ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

กระทรวงเกษตรฯ แนะชาวไร่ลดการเผาซากพืช หันมาใช้วิธีไถกลบ แก้ปัญหาฝุ่นละอองในอากาศ ด้านฝนหลวงฯ มุ่งมั่นสานต่องานศาสตร์พระราชา พร้อมปฏิบัติการฝนหลวงและพัฒนางานวิจัย ในโอกาสครบรอบ ๖ ปี กรมฝนหลวงและการบินเกษตร

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันศุกร์ที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ๑๘:๐๗ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--25 ม.ค.--กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานพิธีวันคล้ายวันสถาปนากรมฝนหลวงและการบินเกษตร ครบรอบปีที่ 6 และเป็นประธานในพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์และห้องสมุดกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับโครงการพระราชดำริฝนหลวงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงให้ความสำคัญด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบครบวงจร รวมถึงการบริหารจัดการน้ำในชั้นบรรยากาศ โครงการฝนหลวงสามารถช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกร ก่อให้เกิดประโยชน์สมดังพระราชปณิธานของพระองค์ ตลอดจนบุคลากรกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ร่วมกันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีฝนหลวงตามแนวทางศาสตร์พระราชา ตำราฝนหลวงพระราชทาน เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง ส่งผลให้เกษตรกรมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง สามารถพึ่งพาตนเองได้ สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งยกระดับมาตรฐานการเกษตรสู่ความยั่งยืน โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

นายกฤษฎา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับปัญหาฝุ่นละอองในปัจจุบันที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมฝนหลวงฯ ได้ขึ้นบินปฏิบัติการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยการขึ้นบินฝนหลวงจะประสบความสำเร็จขึ้นอยู่กับเงื่อนไข 2 ประการ 1. ต้องมีความชื้นสัมพัทธ์ที่ค่อนข้างสูง อยู่ในระดับร้อยละ 60-70 และ 2. ค่าการยกตัวของเมฆ ถ้าติดลบ และความชื้นสัมพัทธ์มาก ก็สามารถปฏิบัติการฝนหลวงได้สำเร็จ โดยตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม มีค่าความชื้นสัมพัทธ์สูงถึงร้อยละ 70 และค่าการยกตัวของเมฆติดลบ ทำให้ปฏิบัติภารกิจสำเร็จปริมาณฝนตกตามพื้นที่เป้าหมาย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้มีการประสานงานกับหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบแก้ไขเกี่ยวข้องกับฝุ่นละออง คือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณะสุข ในส่วนของกรมฝนหลวงฯ ได้มีการเตรียมความพร้อมฐานบิน สถานีที่ทำฝนหลวงรอบ กทม. และเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ ระบบการสื่อสาร และติดตามสภาพอากาศ ตลอด 24 ชม.

"ค่าฝุ่นละอองใน กทม.ขณะนี้ เกิดจากมลพิษ การใช้ชีวิตของมนุษย์ที่เปลี่ยนแปลงไป รัฐบาลพยายามลดหรือบรรเทาเบาบาง ขณะนี้แม้เราแก้ไขโดยการใช้ฝนหลวงไม่ได้ จึงบรรเทาด้วยวิธีการฉีดพ่นละอองน้ำ การตรวจจับควันดำยานพาหนะที่ปล่อยแก๊ส โรงงานปล่อยของเสีย ซึ่งค่าความเสียของอากาศหรือค่าฝุ่นที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ อยู่ในระดับที่จะมีผลต่อสุขภาพ แต่กราฟแสดงคุณภาพอากาศไม่ได้ขึ้นสูงทุกวัน บางวันลดลง เรื่องเหล่านี้ยอมรับว่าเป็นความพยายามของรัฐบาล ในขณะเดียวกันจะประสบความสำเร็จได้นั้นต้องขึ้นอยู่กับสภาพอากาศด้วย" นายกฤษฎา กล่าว

นายกฤษฎา กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้กระทรวงเกษตรฯ ได้มีนโยบายเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน โดยการจูงใจไม่ให้เกษตรกรเผาซากพืช ที่ทำการเกษตร ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน โดยประสานงานกับ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ ได้หาเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยวิธี "ผลาญ 3 ผลาญ 4" คือ การไถกลบด้วยจอบ หรือรถไถ ในกรณีที่เกษตรกรปลูกข้าวโพด เดิมเมื่อเก็บฝักข้าวโพดเสร็จก็จะนำไปเผา เพื่อเตรียมทำพืชฤดูใหม่ แต่ปัจจุบันพบว่าเมื่อเก็บข้าวโพดเสร็จจะมีการไถกลบ แล้วโปรยสารอีเอ็มเพื่อย่อยสลายภายใน 15 วันหรือ 1 เดือน ทำให้ดินกลายเป็นปุ๋ย ขณะนี้ได้เผยแพร่วิธีดังกล่าวไปยังเกษตรกรซึ่งเป็นที่นิยม เนื่องจากวิธีเผานั้นทำให้ดินเสียหาย รวมทั้งเจ้าหน้าที่จากกระทรวงมหาดไทยได้สร้างความเข้าใจให้กับเกษตรกรเพื่อหันมาลดการเผาให้มากขึ้น ดังนั้นในปี 2559-2561 มีค่าความร้อนของอากาศที่เกิดจากการเผาของซากพืช วัชพืช น้อยหรือแทบไม่มีเลย

ด้านนายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า การดำเนินงานที่ผ่านมา กรมฝนหลวงฯ ได้ปฏิบัติการทำฝนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนที่ขาดแคลนน้ำได้ค่อนข้างสมบูรณ์ โดยประสิทธิภาพการทำฝนอยู่ที่ประมาณ ๙๕ % ขึ้นไป ในแต่ละปีสามารถช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรได้ถึง ๒๐๐-๓๐๐ ล้านไร่ รวมทั้งมีการพัฒนางานวิจัยและเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำฝน รวมถึงในด้านความร่วมมือกับต่างประเทศและการเผยแพร่ศาสตร์พระราชาในต่างแดน ยังคงดำเนินงานอยู่อย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้ง สำหรับแผนการดำเนินงานในปีต่อไป ยังคงดำเนินงานและภารกิจต่าง ๆ ได้แก่ การขับเคลื่อนโครงการวิจัย เช่น การศึกษาวิจัยการทำฝนด้วยเทคนิคเผาจากภาคพื้น (Ground Based Generator) จะทดลองในพื้นที่ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่อับฝน โดยการเผาให้เป็นควันอนุภาพเล็กๆ ลอยขึ้นไปหาเมฆ เพื่อทำกระบวนการให้เกิดฝน รวมทั้ง โครงการวิจัยพัฒนาอากาศยานไร้นักบิน (UAV) เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการฝนหลวงแบบเมฆอุ่นโดยใช้ UAV ยิงพลุสารเคมีซิลเวอร์ไอโอไดด์ และเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานศาสตร์พระราชา นอกจากนี้ จะมีการปรับขยายศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงเพิ่มขึ้นจากเดิม ๕ ศูนย์ คือ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง จ.บุรีรัมย์ และจะมีการพิจารณาย้ายศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง จ.เชียงใหม่ มาประจำการ ที่ จ.ตาก เนื่องจากสนามบินเชียงใหม่ จราจรค่อนข้างแออัด ไม่สะดวกในการขึ้นบินปฏิบัติการ รวมทั้งมีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงเพิ่มอีกแห่งที่ จ.พิษณุโลกในปี 2563 ตลอดจนเร่งดำเนินการจัดตั้งโรงเรียนการบินฝนหลวง ที่ จ.ตาก เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนนักบิน พร้อมรองรับความร่วมมือระหว่างประเทศ ในส่วนของนักบินต่างประเทศที่เข้ามาเรียนรู้การบินทำฝนหลวง เนื่องจากการบินทำฝนแตกต่างจากการบินปกติ และจัดสร้างศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการดัดแปรสภาพอากาศ ที่ จ.เพชรบุรี เป็นแหล่งความรู้ด้านงานวิจัย งานวิชาการ โดยเป็นศูนย์อบรมเพิ่มพูนความรู้ให้กับบุคลากรฝนหลวง และต่างประเทศที่สนใจ รวมทั้งโรงเรียนการบินฯ และศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยี คาดว่าในปี 2563 จะเป็นรูปธรรม


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

วันสถาปนากรมฝนหลวงและการบินเกษตร ครบรอบปีที่ 2 วันที่ 24 มกราคม 2558

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติ ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2556 ตั้งกรมฝนหลวงและการบินเกษตรขึ้นภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 130 ตอนที่ 8 ก วันที่ 24 มกราคม...

กรมหมอดินรุก ส่งความรู้สู่เกษตรกร นำเกษตรไทยก้าวไกลสู่ AEC

กรมพัฒนาที่ดิน ร่วมกับ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดนิทรรศการ พัฒนาดิน-น้ำทุ่งเจ้าพระยา พัฒนาเกษตร AEC ภายในงาน เกษตรลุ่มเจ้าพระยา ก้าวหน้าสู่ประชาคมอาเซียน ระหว่างวันที่ 12-21 กรกฎาคม 2556 ณ สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง...

ท็อปส์ จัดงาน "มหัศจรรย์ ผลไม้ไทย"

กรุงเทพฯ--6 พ.ค.--สปาร์ค คอมมิวนิเคชั่นส์ นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน "มหัศจรรย์ ผลไม้ไทย" จัดโดย ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งมี นายพนัส แก้วลาย ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี มร.เอียน ไพย์ กรรมการ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง