ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ทส. สนธิกำลังเร่งแก้ปัญหาไฟป่าพรุควนเคร็ง

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันพุธที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ๐๙:๓๐ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--14 ส.ค.--กรมป่าไม้

ทส. สนธิกำลังเร่งแก้ปัญหาไฟป่าพรุควนเคร็ง จนคุณภาพอากาศอยู่ในระดับมาตรฐาน เหลือไฟใต้ดิน คาดภายใน7วันควบคุมดับไฟได้หมด

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส) ระดมสรรพกำลังเจ้าหน้าที่ทีมเหยี่ยวไฟ และเสือไฟ สนธิกำลังร่วมกับทุกเหล่าทัพ กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย จิตอาสา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ดับไฟป่าพรุควนเคร็ง จ. นครศรีธรรมราช เพื่อช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ และป้องกันความเสียหายต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพอันมีค่าของประเทศ นอกจาก นี้ ยังได้ร่วมมือร่วมกับจังหวัดนครศรีธรรมราชจัดตั้งศูนย์อำนวยการร่วมส่วนหน้าเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าพรุควนเคร็ง เพื่อสั่งการแบบ Single command กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยมีศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ไฟป่าและหมอกควันจังหวัดนครศรีธรรมราช (ส่วนหน้า) สั่งการในพื้นที่ ประกอบด้วย ชุดดับไฟ 15 ชุด ชุดปฏิบัติการภาคพื้นดิน 11 ชุด ชุดปฏิบัติการภาคอากาศ 4 ชุด ชุดผลักดันน้ำเข้าพื้นที่ 12 ชุด ชุดลาดตระเวน 10 ชุด ชุดเคลื่อนที่เร็ว 10 ชุด ชุดเตรียมพร้อม 5 ชุด ส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า 8 หน่วย และสถานีควบคุมไฟป่า 16 หน่วย คาดว่าจะควบคุมสถานการณ์และแก้ไขปัญหาได้เรียบร้อยภายในเร็วๆนี้

จากเหตุการณ์พื้นที่พรุควนเคร็งและพื้นที่โดยรอบเกิดเหตุไฟไหม้ ทั้งในพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตรกรรมมากกว่า 80 ครั้ง นับตั้งแต่ช่วงต้นปีเป็นต้นมา สร้างความเสียหายต่อพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่เกษตรกรรม รวมมากกว่า 15,000 ไร่ ประชาชนและเกษตรกรโดยรอบได้รับความเดือดร้อน ระบบนิเวศป่าพรุและความหลากหลายทางชีวภาพเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก นั้น

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว. ทส. ) กล่าวว่า ตนได้น้อมนำพระราชกระแสความห่วงใยต่อราษฎรของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับปัญหาดังกล่าว ตนจึงได้สั่งการไปยังกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตลอดจนหน่วยงาน อื่นๆของ ทส.เร่งส่งเจ้าหน้าที่ตลอดจนอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆลงพื้นที่แก้ไขปัญหาโดยด่วน ซึ่งได้รับรายงานแล้วว่า กรมป่าไม้จัดกำลังลงพื้นที่ จำนวน 107 คน และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จัดกำลังลงพื้นที่กว่า 350 คน พร้อมรถยนต์ 54 คัน รถบรรทุกน้ำ 10 คัน เครื่องสูบน้ำดับเพลิงแรงดันสูง 2 เครื่อง ทั้งนี้ ได้ให้จัดหางบประมาณในการจัดซื้อโดรนและกล้องตรวจจับความร้อนที่มีความสามารถในการสแกนคลื่นความร้อน ทั้งนี้ ต้องมีการติด ตามตรวจสอบพื้นที่ก่อนที่จะเกิดเหตุไฟป่า ซึ่งก่อนหน้านี้ ตนได้เข้าพบ พล. อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้สั่งการให้ทุกเหล่าทัพและกระทรวงมหาดไทย ระดมสรรพกำลัง เฮลิคอปเตอร์ และอุปกรณ์ดับไฟที่จำเป็น เพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ด้วยแล้ว ทั้งนี้ รมว. ทส. ได้กล่าวให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ และได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ และพบเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฎิบัติงาน ต่อไป

นายโสภณ ทองดี ผู้ตรวจราชการกระทรวง ในฐานะโฆษกประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ในวันที่ 12 สิงหาคม 2562 นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายพงศ์บุณย์ ปองทอง รองปลัดกระทรวง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จะลงพื้นที่เป็นการเร่งด่วน เพื่อตรวจติดตามสถานการณ์และสั่งการเพื่อแก้ไขปัญหาให้ยุติโดยเร็ว ทั้งนี้ หลายฝ่ายได้ห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว และพยายามร่วมกันให้ความช่วยเหลือมาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2562 พล. อ. ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ได้ประชุมผ่าน ระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน โดยมี พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมด้วย ซึ่งในการประชุมดังกล่าว องคมนตรีได้สั่งการให้ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ระงับไฟที่ยังเกิดขึ้นในพื้นที่โดยเร็วที่สุด รวมทั้งให้กรมชลประทาน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเพิ่มระดับน้ำในป่าพรุ และให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบพื้นที่คุ้มครองดูแลพื้นที่ที่ตนรับผิดชอบเป็นหลัก ร่วมประสาน งานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจตราลาดตระเวนพื้นที่ไม่ให้มีการเผาในป่าพรุตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้ง ให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการเป็นหูเป็นตาและร่วมเป็นจิตอาสาด้วย

ด้านนายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวในพื้นที่ว่า วันนี้ตนได้บินสำรวจพื้นที่และจากการติดตามสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ พบว่า สถานการณ์ไฟป่าบนภาคพื้นดินได้ดับหมดแล้ว เหลือเพียงกลุ่มควันที่คงเหลืออยู่ในบางพื้นที่ เช่น จุดลานควาย หมู่ 7 ต. การะเกด อ. เชียรใหญ่ มีกลุ่มควันครุกรุ่นอยู่ต้องใช้เจ้าหน้าที่เดินเท้าเข้าไปอัดฉีดน้ำดับไฟใต้ดิน ซึ่งสามารถดับไปได้แล้วกว่าร้อยละ 50 ของพื้นที่บริเวณดังกล่าว และพื้นที่เนินธัมมัง หมู่ 5 ต. แม่เจ้าอยู่หัว อ. เชียรใหญ่และบริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ซึ่งยังมีกลุ่มควันอีกเพียงเล็กน้อยและสามารถควบคุมได้ โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพอากาศโปรยน้ำดับควัน เป็นต้น สำหรับสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่พรุควนเคร็ง คาดว่าจะสามารถดับไฟที่ยังคงคุอยู่ชั้นใต้ผิวดินและกลุ่มควันบนผิวดินทั้งหมดได้ภายใน 5-7 วัน นอกจากนี้ จากรายงาน คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่แต่อย่างใด ทั้งนี้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ทส. ประสานร่วมมือกับจังหวัดและทุกเหล่าทัพ ให้ปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องแม้ปัญหาจะคลี่คลายไปแล้ว โดยให้สำรวจและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในทุกจุดตลอด 24 ชั่วโมง หากมีเหตุไฟป่าเกิดขึ้นให้ประสานกับศูนย์อำนวยการร่วมของทางจังหวัด เพื่อสั่งการดำเนินการโดยเร่งด่วน ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครศรีธรรมราช จัดทำสรุปสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ รายงานต่อ ทส. เป็นรายวัน โดยหลังจากนี้จะได้มีการจัดประชุมเพื่อถอดบทเรียนจากการปฏิบัติงาน (After action review)เช่นเดียวกับกรณีไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อวางแผนการปฏิบัติงานตลอดจนบูรณาการป้องกันมิให้เกิดหรือหากเกิดปัญหาก็ให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด ได้ในฤดูแล้งปีหน้า

ปลัดทส. กล่าวในช่วงท้ายว่าทส.จะได้กำหนดแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้น และระยะยาว โดยในระยะสั้น ได้ดำเนินการขุดอัดน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น และร่วมกับทาง ทบ. 4 จัดชุดเตรียมความพร้อม ชุดลาดตระเวนและเฝ้าระวัง จำนวน 7 ชุด ๆ ละ 15 นาย พร้อมเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นไว้พร้อมปฏิบัติการ สำหรับการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ได้ประสานกรมชลประทานขุดสระเก็บน้ำและทำคันคลองรอบป่าพรุ เฝ้าระวังและสร้างความเข้าใจ สร้างจิตสำนึกในชุมชน ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนที่พบเห็นการเผาพื้นที่ป่าและการลักลอบบุกรุกพื้นที่ป่าให้แจ้งต่อสนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทุกจังหวัดเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งการ

กระทำผิดดังกล่าวถือเป็นความผิดทางอาญา มีโทษหนักทั้งจำทั้งปรับ และต้องชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งอีกด้วย นายวิจารย์ ปลัด ทส.กล่าวในที่สุด


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ททท.ร่วมส่งทีมสำรวจและฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวเขตอันดามัน

กรุงเทพฯ--17 ม.ค.--ททท. นางจุฑามาศ ศิริวรรณ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ททท.ได้ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้ประกอบการภาคเอกชน ในการจัดทีมสำรวจและฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวในทะเลอันดามัน ในเขตจังหวัดภูเก็ต กระบี่ พังงา ต...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง