ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

กระทรวงเกษตรฯ คิกออฟ โชว์แปลงเกษตรอัจฉริยะ #ข้าว จ.สุพรรณบุรี แห่งแรกในแปลงใหญ่ ผสานเครื่องมือเทคโนโลยีทางการเกษตร เน้นให้เกษตรกรได้เรียนรู้เห็นของจริงเข้าถึงได้ พร้อมนำไปขยายผล

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันพฤหัสบดีที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ๑๔:๕๒ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--30 พ.ค.--กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขานรับนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยไปสู่ยุค Thailand 4.0 ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) ซึ่งมุ่งเน้นการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม ก่อให้เกิดการเพิ่มมูลค่า และการเพิ่มผลิตภาพ โดยอาศัยเทคโนโลยีวิทยาการสมัยใหม่และความคิดสร้างสรรค์ เป้าหมายสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้น ด้วยการส่งเสริมการนำแนวคิดเกษตรอัจฉริยะมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตและปรับรูปแบบการทำเกษตร ประมง และปศุสัตว์ ให้เกิดเป็นรูปธรรม ตลอดจนแนวโน้มการทำเกษตรกรรมของโลกที่กำลังปรับเปลี่ยนไปจากการเกษตรดั้งเดิม พัฒนาไปสู่การเกษตรสมัยใหม่ และการเกษตรอัจฉริยะสูงขึ้น รวมทั้งภาคการเกษตรของประเทศไทยในอนาคต ที่กำลังเผชิญสภาวะการขาดแคลนแรงงานภาคเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงเล็งเห็นความสำคัญของทิศทางของการเปลี่ยนแปลงการพัฒนาการเกษตรในปัจจุบัน สู่การเกษตรอัจฉริยะ มุ่งสู่เกษตรสมัยใหม่ เกษตรแม่นยำ ด้วยการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนกระบวนการผลิตทางการเกษตร สอดคล้องกับการพัฒนาที่มุ่งสู่เกษตร 4.0 เพื่อทำให้อาชีพเกษตรเป็นอาชีพที่มีความมั่นคง ยั่งยืน สร้างรายได้ที่ดี และยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้ดีขึ้น โดยมีคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรอัจฉริยะ ทำหน้าที่กำหนดนโยบายและแผน ตลอดจนขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรอัจฉริยะของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกประเทศ ขับเคลื่อนเกษตรอัจฉริยะให้เกิดผลเป็นรูปธรรม 3 ด้าน ในปี 2562 ประกอบด้วย 1. การจัดทำแปลงเรียนรู้เกษตรอัจฉริยะ โดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมในกระบวนการการผลิต ใน 6 พืช ได้แก่ ข้าว อ้อย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง สับปะรด ในพื้นที่แปลงใหญ่ และมะเขือเทศในโรงเรือนอัจฉริยะ 2. การพัฒนาระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Platform) และ 3. การจัดทำแผนแม่บท หรือ Roadmap การขับเคลื่อนการเกษตรอัจฉริยะของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายอภัย สุทธิสังข์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานในพิธีเปิดการจัดงานรณรงค์การใช้เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนการผลิตข้าวในนาแปลงใหญ่ ปี 2562 ณ นาแปลงใหญ่บ้านสวนแตง ต.สวนแตง อ.เมืองสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี ว่า งานรณรงค์การใช้เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะฯ ในครั้งนี้ จัดขึ้นที่แปลงของ นายพิชิต เกียรติสมพร Smart Farmer และประธานกลุ่มแปลงใหญ่ข้าวบ้านสวนแตง ที่มีสมาชิกแปลงใหญ่ 83 ราย พื้นที่ 1,030 ไร่ โดยสาธิตและถ่ายทอดเทคโนโลยีการใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ทันสมัยในกระบวนการผลิตข้าวในแปลงต้นแบบ 20 ไร่ ซึ่งข้าวถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ เกษตรกรปลูกเป็นจำนวนมากถึง 62 ล้านไร่ทั่วประเทศ โดยเน้นการเปรียบเทียบกรรมวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมของเกษตรกร กับกรรมวิธีตามแนวทางของเกษตรอัจฉริยะ ที่ได้มีการประสานความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภายในและต่างประเทศ เพื่อนำเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ในแปลงเรียนรู้ครอบคลุมตลอดทั้งกระบวนการผลิตพืช เริ่มตั้งแต่ การเตรียมดิน การวิเคราะห์ดินเพื่อจัดทำแผนที่แสดงความอุดมสมบูรณ์ของดิน การเตรียมพันธุ์พืช การดูแลกำจัดศัตรูพืช และการเก็บเกี่ยว โดยนำนวัตกรรม เทคโนโลยี และเครื่องจักรต่าง ๆ มาใช้ อาทิ เครื่องปลูก เครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ เครื่องกำจัดวัชพืชที่มีความแม่นยำสูง เครื่องตรวจวัดความต้องการธาตุอาหารพืช เครื่องให้ปุ๋ยอัติโนมัติตามค่าวิเคราะห์ดิน ระบบการควบคุมการให้น้ำอัจฉริยะ การใช้อากาศยานไร้คนขับในการสำรวจการเจริญเติบโตของพืชร่วมกับการพ่นสารชีวภัณฑ์ เครื่องเก็บเกี่ยวอัตโนมัติ การใช้ sensorตรวจวัดสภาพอากาศและสภาพแวดล้อม รวมไปถึงการเก็บรวบรวมข้อมูลจากแปลงเรียนรู้เพื่อนำไปสู่พัฒนา Big Data Platform ที่สามารถประมวลผลข้อมูลผ่านระบบ internet เพื่อช่วยในการตัดสินใจ ซึ่งระบบการประมวลผลเหล่านี้คณะกรรมการฯ กำลังขับเคลื่อนให้เกิดศูนย์ปฏิบัติการหลักหรือ War room ที่ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการจัดการข้อมูลเพื่อสนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องและเกษตรกรโดยเฉพาะเกษตรกรในกลุ่มแปลงใหญ่ได้นำไปใช้ ถือเป็นครั้งแรกของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีกด้วย โดยมีเป้าหมายจัดทำแปลงเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะใน 5 ชนิดพืช ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อย มันสำปะหลัง และสับปะรด

"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์คาดหวังเป็นอย่างยิ่งให้เกษตรกร Smart Farmer, Young Smart Farmer ทั้งใน จ.สุพรรณบุรี และจังหวัดใกล้เคียงอีก 5 จังหวัด จำนวน ๓๐๐ คน ที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ได้เห็นอย่างประจักษ์ทั่วกันว่าแนวทางเกษตรอัจฉริยะนั้นเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพสูง เป็นรูปธรรม และได้เรียนรู้นวัตกรรมใหม่ ๆ และเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะที่มาช่วยในการทำเกษตรที่สามารถทำได้จริง โดยการสาธิตเปรียบเทียบการทำเกษตรกรรม ระหว่างวิธีการทำเกษตรแบบดั้งเดิมของเกษตรกร กับวิธีการทำเกษตรแบบเกษตรอัจฉริยะนี้ แสดงให้เห็นว่าสามารถลดต้นทุนการผลิตและมีความแม่นยำสูงสามรถเพิ่มผลผลิตได้ เช่น การปลูกข้าวแบบอัจฉริยะ 2 ระบบ ได้แก่ ระบบนาดำ และระบบการทำนาหยอดข้าว ที่ควบคุมนำร่องการเคลื่อนที่ด้วยระบบ GPS ร่วมกับการควบคุมพวงมาลัยอัตโนมัติหรือauto steering เพื่อช่วยในการบริหารจัดการพื้นที่แปลงปลูกข้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถลดเมล็ดพันธุ์เหลือเพียง 8 กก./ไร่ และสามารถลดต้นทุนได้ถึง 500 บาท/ ไร่ (เมื่อเทียบกับวิธีดั้งเดิมคือการทำนาหว่าน ที่ใช้เมล็ดพันธุ์ถึง 30 กก./ไร่) นอกจากนี้เกษตรกรยังได้ทราบถึงการใช้เทคโนโลยีการเกษตรอัจฉริยะสำหรับการผลิตข้าวนาแปลงใหญ่ เพื่อให้เกษตรกรสามารถเลือกและนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมไปปรับใช้ในการพัฒนาการผลิตข้าวคุณภาพ และสามารถลดต้นทุนการผลิตได้ โดยเฉพาะในระยะถัดไปกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มุ่งหวังที่จะขยายผลโดยการส่งเสริมให้เกษตรกรแปลงใหญ่ข้าวใน ต.สวนแตงแห่งนี้ นำเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะไปขยายผลในพื้นที่เกษตรกรแปลงใหญ่อย่างเป็นระบบและเข้มแข็ง" นายอภัย กล่าว

นางสาววราภรณ์ พรหมพจน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรอัจฉริยะ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานรณรงค์ฯ ในวันนี้ เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย ภาคเอกชนทั้งภายในและต่างประเทศ สมาคม ผู้ประกอบการ Startup ด้านการเกษตรอัจฉริยะที่ได้รับการส่งเสริม/สนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และเกษตรกร ในรูปแบบประชารัฐ โดยการขับเคลื่อนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำหรับเป็นต้นแบบในการทำการเกษตรอัจฉริยะ รองรับนโยบายประเทศไทย ๔.๐ เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ของภาคการเกษตรและเกษตรกรต่อไปในอนาคต โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมงานจะได้เรียนรู้กระบวนการการผลิตพืชทั้งระบบด้วยวิธีเกษตรอัจฉริยะ ซึ่งมีกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การสาธิตระบบเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะสำหรับการผลิตข้าว โดยวิธีการปลูกข้าวแบบอัจฉริยะ 2 ระบบ คือ ระบบนาดำ และระบบการทำนาหยอดข้าวงอก ร่วมกับการใช้ระบบควบคุมการให้น้ำอัจฉริยะในแปลงนา ซึ่งคิดค้นโดยวิศวกรของกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ควบคุมด้วยระบบ sensor ที่สามารถส่งข้อมูลไปยัง แอปพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนของเกษตรกรได้ซึ่งเหมาะสมกับวิธีทำนาเปียกสลับแห้ง ประหยัดการใช้น้ำ นอกจากนี้ยังมี การใช้เทคโนโลยี UAV ในการจัดการโรคและแมลง โดยโดรนบินสำรวจพร้อมติดตั้งกล้อง Multispectrum เพื่อดูสุขภาพของข้าว และความผิดปกติของต้นข้าว และการระบาดของโรคและแมลง และการฉีดพ่นสารเคมี หรือสารชีวภัณฑ์ เพื่อลดการใช้แรงงาน และเพิ่มปริมาณงาน ซึ่งปลอดภัยต่อผู้ที่ต้องฉีดพ่นในแปลง รวมถึงจัดทำแผนที่ความอุดมสมบูรณ์ของดินรายแปลง เพื่อการจัดการการใช้ปุ๋ยอย่างแม่นยำ สามารถใช้ปุ๋ยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยในนาข้าว ใช้ CropSpec ซึ่งเป็น Sensor สำหรับวิเคราะห์ความต้องการธาตุอาหารของพืชโดยตรวจสอบทางใบ เพื่อจัดทำแผนที่แสดงความต้องการธาตุไนโตรเจนของข้าว จะได้ข้อมูลที่แม่นยำ เมื่อถึงกระบวนการเก็บเกี่ยวจะมีการติดตั้ง sensorกับรถเกี่ยวนวด ประเมินผลผลิตข้าวรายแปลง เชื่อมโยงกับระบบ IOT เพื่อสามารถประเมินผลผลิตข้าวได้อย่างแม่นยำ และรวดเร็ว เกษตรกรได้รู้ถึงความสมบูรณ์ของพื้นที่ เพื่อที่จะได้นำไปปรับปรุงสภาพพื้นที่ได้ต่อไป ขณะเดียวกันมีการเฝ้าระวังด้วยสถานีตรวจวัดอากาศทราบอุณหภูมิ ความชื้น มีกล้องคอยดูการเจริญเติบโตของข้าว และกล้องตรวจจับชนิดแมลงศัตรูพืชสามารถเฝ้าระวังการเกิดโรคและศัตรูพืช รวมถึง สร้าง IOT platform เพื่อเสนอข้อมูลการประเมินผลจาก sensors ต่าง ๆ ในแปลงนา เพื่อใช้แจ้งเตือนเกษตรกรให้สามารถเตรียมรับมือจัดการในแปลงและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว และที่สำคัญคือจะมีการเสนอข้อมูลจาก sensors ต่าง ๆ ที่ติดตั้งในแปลงนามาแสดงผลบนจออัจฉริยะ หรือ Dash board จอแสดงผลเพื่อแจ้งเตือน ช่วยในการจัดการในแปลง และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้นำเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะที่หลากหลาย มาผสมผสานใช้เป็นต้นแบบในแปลงเรียนรู้ เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำเทคโนโลยีและแนวทางการทำเกษตรอัจฉริยะไปขยายผลในเกษตรแปลงใหญ่ ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป นอกจากนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะจัดให้มีศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลเกษตรอัจฉริยะ หรือ War room เพื่อช่วยประมวลผลและจัดส่งข้อมูลให้เกษตรกร เพื่อช่วยในการตัดสินใจในระบบการทำเกษตรกรรมได้อย่างแม่นยำผ่านแอปพลิเคชั่น ต่างๆ ซึ่งจะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้ .


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

"สุดารัตน์" มอบหมายปลัดกระทรวงเร่งหารือกระทรวงทรัพย์ฯจัดทำแผนแม่บทพัฒนาลุ่มน้ำให้แล้วเสร็จใน 3 เดือน

กรุงเทพฯ--17 มี.ค.--กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ "สุดารัตน์" มอบหมายปลัดกระทรวงเร่งหารือกระทรวงทรัพย์ฯจัดทำแผนแม่บทพัฒนาลุ่มน้ำให้แล้วเสร็จใน 3 เดือน และกำชับให้จัดทำแผนประเมินผลผลิตสินค้าแต่ละชนิดล่วงหน้ารายปี พร้อมส่งเสริมการผลิตพืชน้ำมันและสมุนไพรไทย...

ภาพข่าว: คนพันธุ์ A คารวะปลัด กค.

กรุงเทพฯ--18 ก.พ.--กลุ่มการประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง รับช่อดอกไม้แสดงความขอบคุณจากผู้ชนะ การประกวด "สุดยอดคนพันธุ์ A" ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของ ธ.ก.ส. ด...

กทม.อบรมภาษาอังกฤษสำหรับแท็กซี่เพิ่มความประทับใจนักท่องเที่ยว

กรุงเทพฯ--24 ม.ค.--กทม. นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของกรุงเทพมหานคร ให้เป็นเมืองที่น่ามาเยือน และสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวให้หันมาเที่ยวกรุงเทพฯ มากยิ่งขึ้น...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง