ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

เปิดตัว FLR349 โมเดลจูงใจเกษตรกรเลิกปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ต้นน้ำด้วยศาสตร์พระราชา

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๕:๓๕ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--27 ก.ย.--WWF ประเทศไทย

ภาคประชาสังคมชูโมเดลกองทุน FLR349 จูงใจเกษตรกรทำเกษตรยั่งยืนด้วยศาสตร์พระราชา ระบุเป็นกองทุนช่วยแก้ไขปัญหาวงจรหนี้สิน และลดทอนการทำลายระบบนิเวศ ตั้งเป้าดำเนินงานต่อเนื่อง 5 ปีชุบชีวิตเกษตรกรภาคเหนือก่อนขยายผลสู่ทั่วประเทศ

27 กันยายน 2561- ร้านลำดีตี่ขัวแดง จ.เชียงใหม่: องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล สำนักงานประเทศไทย (WWF-Thailand) และภาคีภาคประชาสังคมร่วมเปิดตัวกองทุนฟื้นฟูป่าและสร้างระบบอาหารยั่งยืน "FLR349" หรือ "Forest Landscape Restoration Fund ซึ่งน้อมนำการปลูกป่า3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง ตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ รัชกาลที่ 9 (FLR349) เป็นโมเดลแก้ปัญหาวงจรหนี้สินเกษตรกรและปัญหาระบบนิเวศป่าต้นน้ำถูกทำลาย มีกลไกสร้างแรงจูงใจโดยจ่ายเงินสนับสนุนและพัฒนาตลาดรับซื้ออาหารอินทรีย์ให้เกษตรกรยุติการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ต้นน้ำเปลี่ยนมาสร้างป่าควบคู่กับการทำเกษตรเชิงนิเวศ เบื้องต้นเปิดโครงการนำร่องที่บ้านสองธาร (แม่ขี้มูก) หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านทับ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ มีจำนวนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 26 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ 130 ไร่ กองทุนจะสนับสนุนเกษตรกรครอบครัวละ 5 ไร่ จำนวนเงิน 2,000 บาท ต่อไร่ต่อปี เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง 5 ปี ตั้งเป้าเป็นทางเลือกโมเดลเรือธงในการแก้ปัญหาได้ในทุกพื้นที่ต้นน้ำทั่วประเทศ

FLR349 เป็นโมเดลที่นำการขับเคลื่อนรูปแบบการบริโภคและผลิตที่ยั่งยืน (sustainable consumption and production patterns) มาใช้แก้ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรมจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวในพื้นที่ต้นน้ำ โดยมีองค์กรจากภาคประชาสังคมและภาคเอกชนเป็นผู้ริเริ่มและจัดตั้ง ประกอบด้วยองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล สำนักงานประเทศไทย (WWF-Thailand) มูลนิธินวัตกรรมเกษตรอินทรีย์ไทย (TOF) บริษัท เชียงใหม่วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด (CSE) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (BAAC) และมีองค์กรอื่น ๆ ร่วมเป็นภาคีสนับสนุน เช่น Agricultural and Food Marketing Association for Asia and the Pacific (AFMA) ที่เป็นองค์การระหว่างประเทศ (inter-government non-profit organization) พร้อมกับภาคีที่ให้การสนับสนุนข้อมูลวิชาการด้านต่าง ๆ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และศูนย์วนศาสตร์ชุมชนเพื่อคนกับป่า (RECOFCT) เป็นต้น

"กองทุน FLR349 เป็นเสมือนพี่เลี้ยงให้กับเกษตรกรในการปรับเปลี่ยนการวิธีการทำเกษตรจากการทำพืชเชิงเดี่ยวรุกป่าใช้เคมีสูง สู่การทำเกษตรกรรมเชิงนิเวศ การปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง คือวิธีที่จะฟื้นฟูสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรมจากการแผ้วถางทำลายหน้าดิน ผ่านการปลูกและดูแลไม้ป่าถาวร ปลูกไม้ผล และพืชผัก สมุนไพรนานาชนิดแบบผสมผสาน เกื้อกูลฟื้นฟูสร้างระบบนิเวศ และเป็นพื้นที่ที่เป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอน น้ำ และเอื้อต่อการผลิตอาหารที่หลากหลาย ปลอดภัยต่อการผลิตและบริโภค เป็นการสร้างความเข้มแข็งของเกษตรกรและชุมชนในการพึ่งพาตัวเอง ลดภาระค่าใช้จ่ายในการยังชีพและสุขภาวะที่ฟื้นคืนกลับมา ทำให้สามารถก้าวพ้นจากวงจรหนี้สินและการถูกเอาเปรียบเชิงโครงสร้างของระบบทุนนิยมในห่วงโซ่ผลิตอาหาร" นายไพรัช โตวิวัฒน์ ผู้อำนวยการกองทุน FLR349 กล่าว

"ความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรของเราถูกแลกไปกับผลประโยชน์ของนายทุนที่ผูกขาดในระบบอาหาร และการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ป่าต้นน้ำส่วนใหญ่ของประเทศก็ไม่ได้นำมาซึ่งผลลัพธ์การเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เกษตรกรส่วนใหญ่ยังคงติดอยู่ในวงจรหนี้สินและมีสภาพการเป็นอยู่ที่แร้นแค้น ระบบเศรษฐกิจฐานรากและระบบอาหารท้องถิ่นก้าวสู่ภาวะล่มสลาย คือไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ ซึ่งแสดงถึงทิศทางการพัฒนาที่ออกห่างจากความยั่งยืน สิ่งเหล่านี้เป็นจุดเริ่มให้ภาคประชาสังคมลุกขึ้นมาหาทางออกให้กับปัญหา โมเดลกองทุน FLR349 คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้มากกว่าเดิมอย่างน้อย 4 เท่าให้กับเกษตรกรเมื่อเทียบกับการปลูกพืชเชิงเดี่ยว และที่สำคัญคือการได้ฟื้นคืนระบบนิเวศป่าต้นน้ำ จึงเป็นโมเดลเรือธงสามารถนำมาใช้แก้ปัญหาป่าต้นน้ำเสื่อมโทรม ความเหลื่อมล้ำทางสังคม และสร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและสร้างผลประโยชน์ร่วมกันตามแนวทางการพัฒนาสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (sustainable develop goals: SDGs)" นายพลาย ภิรมย์ ผู้จัดการโครงการบริโภคและผลิตที่ยั่งยืน องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) กล่าวเสริม

"การปลูกไม้ป่ายืนต้นควบคู่กับการปลูกพืชอาหารที่หลากหลายและเป็นเกษตรกรรมวิถีธรรมชาติปราศจากเคมี โดยผลผลิตพืชผักผลไม้อินทรีย์และผลิตภัณฑ์แปรรูปนั้น ส่วนหนึ่งจะเป็นการสร้างอาหารที่เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้ สามารถลดค่าใช้จ่ายเกษตรกรในการยังชีพ และผลผลิตส่วนที่เหลือกินจะนำมาขายเป็นรายได้ โดยมีวิสาหกิจเพื่อสังคม (social enterprise) เป็นผู้รับซื้อ โดยมีการวางแผนการตลาดและแผนผลิตล่วงหน้า และกำหนดราคาที่เป็นธรรม มีการจัดหาตลาดสินค้าเกษตรในพื้นที่ (local food chain market) ซึ่งรวมถึงโรงเรียน โรงแรม โรงพยาบาล ร้านอาหารในพื้นที่ และตลาดค้าปลีกในระดับประเทศ ซึ่งโมเดลนี้จะก่อให้เกิดการฟื้นฟูเศรษกิจฐานราก เงินหมุนเวียนในชุมชน และการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน และอาจต่อยอดถึงการพัฒนาเป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอีกด้วย" นายไพรัช โตวิวัฒน์ กล่าวสรุปถึงโมเดล FLR349

ทั้งนี้ ในงานแถลงข่าวเปิดตัวกองทุน FLR349 ยังมีการจัดเสวนาหัวข้อ "ชวนสังคมร่วมฟื้นป่า" ซึ่งมีตัวแทนจากภาคประชาสังคม เอกชน และเกษตรกรในพื้นที่โครงการมาร่วมแลกเปลี่ยนและให้ความคิดเห็น และในงานยังมีการจัดแสดงภาพถ่าย และผลิตภัณฑ์ตัวอย่างจากพื้นที่โครงการด้วยเช่นกัน

เกี่ยวกับกองทุน FLR349

กองทุน "FLR349" เป็นกองทุนที่น้อมนำศาสตร์พระราชา การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง และการสร้างห่วงโซ่คุณค่าซึ่งเป็นโมเดลให้กับเกษตรกรในพื้นที่ป่าต้นน้ำ กองทุน FLR349 จะเป็นเสมือนพี่เลี้ยงให้กับเกษตรกรในการปรับเปลี่ยนการวิธีการทำเกษตรจากการทำพืชเชิงเดี่ยวรุกป่าใช้เคมีสูง สู่การทำเกษตรกรรมแบบบูรณาการ โดยปลายทางจะนำมาซึ่งการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรมจากการแผ้วถางทำลายหน้าดิน ผ่านการปลูกและดูแลไม้ป่าถาวร ปลูกไม้ผล และพืชผัก สมุนไพรนานาชนิดแบบผสมผสาน เกื้อกูลฟื้นฟูสร้างระบบนิเวศ และเป็นพื้นที่ที่เป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอน น้ำ และเอื้อต่อการผลิตอาหารที่หลากหลายและปลอดภัยต่อการผลิตและบริโภค เป็นการสร้างความเข้มแข็งของเกษตรกรและชุมชนในการพึ่งพาตัวเอง ลดภาระค่าใช้จ่ายในการยังชีพและสุขภาวะที่ฟื้นคืนกลับมา ซึ่งจะทำให้สามารถก้าวพ้นจากวงจรหนี้สินและการถูกเอาเปรียบเชิงโครงสร้างของระบบทุนนิยมในห่วงโซ่อาหาร ซึ่งถือได้ว่าเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ Sustainable Development Goals (SDGs)

ดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ http://scp.wwf.or.th/news_stories/?uNewsID=335495

เกี่ยวกับองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล

องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF เป็นหนึ่งในองค์กรขนาดใหญ่ที่สุดระดับโลกที่มุ่งมั่นทำงาน และอุทิศเพื่องานด้านการอนุรักษ์ ปัจจุบัน WWF มีผู้สนับสนุนมากกว่า 5 ล้านคนจากทั่วโลกและเครือข่ายขององค์กรทำงานร่วมกันในกว่า 100 ประเทศ พันธกิจของ WWF คือการหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงของสภาวะธรรมชาติของโลกในเชิงลบ และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนของโลกที่มีมนุษย์สามารถอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติได้อย่างมีความสมดุลด้วยการอนุรักษ์สภาพชีววิทยาที่หลากหลาย และมุ่งทำงานเพื่อรักษาทรัพยากรด้านพลังงานให้ถูกนำกลับมาใช้งานอย่างสมดุลและยั่งยืน รวมทั้งสนับสนุนการทำงานเพื่อหยุดยั้งมลพิษและการบริโภคที่เกินพอดี สามารถศึกษาข้อมูลการทำงานของเราเพิ่มเติมได้ที่ www.panda.org/news

บรรยายภาพ

27 กันยายน 2561 จังหวัดเชียงใหม่- องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล สำนักงานประเทศไทย (WWF-Thailand) และภาคีภาคประชาสังคม ได้แก่ มูลนิธินวัตกรรมเกษตรอินทรีย์ไทย (TOF) บริษัท เชียงใหม่วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด (CSE) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (BAAC) และมีองค์กรอื่น ๆ ร่วมเป็นภาคีสนับสนุน เช่น Agricultural and Food Marketing Association for Asia and the Pacific (AFMA) ที่เป็นองค์การระหว่างประเทศ (inter-government non-profit organization) พร้อมกับภาคีที่ให้การสนับสนุนข้อมูลวิชาการด้านต่าง ๆ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และศูนย์วนศาสตร์ชุมชนเพื่อคนกับป่า (RECOFCT) ร่วมเปิดตัวกองทุนฟื้นฟูป่าและสร้างระบบอาหารยั่งยืน "FLR349" หรือ "Forest Landscape Restoration Fund ซึ่งน้อมนำการปลูกป่า3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง ตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ รัชกาลที่ 9 (FLR349) เป็นโมเดลแก้ปัญหาวงจรหนี้สินเกษตรกรและปัญหาระบบนิเวศป่าต้นน้ำถูกทำลาย มีกลไกสร้างแรงจูงใจโดยจ่ายเงินสนับสนุนและพัฒนาตลาดรับซื้ออาหารอินทรีย์ให้เกษตรกรยุติการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ต้นน้ำเปลี่ยนมาสร้างป่าควบคู่กับการทำเกษตรเชิงนิเวศ


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ภาพข่าว: เปิดเรือนเพาะชำกล้าไม้

นางสาวจันทร์ติ๊บ กันติ๊บ (ที่สามจากซ้าย) ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการร้านค้า สาขาเชียงใหม่ บริษัทคิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด และนางดวงเดือน อีแกน (ซ้ายสุด) ผู้จัดการแผนกการตลาดและพัฒนาแหล่งทุน องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล สำนักงานประเทศไทย (WWF-Thailand) ร่วม...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง