไทยในปี 2561 พบว่า คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยนานขึ้นเป็น 10 ชั่วโมง 5 นาทีต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3 ชั่วโมง 41 นาทีต่อวัน นั่นหมายความว่าโอกาสในการเผยแพร่ข่าวปลอม มีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

หลายประเทศทั่วโลกเริ่มตื่นตัวกับประเด็น Fake News มากขึ้น ยกตัวอย่าง แคนาดา อิตาลี และไต้หวัน ได้บรรจุการแยกแยะข่าวจริงและข่าวลวงไว้ในหลักสูตรการเรียนของนักเรียนแล้ว และบางประเทศก็ออกกฎหรือสร้างมาตรการเด็ดขาดสำหรับผู้เผยแพร่ข่าวลวง ซึ่งกระทรวงยุติธรรมสิงคโปร์ เสนอร่างกฎหมายจัดการกับข่าวปลอม กำหนดให้มีบทลงโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี หรือปรับสูงสุด 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 23 ล้านบาท) ด้านรัฐสภามาเลเซียก็ผ่านกฎหมายต่อต้านข่าวลวงครอบคลุมทั้งสำนักข่าว สื่อดิจิทัล และสื่อสังคม ออกมาแล้ว โดยกำหนดโทษจำคุกสูงสุด 6 ปี ปรับ 500,000 ริงกิตสำหรับความผิดทั้งในและนอกดินแดนมาเลเซีย ไม่เว้นแม้แต่ชาวต่างชาติ ควบคู่ไปกับการสร้างเว็บไซต์ sebenarnya.my เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือข่าวได้ ส่วนบ้านเรา มีข่าวว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก็กำลังรวบรวมพลังพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อเดินหน้าศึกษาแนวทางในการจัดตั้งศูนย์เฟคนิวส์เซ็นเตอร์ (Fake News Center) เป็นนโยบายเร่งด่วนเช่นกัน

สังคมทั้งโลกเริ่มเห็นผลกระทบที่น่ากลัวของเฟคนิวส์ว่ามันอันตรายเกินกว่าจะนิ่งเฉย จึงต้องเร่งแก้ไข เพราะเริ่มใกล้เคียงกับคำว่าอาชญากรรมเข้าไปทุกที จึงคาดหวังที่จะสร้าง "ภูมิต้านทาน" การรับสารให้กับประชาชน โดยนำเสนอวิธีกำราบข่าวปลอมเพื่อทำให้ผู้รับข่าวสารรู้เท่าทันข่าวลวง (Media literacy) ให้ได้มากที่สุดและทันท่วงที โดยเฉพาะ LINE ซึ่งถือเป็นช่องทางใหญ่อีกช่องทางหนึ่งที่ถูกใช้เพื่อกระจายข่าวปลอมสร้างปัญหาทั้งในไทยและทั่วโลก ก็คงอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ LINE จึงพยายามหาแนวทางเพื่อแก้ปัญหาที่จุดเริ่มต้นด้วยการให้ความรู้ กระตุกสติให้ทุกคนตระหนักถึงการใช้วิจารณญาณก่อนแชร์ข่าวต่างๆ ออกไป ล่าสุด ไลน์ พลัส คอร์ปอเรชั่น บริษัทแม่ของแอปพลิเคชัน LINE ในประเทศเกาหลี ได้ออกมาเปิดตัวแคมเปญ "STOP FAKE NEWS" โดยร่วมมือกับสำนักข่าวเอพี (The Associated Press-AP) เครือข่ายข่าวระดับโลก หวังเป็นส่วนหนึ่งที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาข่าวปลอม และข้อมูลออนไลน์ที่ไม่ถูกต้อง โดยทำให้ผู้ใช้งานสื่อออนไลน์ได้รับความรู้เกี่ยวกับลักษณะของข่าวปลอม การระบุข่าวปลอม และวิธีการแชร์ข้อมูลข่าวสารอย่างรับผิดชอบ นำไปสู่วิธีการรับสื่อที่ดีขึ้น และค้นหาข้อมูลในโลกดิจิทัลได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้นนั่นเอง

สำหรับแคมเปญ "STOP FAKE NEWS" LINE ประเทศไทยได้เริ่มมีแอคชั่นต่อยอดมาจากบริษัทแม่ ในการมุ่งสร้างจิตสำนึกและการเปลี่ยนแปลงกระบวนการจัดการกับเฟคนิวส์ออกมาแล้วเช่นกัน โดย LINE ประเทศไทย นอกจากจะร่วมกับสำนักข่าวเอพีแล้ว ยังจับมือกับสำนักงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดเวิร์คชอปให้กับนิสิตและนักศึกษา ปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์และคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน เนื่องจากเล็งเห็นว่ากลุ่มนิสิตและนักศึกษาคณะดังกล่าว คือต้นทางของการสร้างสรรค์สื่อออกสู่สาธารณะในอนาคต ย่อมต้องมีความรอบรู้เกี่ยวกับสื่อยุคใหม่ และผลิตสื่อด้วยจิตสำนึกความรับผิดชอบ ตลอดจนจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนและเป็นผู้สร้างความตระหนักรู้ในการรับข้อมูลข่าวสารให้กับประชาชนทุกคน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของข่าวลวงทั้งหลาย โดยเฉพาะกระตุ้นให้คิดอย่างรอบคอบ และข้อมูลนั้นต้องมีความน่าเชื่อถือมากเพียงพอ ต้องชัวร์ก่อนถึงจะแชร์ออกไปได้

ทุกฝ่ายในสังคม ทั้งกลไกด้านกฎหมายของรัฐ การตรวจสอบของภาคเอกชนเจ้าของแพลตฟอร์มที่เป็นช่องทางกระจายข่าวปลอม และที่สำคัญที่สุดคือ ประชาชนทุกคนที่เป็นผู้ใช้งานต้องมีการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบ ศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน ตลอดจนการลดอคติ ซึ่งจะถือเป็นพลังสำคัญที่ร่วมกันในการหยุดข่าวปลอมได้


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ATSI จับมือ SME Bank และ กลุ่มพันธมิตร จัดสัมมนาครั้งใหญ่เตรียมความพร้อมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย

กรุงเทพฯ--2 ก.พ.--พีซี แอนด์ แอสโซซิเอทส์ คอนซัลติ้ง ปัจจุบันการแข่งขันทางด้านอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ทวีความรุนแรงมากขึ้น สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (ATSI) ร่วมกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME Bank) และกลุ่มพันธมิตร จัดงาน Developing Software B...

ค่ายเยาวชนสมองแก้ว เกษตรศาสตร์-ซีเกท รุ่น 18 เน้นการเรียนรู้ผ่านกล่องสมองกลและ อีทีวี(ETV) สื่อออนไลน์

กรุงเทพฯ--14 ม.ค.--ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) โครงการค่ายเยาวชนสมองแก้วเกษตรศาสตร์-ซีเกท รุ่นที่ 18 เน้นการเรียนรู้ผ่าน กิจกรรมกล่องสมองกลสร้างสรรค์อิเล็คทรอนิกส์และการสร้างสรรค์ อีทีวี (ETV) สื่อออนไลน์ เพื่อพัฒนาเยาวชนกว่า 200 คน ระหว่างวันที่ 25 เมษาย...

การปกป้องลิขสิทธิ์เกมมิว ออนไลน์ จากผู้ละเมิด

กรุงเทพฯ--4 ม.ค.--นิวอีร่า จากการที่มีกระแสข่าว ในเรื่องที่มีการจับลิขสิทธิ์เกม MU Online นั้น ข่าวดังกล่าวได้สร้างความเสียหายแก่บริษัท นิวอีร่า ออนไลน์ จำกัด ซึ่งในครั้งนี้บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องทำการแถลงการณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง