ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

รมช.มนัญญาเร่งรวบรวมข้อมูลจ่อฟันสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง 3 ชนิด ก่อนเสนอ คกก.วัตถุอันตราย

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันพุธที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๒ ๐๙:๑๔ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--11 ก.ย.--กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ตัวแทนเครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษร้ายแรง 868 องค์กร เข้าพบ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อหารือการแก้ไขปัญหาจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง และสารพิษตกค้างในผักและผลไม้ ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต และนำเสนอข้อมูลทางวิชาการที่เกี่ยวข้องและแนวทางในการจัดการปัญหาดังกล่าว พร้อมด้วยเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) และสมาชิกเครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรง 686 องค์กร อาทิ เครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เครือข่ายวิชาการ เครือข่ายผู้บริโภค Thai-PAN และเครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษร้ายแรง ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ มีความชัดเจนที่จะสนับสนุนให้ยกเลิกใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูงทั้ง 3 ชนิดได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต โดยได้สั่งการให้กรมวิชาการเกษตรดำเนินการระงับใบอนุญาตและไม่มีการต่ออายุใบอนุญาตนำเข้าสารดังกล่าวแล้ว ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา โดยเป็นการห้ามนำเข้าสารเคมีทั้ง 3 ชนิด เพื่อนำไปสู่การทำให้สารเคมีดังกล่าวหมดไปจากประเทศไทยภายในปี 2562 ในส่วนสต๊อกสารเคมีที่คงเหลือมีอยู่ปริมาณเท่าใดนั้น ขณะนี้ได้รับทราบข้อมูลจากกรมวิชาการเกษตรแล้วแต่ยังไม่ขอเปิดเผย โดยเป็นข้อมูลตารางเปรียบเทียบตั้งแต่การเริ่มนำสารเคมีทั้ง 3 ชนิด เข้ามาในประเทศ รวมทั้งข้อมูล 4 ปีย้อนหลัง โดยจะเข้าไปตรวจดูสต็อกด้วยตนเอง ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ตรวจราชการและพบปะเกษตรกรและกลุ่มสหกรณ์ต่าง ๆ พบว่า ขณะนี้เกษตรกรส่วนใหญ่ได้ลด ละ เลิกการใช้สารเคมีแล้ว ส่วนหนึ่งเลิกได้ด้วยตนเอง เนื่องจากตระหนักถึงผลเสียหายและอันตรายจากการใช้สารเคมีที่จะทำให้เกิดการสะสมในร่างกาย พร้อมทั้งหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์มากขึ้น และลดการใช้สารเคมีลง จึงขอขอบคุณหน่วยงานทุกภาคส่วน ตลอดทั้งสื่อมวลชนทุกแขนงที่ได้ร่วมกันเผยแพร่ข่าวสาร ทำให้พี่น้องเกษตรกรได้ให้ความร่วมมือกับกระทรวงเกษตรฯ และตระหนักถึงพิษภัยของสารเคมีกำจัดศัตรูพืชมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูลให้มีความชัดเจน ครบถ้วน เพื่อยื่นเสนอข้อมูลต่อคณะกรรมการวัตถุอันตราย โดยข้อมูลดังกล่าวต้องพร้อมทั้งทางด้านวิชาการ สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม ข้อมูลสารเกี่ยวกับทดแทน และข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณสารเคมีในสต๊อกที่มีอยู่ เพื่อนำไปสู่การพิจารณาแนวทางในการยกเลิกการใช้สารเคมีทั้ง 3 สาร

"การที่จะเสนอข้อมูลไปยังคณะกรรมการวัตถุอันตราย จะต้องมีความชัดเจนรอบคอบ และครอบคลุมผ่านทั้ง 3 มิติ ได้แก่ 1. มิติทางด้านการเกษตร 2.มิติทางด้านการแพทย์ และ 3.มิติทางด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้เร่งดำเนินการเติมเต็มในส่วนข้อมูลที่คณะกรรมการชุดเก่าเคยขาด โดยการหารือร่วมกับเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช และภาคีเครือข่ายอื่นๆ ในวันนี้ ทำให้ได้รับทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ก็ได้เร่งดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอย่างรวดเร็วและเต็มที่ โดยคำนึงถึงสุขภาพและคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกรเป็นสำคัญ ซึ่งในวันนี้จะมีการประชุมหารือร่วมกับนักวิชาการของกรมวิชาการเกษตร เพื่อพิจารณาหาแนวทางการใช้สารทดแทนสารเคมีทั้ง 3 สาร ก่อนนำเสนอไปยังคณะกรรมการวัตถุอันตรายเพื่อพิจารณาต่อไป" นางสาวมนัญญา กล่าว

โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับหนังสือ เรื่อง ขอสนับสนุนการยกเลิกการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ลงวันที่ 10 กันยายน 2562 จากนางสาวปรกชล อู๋ทรัพย์ ตัวแทนเครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษร้ายแรง 686 องค์กร ซึ่งได้นำเสนอข้อมูลดังนี้ (1) ขอให้กรมวิชาการเกษตร ซึ่งกำกับดูแลการขึ้นทะเบียนสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ยกเลิกการต่อทะเบียนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต โดยให้มีผลทันที เนื่องจากเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของกรมฯ (2) ให้กระทรวงเกษตรฯ เสนอต่อคณะกรรมการวัตถุอันตรายเพื่อยกเลิกสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง 3 ชนิด โดยยกเลิก พาราควอต คลอร์ไพริฟอส ภายในสิ้นปี 2562 ตามมติของกระทรวงสาธารณสุข และคณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งเป็นคณะกรรมการร่วมระหว่างกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แถลงเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2560 และกำหนดกรอบระยะเวลาแบนไกลโฟเซต ให้ชัดเจนโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เกษตรกรสามารถปรับตัวและหาวิธีการทดแทนได้ล่วงหน้า และ (3) เครือข่ายฯ สนับสนุนการตั้งคณะกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ โดยไม่ต้องศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพอีก เนื่องจากได้มีการศึกษาโดยกระทรวงสาธารณสุขอย่างรอบคอบ และมีความเห็นพ้องต้องกันขององค์กรด้านสุขภาพ เช่น แพทยสภา สภาเภสัชกรรม คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสุขภาพ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เป็นต้นแล้ว


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

คลองเตยมั่นใจผักและผลไม้ปลอดภัย

นายบัณฑิต วินิจฉัยกุล ผู้อำนวยการเขตคลองเตย กทม. เปิดเผยว่า เพื่อให้ประชาชนได้บริโภคผักสดและผลไม้ที่ปลอดสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้าง สุ่มเก็บตัวอย่างผักสดและผลไม้จากตลาดในพื้นที่เขต คือ ตลาดคลองเตย 1, 2 และ 3 ตลาดกล้วยน้ำไท โดยตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในผั...

ท็อปส์ จัดงาน "มหัศจรรย์ ผลไม้ไทย"

กรุงเทพฯ--6 พ.ค.--สปาร์ค คอมมิวนิเคชั่นส์ นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน "มหัศจรรย์ ผลไม้ไทย" จัดโดย ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งมี นายพนัส แก้วลาย ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี มร.เอียน ไพย์ กรรมการ...

"สุดารัตน์" มอบหมายปลัดกระทรวงเร่งหารือกระทรวงทรัพย์ฯจัดทำแผนแม่บทพัฒนาลุ่มน้ำให้แล้วเสร็จใน 3 เดือน

กรุงเทพฯ--17 มี.ค.--กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ "สุดารัตน์" มอบหมายปลัดกระทรวงเร่งหารือกระทรวงทรัพย์ฯจัดทำแผนแม่บทพัฒนาลุ่มน้ำให้แล้วเสร็จใน 3 เดือน และกำชับให้จัดทำแผนประเมินผลผลิตสินค้าแต่ละชนิดล่วงหน้ารายปี พร้อมส่งเสริมการผลิตพืชน้ำมันและสมุนไพรไทย...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง