ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ประมงลงพื้นที่จ.อุบลฯ เช็คความฟิตอัศวินสีน้ำเงินหลังส่งลงพื้นที่ 19 จังหวัด พร้อมสั่งทีมไกรทองเฝ้าจระเข้หลุด และช่วยเหลือผู้ประสบภัยตลอด 24 ชม.

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันพุธที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๒ ๑๓:๓๘ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--11 ก.ย.--กรมประมง

นายวิชาญ อิงศรีสว่าง รองอธิบดีกรมประมง ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีตรวจเยี่ยมฟาร์มไชยยนต์ หาทรัพย์ ฟาร์มเลี้ยงจระเข้รายใหญ่ในจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อตรวจสอบความมั่นคง แข็งแรงของบ่อเพาะเลี้ยงให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กรมประมงกำหนดไว้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน ตลอดจนได้มอบสิ่งของพร้อมพบปะพูดคุยเพื่อเป็นกำลังใจให้กับประชาชนผู้ประสบภัย

นายวิชาญ อิงศรีสว่าง รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากปัญหาอุทกภัยซึ่งเริ่มมาตั้งแต่วันที่28 สิงหาคมจนถึงปัจจุบันและคาดการณ์ว่าจะเกิดผลกระทบยาวนานไปอีกระยะหนึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนรวมถึงเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นอย่างมาก โดยรายงานพื้นที่ความเสียหายด้านการประมงล่าสุดพบเพิ่มขึ้นเป็น 19 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ อุตรดิตถ์ ลำปาง พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย พิจิตร กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ขอนแก่น นครพนม มหาสารคาม อุดรธานี อุบลราชธานี ยโสธร อำนาจเจริญ ร้อยเอ็ด ศรีษะเกษ และจังหวัดกระบี่พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้รับผลกระทบจากอุทกภัยประมาณ 32,241.58 ไร่ เกษตรกรได้รับความเสียหายจำนวน 27,762 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 450 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 10 ก.ย. 62)

นอกจากด้านการสำรวจความเสียหายภาคการประมงแล้ว ทางกรมประมงยังได้รับข้อร้องเรียนและสอบถามจากประชาชนเกี่ยวกับการรักษามาตรฐานความปลอดภัยกรณีที่อาจมีจระเข้หลุดรอดลงแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งเรื่องดังกล่าวทางอธิบดีกรมประมงได้คำนึงถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนจึงได้มีการสั่งการให้ทางสำนักงานประมงจังหวัดทุกจังหวัดจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกเยี่ยมเยียนให้คำแนะนำเพื่อเป็นการเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมให้กับฟาร์มจระเข้มาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมก่อนที่จะเกิดปัญหาอุทกภัย ทั้งนี้เมื่อเกิดอุทกภัยในพื้นที่ 19 จังหวัด ยังได้กำชับเจ้าหน้าที่เพิ่มความระมัดระวังในการเฝ้าระวังให้มากขึ้นเป็นพิเศษ นอกจากนี้ กรมประมงยังได้มีการจัดตั้งเครือข่ายไกรทองเพื่อเฝ้าระวังค้นหาและจับจระเข้หากได้รับแจ้งว่าพบจระเข้ในแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยเครือข่ายดังกล่าวมีทั้งหมด 8 ศูนย์ และ 43 เครือข่ายย่อยทั่วประเทศ และมีเจ้าหน้าที่ปฎิบัติงานจำนวน 80 นาย โดยทุกนายล้วนแต่มีความชำนาญในการจับจระเข้ในธรรมชาติและได้รับการอบรมเป็นอย่างดี

ปัจจุบันในพื้นที่ 77 จังหวัดของไทยพบว่ามีผู้ประกอบการการเพาะเลี้ยงจระเข้จำนวน 76 จังหวัด มีฟาร์มเพาะเลี้ยงจระเข้จำนวนทั้งสิ้น 1,067 ฟาร์ม โดยในพื้นที่ประสบอุทกภัย 19 จังหวัดนั้นพบว่ามีฟาร์มเพาะเลี้ยงจระเข้รวม 284 ฟาร์ม และสำหรับการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฟาร์มในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีในครั้งนี้ พบรายงานว่าจังหวัดอุบลฯมีฟาร์มเลี้ยงจระเข้ทั้งหมดจำนวน 11 ฟาร์ม ทำเลที่ตั้งฟาร์มส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ดอนห่างไกลจากแหล่งน้ำธรรมชาติ มีบ่อและระบบการเลี้ยงเป็นไปตามข้อกำหนดของกรมประมง โดยเมื่อเกิดปัญหาอุทกภัยพบว่าผู้ประกอบการมีความสามารถในการเฝ้าระวังป้องกันจระเข้หลุดรอดลงแหล่งน้ำธรรมชาติได้ดีในระดับหนึ่ง ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากสถานการณ์น้ำในบางพื้นที่ยังน่าเป็นห่วงโดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลางของประเทศซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่ม จึงขอฝากย้ำเตือนให้ผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงจระเข้เพิ่มความระมัดระวังในการควบคุม ดูแล จระเข้ในครอบครองให้มากขึ้นเป็นพิเศษ โดยขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังนี้

1. ตรวจสอบฟาร์มโดยเฉพาะบ่อเลี้ยงจระเข้ให้มีความแข็งแรงปลอดภัยอยู่เสมอ

2. คัดแยกจระเข้ที่เลี้ยงในแต่ละบ่อให้มีขนาดเดียวกัน เพื่อป้องกันมิให้จระเข้ที่มีขนาดเล็กกว่าหลุดรอดลงท่อน้ำทิ้ง กรณีที่มีการทำความสะอาดบ่อเลี้ยง

3. ปล่อยจระเข้ลงเลี้ยงในอัตราที่ไม่หนาแน่นจนเกินไป เพื่อไม่ให้จระเข้เกิดความเครียดซึ่งอาจจะทำให้จระเข้ป่วยได้ และเพื่อความสะดวกในการตรวจเช็คจำนวนจระเข้

4.หากฟาร์มเพาะเลี้ยงจระเข้รายใดมีความเสี่ยงต่อการหลุดรอดของจระเข้ ขอให้เจ้าของฟาร์มดำเนินการเคลื่อนย้ายไปอยู่ในที่ปลอดภัย และทำการแก้ไขปรับปรุงฟาร์มให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยต่อการเพาะเลี้ยง

5.ขอให้ผู้ประกอบการติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิดพร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

6. จับจระเข้ที่ได้ขนาดออกขายเพื่อลดปริมาณความหนาแน่นของจระเข้ในบ่อเลี้ยง

สุดท้ายนี้ ฝากถึงพี่น้องประชาชนหากพบเห็นจระเข้ในแหล่งน้ำสาธารณะหรือแหล่งน้ำธรรมชาติโปรดแจ้งสำนักงานประมงจังหวัดในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดต่อกรมประมง ได้ที่โทรศัพท์หมายเลข 0 2562 0600

หรือหากเกษตรกรประสบปัญหาต้องการความช่วยเหลือต่าง ๆ สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำหรือขอความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานประมงอำเภอ/สำนักงานประมงจังหวัด/ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงในพื้นที่ หรือกองโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจกรรมพิเศษกลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรและชาวประมง กรมประมง โทรศัพท์หมายเลข 0 2558 0218 และ 0 2561 474


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

สหภาพยุโรปบริจาคเรือเพื่อช่วยเหลือชาวประมงไทย

กรุงเทพฯ--7 ก.พ.--สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ นายสิทธิ บุณยรัตผลิน อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่าทูตเกษตรประจำกรุงบรัสเซล ประเทศเบลเยี่ยม แจ้งว่าสหภาพยุโรปเสนอมอบเรือประมง จำนวน ๑๐,๐๐๐ ลำ ให้กับไทยแบบให้เปล่าโดยไม่มีเงื่อนไข เพื่อช่วยเหลือชาวประมงที่ประสบภัยจา...

สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 7 จังหวัดอุบลราชธานี เปิดอบรมหลักสูตรฝึกยกระดับฝีมือแรงงานสาขาพนักงานนวดฝ่าเท้า

กรุงเทพฯ--4 ก.พ.--สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 7 สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 7 อุบลราชธานี เปิดอบรมหลักสูตรฝึกยกระดับฝีมือแรงงาน สาขาพนักงานนวดฝ่าเท้า ให้กับประชาชนผู้สนใจในจังหวัดอุบลราชธานี นางจุฑามาศ บุญอาจ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 7 อุบลราชธานี...

ภาพข่าว: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ พาร์ทเนอร์ ร่วมมือ ร่วมใจบริจาค ช่วยผู้ประสบภัย สึนามิ

กรุงเทพฯ--4 ม.ค.--โฟว์ดี คอมมิวนิเคชั่น นายปิยะบุตร เลิศดำริห์การ กรรมการผู้จัดการ (คนที่ 2 จากขวา) บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ พาร์ทเนอร์ จำกัด ผู้นำด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรของไทย เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากคลื่นยักษ์สึนามิ ถล่ม 6 ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง