ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

3 สถาบัน มั่นใจ อุตฯยาง-พลาสติก ยังสวย เติบโตรับภาคผลิตไทย พร้อมชี้ พลาสติกคอมโพสิท โต 10 เท่า รับกลุ่ม 5 อุตฯ แห่งอนาคต

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันศุกร์ที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ๑๖:๓๕ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--30 ส.ค.--เจซีแอนด์โค พับลิครีเลชั่นส์
  • เมสเซ่ ดุสเซลดอร์ฟ เอเชีย เตรียมจัด "ทีพลาส 2019" มหกรรมเทรดแฟร์สุดยิ่งใหญ่ เสริมทัพนวัตกรรม – การผลิตแห่งอนาคต

สถาบันพลาสติกแห่งประเทศไทย ศูนย์วิจัยเทคโนโลยียาง คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล สมาคมไทยคอมโพสิท มั่นใจการเติบโตของอุตสาหกรรม "พลาสติก – ยาง" โดยปริมาณการผลิตเม็ดพลาสติกในปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 11.46 ล้านตัน และมีแนวโน้มขยายตัวเหนือจีดีพีประเทศเล็กน้อยที่ 3.9-4.0% ในขณะที่ปริมาณการผลิตยางในปีที่ผ่านมาอยูที่ราว 5 ล้านตัน อย่างไรก็ตามด้าน "พลาสติกคอมโพสิท" มีแนวโน้มความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เพิ่มขึ้นมากถึง 10 เท่า โดยเฉพาะใน 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ อากาศยาน ยานยนต์สมัยใหม่ ระบบรางรถไฟฟ้า ฯลฯ นอกนี้เพื่อแสดงศักยภาพและความต้องการของตลาดที่ยังคงมีอีกมาก เมสเซ่ ดุสเซลดอร์ฟ เอเชีย ผู้จัดแสดงงานด้านอุตสาหกรรมได้เตรียมจัดงาน"ทีพลาส 2019" มหกรรมเทรดแฟร์สุดยิ่งใหญ่ด้าน "พลาสติก – ยาง" ที่ระหว่างวันที่ 18 – 21 กันยายน 2562 ณ ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

นายคงศักดิ์ ดอกบัว รองผู้อำนวยการสถาบันพลาสติกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตพลาสติกที่สำคัญของโลก โดยมีมูลค่าเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมพลาสติกในปี 2561 สูงถึง 1.1 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 7.28% ของจีดีพีโดยประมาณ หรือมีปริมาณการผลิตเม็ดพลาสติกในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 11.46 ล้านตัน ปัจจัยหลักมาจากความต้องการใช้พลาสติกในการผลิตใน 5 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ อุตสาหกรรมไฟฟ้า อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมการก่อสร้าง และอุตสาหกรรมการแพทย์ ด้วยคุณสมบัติของพลาสติกมีความหลากหลาย อาทิ ความยืดหยุ่นสูง น้ำหนักเบา ทนความร้อน ทนทานต่อสารเคมีบางชนิด ป้องกันการซึมผ่านของน้ำหรือไขมันได้ อีกทั้งต้นทุนที่ต่ำ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถนำคุณสมบัติที่หลากหลายของพลาสติก มาประยุกต์ใช้ในการผลิตได้ ทั้งนี้ ยังมีปัจจัยส่งผลกระทบอุตสาหกรรมที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ คาดการณ์ ความต่อเนื่องของโครงการลงทุนภาครัฐและเอกชน รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจและสงครามการค้าระหว่างประเทศยักษ์ใหญ่ โดยสถาบันฯ คาดว่าอุตสาหกรรมพลาสติกจะขยายตัวเหนือจีดีพีประเทศเล็กน้อยที่ 3.9 – 4.0% ในปี 2563

ท่ามกลางพฤติกรรมการใช้พลาสติกของผู้บริโภคที่มีแนวโน้มทบทวนการใช้พลาสติกมากขึ้น โดยจากสถิติปริมาณการใช้พลาสติกของคนไทยอยู่ที่ 56 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ในทางของผู้ผลิตถือว่าเป็นความท้าทายที่ต้องปรับตัวเพื่อตอบสนองพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นการคำนึงถึงกระบวนการผลิตที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การเพิ่มการลงทุนในเม็ดพลาสติกที่ย่อยสลายได้ ตลอดจนลดปริมาณการผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสติกที่ใช้งานได้ครั้งเดียว เพื่อเป็นการสะท้อนว่าผู้ประกอบการไม่ได้ละเลยปัญหาสำคัญในด้านสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่จะส่งเสริมการพัฒนาการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น คือเทคโนโลยีการผลิตที่มีคุณภาพสูง โดยเฉพาะในกระบวนการผลิตขั้นต้นน้ำ และกลางน้ำ ที่ยังมีความจำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และสามารถนำมาปรับใช้ในแต่ละอุตสาหกรรมอย่างเหมาะสม นายคงศักดิ์ กล่าวสรุป

ดร.กฤษฎา สุชีวะ ที่ปรึกษาศูนย์วิจัยเทคโนโลยียาง คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวเสริมว่า อีกหนึ่งวัตถุดิบต้นน้ำที่มีความสำคัญในภาคอุตสาหกรรมไทยก็คือ ยาง โดยปริมาณการบริโภคยางของทั่วโลก 35% เป็นยางที่ผลิตจากประเทศไทย อีกทั้งประเทศไทยยังเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกยางธรรมชาติอันดับ 1 ของโลก โดยปริมาณการผลิตยางของไทยในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 5 ล้านตัน ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติเล็งเห็นถึงโอกาสในการเข้ามาลงทุนผลิตสินค้าต่างๆ ที่ใช้การแปรรูปจากยางธรรมชาติมากขึ้น โดยตัวอย่างของผลิตภัณฑ์จากการแปรรูปยาง ที่ไทยสามารถผลิตและส่งออกได้จำนวนมาก เช่น เส้นด้ายยางยืด ถุงยางอนามัย ถุงมือยาง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของอุตสาหกรรมยางในประเทศไทยคือ การแข่งขันด้านคุณภาพและการเพิ่มมูลค่าของสินค้าแปรรูปจากยาง นอกเหนือจากการแข่งขันเพียงแค่ในด้านปริมาณการผลิตยางในตลาดสากล ซึ่งการร่วมทุนกับบริษัทต่างชาติที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการต่อยอดงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิตยาง จะทำให้ประเทศไทยพร้อมเข้าสู่การแข่งขันในด้านคุณภาพของสินค้าแปรรูปจากยางในตลาดสากลได้ในไม่ช้า โดยปริมาณการแปรรูปยางธรรมชาติในประเทศที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ในปี 2561 ได้แก่ ถุงมือยาง เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 38.48% และยางรถยนต์ เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 0.54%

ผศ.ดร.สนติพีร์ เอมมณี ประธานสมาคมไทยคอมโพสิท กล่าวว่า การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศผ่านแนวคิด New S-Curve นับเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต โดยปัจจัยสนับสนุนการยกระดับอุตสาหกรรมไทย เพื่อไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต คือวัตถุดิบการผลิตคุณภาพสูง หนึ่งในวัตถุดิบการผลิตที่มีแนวโน้มความต้องการใช้สูงในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต คือ พลาสติกคอมโพสิท โดยพลาสติกคอมโพสิทได้รับการคิดค้นและพัฒนามากว่า 50 ปี และยังมีแนวโน้มความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เพิ่มขึ้นมากถึง 10 เท่า มูลค่ากว่าหนึ่งพันล้านบาท ภายใน 10 ปี ด้วยคุณสมบัติความคงทน แข็งแรง และน้ำหนักเบามาก ทำให้พลาสติกคอมโพสิทถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมที่ต้องการความปลอดภัยสูง 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ได้แก่ 1) อุตสาหกรรมอากาศยาน อาทิ ชิ้นส่วนเครื่องบินน้ำหนักเบา 2) อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อาทิ แบตเตอรีในรถยนต์ไฟฟ้า 3) ระบบขนส่งมวลชน อาทิ ระบบรางรถไฟฟ้า 4) การเกษตรสมัยใหม่ อาทิ โดรนพ่นยาฆ่าแมลง และ 5) อุตสาหกรรมอวกาศ อาทิ บรรจุภัณฑ์อาหารอวกาศ เป็นต้น

นอกจากนี้ อุตสาหกรรมที่มีความต้องการใช้พลาสติกคอมโพสิทในการผลิต ยังถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงมาก การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตวัสดุคอมโพสิทจึงนับเป็นความท้าทายของภาคอุตสาหกรรมไทย ผู้ผลิตที่ต้องการก้าวเข้ามาเป็นผู้เล่นในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ย่อมจำเป็นต้องพัฒนาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาพลาสติกคอมโพสิท และยกระดับเทคโนโลยีที่รองรับการผลิตวัสดุดังกล่าว เพื่อคว้าโอกาสที่มีมูลค่ามหาศาลนี้ไว้ ผศ.ดร.สนติพีร์ กล่าวสรุป

มร.เกอร์นอท ริงลิ่ง กรรมการผู้จัดการ เมสเซ่ ดุสเซลดอร์ฟ เอเชีย กล่าวว่า ในด้านของภาครัฐมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการยกระดับอุตสาหกรรมไทย ไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ในขณะที่ภาคผู้ประกอบการไทย จำเป็นต้องเดินหน้าไปพร้อมกับภาครัฐ โดยการพัฒนามาตรฐานและยกระดับคุณภาพการผลิตให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดสากล และเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้เข้าถึงเทคโนโลยี และนวัตกรรมการผลิตอันล้ำสมัย เมสเซ่ ดุสเซลดอร์ฟ เอเชีย เตรียมจัดงาน "ทีพลาส 2019" ที่สุดของมหกรรมเทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรมพลาสติกและยางพาราครั้งยิ่งใหญ่ โดยภายในงานรวบรวมเทคโนโลยีและโซลูชันสุดล้ำ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักรและอุปกรณ์สมัยใหม่ วัสดุการผลิต ผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูป และระบบการจัดการเพื่ออุตสาหกรรมพลาสติกและยางพารา จากบริษัทชั้นนำทั่วโลก รองรับโอกาสและการเติบโตสู่ฐานการผลิตหลักของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

"ทีพลาส 2019" มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 21 กันยายน 2562 ณ ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ตลอดจนลงทะเบียนร่วมงานล่วงหน้าได้ที่ www.t-plas.com


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

เมสเซ่ ดุสเซลดอร์ฟ เอเชีย จัดงานแถลงข่าวการจัดงานแสดงสินค้า MEDICAL FAIR THAILAND

วันที่ : อังคารที่ 25 สิงหาคม 2552 เวลา : 10.30 – 12.00 น. สถานที่ : ห้องพินนาเคิล 2-3 โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล, กรุงเทพ (BTS สถานีชิดลม) ในนามของ บริษัท เมสเซ่ ดุสเซลดอร์ฟ เอเชีย ผู้จัดงานแสดงสินค้า MEDICAL FAIR THAILAND...

เปิดใจนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ปี 2548 ดร.พิมพ์ใจ ใจเย็น จากภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล แรงดลใจในการทำวิจัยศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์?

กรุงเทพฯ--22 ส.ค.--กระทรวงวิทยาศาสตร์ อาจจะเป็นความบังเอิญ 2 อย่าง ช่วงที่เรียนมัธยมตอนต้น เรารู้สึกว่าชอบเรียนวิทยาศาสตร์เรียนวิทยาศาสตร์แล้วสนุกเวลาไปดูนิทรรศการโชว์อธิบายเกี่ยวกับเรื่องทางเคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ เรารู้สึกว่าเป็นเรื่องสนุก...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง