ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

กนอ. ผนึกกำลัง 4 หน่วยงาน หนุนมาตรฐานระบบขนส่ง ตั้งเป้าส่งเสริมความปลอดภัยรถบรรทุกและตู้คอนเทนเนอร์ด้วยระบบทวิสต์ล็อกในนิคมฯ ทั่วประเทศ

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันพุธที่ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๔:๕๘ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--29 ส.ค.--เจซีแอนด์โค พับลิครีเลชั่นส์

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ผนึกกำลัง 4 หน่วยงาน ได้แก่ กรมการขนส่งทางบก การรถไฟแห่งประเทศไทยการท่าเรือแห่งประเทศไทย และสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย โดยมุ่งบูรณาการการทำงานใน 3 ด้าน ได้แก่ 1. การวางแผนตรวจสอบ 2.การใช้อุปกรณ์ที่มีมาตรฐาน และ3. การส่งเสริมและให้ความรู้ เพื่อยกระดับมาตรฐานการขนส่ง ป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุจากกิจกรรมในการขนส่งสินค้าให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและกฎหมายเพื่อความปลอดภัยให้กับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะจากรถบรรทุกและตู้คอนเทนเนอร์จากสถานประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม

นายอัฐพล จิรวัฒน์จรรยา รักษาการผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า นอกจากภารกิจของกนอ. ที่มุ่งจัดตั้งนิคมฯ เพื่อรองรับนักลงทุนและผู้ประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมในนิคมฯ แล้ว กนอ.ยังได้ตระหนักถึงการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยของนิคมฯ ภายใต้มาตรฐานด้านการขนส่งและและโลจิสติกส์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ประกอบการในนิคมฯ รวมถึงด้านความปลอดภัยสาธารณชนที่ใช้การขนส่งทางถนนร่วมกัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่มีความสำคัญที่เกิดขึ้นระหว่างการประกอบอุตสาหกรรม โดยที่ผ่านมาได้ให้การส่งเสริมและพัฒนาด้านดังกล่าวในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งในนิคมอุตสาหกรรม การตรวจตรามาตรฐานของพาหนะขนส่ง เช่น เรือ รถบรรทุก ตู้คอนเทนเนอร์ รวมถึงการติดตามด้านความปลอดภัยและการสร้างความเดือดร้อนรำคาญที่อาจมีผลกระทบต่อชุมชน

นายอัฐพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ล่าสุด กนอ.ได้ร่วมมือกับ 4 หน่วยงาน ได้แก่ กรมการขนส่งทางบก การรถไฟ แห่งประเทศไทย การท่าเรือแห่งประเทศไทย และสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ในการควบคุมดูแลรถบรรทุกสินค้าให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย ควบคุมกำกับดูแลการใช้อุปกรณ์เกี่ยวกับความปลอดภัยและการใช้รถ พร้อมส่งเสริมให้มีการตรวจสอบสภาพรถให้มั่นคงแข็งแรงและไม่บรรทุกน้ำหนักเกินกว่าสมรรถนะของรถหรือเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดเพื่อความปลอดภัยและยกระดับมาตรฐานการขนส่ง นอกจากนี้ การบูรณาการการทำงานระหว่างกันในครั้งนี้ ยังได้มุ่งยกระดับความปลอดภัยในการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกขนาดใหญ่ และตู้คอนเทนเนอร์ พร้อมกำหนดมาตรการเชิงป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ ตลอดจนร่วมกันเข้มงวดตรวจสอบสมรรถนะของรถบรรทุกขนส่งสินค้าและคนขับรถอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีกรอบการดำเนินงาน 3 ด้าน ได้แก่

1. การวางแผนตรวจสอบ โดยจะบูรณาการร่วมกันจัดวางระบบการตรวจสอบและกำกับดูแลรถที่อยู่ในความรับผิดชอบที่มีการนำไปใช้ในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของหน่วยงาน ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรม และท่าเรืออุตสาหกรรม ที่จะไม่ให้มีการบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าสมรรถนะของรถหรือเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งตรวจสอบให้มีสภาพมั่นคงแข็งแรงมีการติดตั้งและใช้อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยก่อนการนำรถออกมาใช้ทำการขนส่ง พร้อมทั้งต้องมีการตรวจสอบอุปกรณ์ล็อกตู้คอนเทนเนอร์ให้ครบถ้วน

2.การใช้อุปกรณ์ที่มีมาตรฐาน นอกจากสมรรถนะของรถที่จะต้องมีการตรวจสอบแล้ว การกำกับดูแลผู้ขับรถให้ใช้อุปกรณ์ส่วนควบต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งของที่บรรทุก ตกหล่น รั่วไหล หรือปลิวไปจากรถ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตราย รวมถึงกำหนดมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัดเพื่อเพิ่มความปลอดภัยระหว่างการขนส่งเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบถึงประชาชนที่ร่วมขับขี่ บนท้องถนน

3. การส่งเสริมและให้ความรู้ มุ่งให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ขับรถ และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความตระหนักถึงความจำเป็นและประโยชน์ของการปฏิบัติตามกฎหมายหรือข้อกำหนดด้านความปลอดภัยในการขนส่งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการขนส่งทางถนน โดยมีกิจกรรม เช่น การรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ช่วงหน้าเทศกาล ที่จะจัดขึ้นในทุกๆปี

อย่างไรก็ดี หลังจากนี้ กนอ.จะเข้าไปดูแลด้านความปลอดภัยในการทำงานที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่ง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาปรับปรุงระบบการจราจรและความปลอดภัยในพื้นที่แต่ละนิคมอุตสาหกรรม มาตรฐานของระบบตู้คอนเทนเนอร์ที่จะต้องเข้มงวดตรวจสอบการใช้อุปกรณ์สำหรับยึดตู้บรรทุกสินค้า (Twist-Lock) ป้องกันความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุตู้คอนเทนเนอร์หล่นจาตัวรถ และรถบรรทุกที่จะต้องมีการตรวจสอบความแข็งแรงและน้ำหนักอย่างเป็นประจำทั้งจากสถานประกอบการ จุดชั่งน้ำหนักและเจ้าหน้าที่ของแต่ละนิคมอุตสาหกรรม รวมถึงการดูแลการขนส่งจากภายนอกที่เข้ามายังนิคมฯ ที่จะต้องมีมาตรฐานเดียวกันกับระบบภายในนิคมฯ นอกจากนี้ยังมีการดูแลด้านระบบสารสนเทศเพื่ออำนวยความสะดวกสบายกับการขนส่ง ซึ่งทั้งหมดนี้จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2561 เป็นต้นไป นายอัฐพล กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจรายละเอียด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองประชาสัมพันธ์ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ถนนนิคมมักกะสัน กรุงเทพฯ โทร. 02 2530561 หรืออีเมล investment.1@ieat.mail.go.th


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ภาพข่าว: บีเอเอสเอฟ สนับสนุนโครงการบริหารความเสี่ยงในนิคมฯ บางปู

กรุงเทพฯ--20 พ.ค.--บีวัน คอมมูนิเคชั่นส์ คุณประชา จิวะพรทิพย์ (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท บีเอเอสเอฟ (ไทย) จำกัด ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ กับนายอุทัย จันทิมา (ขวาสุด) ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และผู้แทนจากสำนัก...

กรุงเทพมหานครยุคใหม่พร้อมรับใช้แก้ไขปัญหาชาวกรุง

กรุงเทพฯ--25 เม.ย.--กทม. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ตัวแทนชาวชุมชนอาคารชั่วคราว 17 บริเวณศูนย์เยาวชนคลองเตย พื้นที่ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ได้มายื่นหนังสือร้องทุกข์เพื่อขอให้กรุงเทพมหานครช่วยประสานงานกับการท่าเรือฯ ออกหนังสืออน...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง