ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ไขมันทรานส์ ภัยร้ายใกล้ตัว....พร้อมเคล็ดลับหลีกเลี่ยง 4 ข้อ

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันพฤหัสบดีที่ ๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๕:๔๘ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--2 ส.ค.--ฮิลล์ แอนด์ นอลตัน สแตรทีจีส์

หลังจากกระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา สั่งห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายอาหารที่มีไขมันทรานส์และอาหารที่มีน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนเป็นส่วนประกอบ ซึ่งจะเริ่มมีผลในเดือน มกราคม 2562 คนไทยจึงเริ่มตื่นตัวและหันมาใส่ใจเกี่ยวกับผลกระทบต่อการบริโภคอาหารต่างๆ จากมาตราการนี้ แม้ว่ากฎหมายจะมาจากเป้าหมายขององค์กรอนามัยโลก ที่มีจุดประสงค์ในการกวาดล้างไขมันทรานส์ออกจากห่วงโซ่อาหารของโลก เนื่องจากความเสี่ยงต่อสุขภาพจากการบริโภคไขมันทรานส์ แต่ผู้คนในสื่อออนไลน์ยังมีความสับสนเกี่ยวกับข้อเท็จจริง เช่น เราจะทราบได้อย่างไรว่าอาหารแต่ละชนิดแต่ละประเภทนั้น มีส่วนประกอบของไขมันทรานส์หรือไม่? เราจะเลี่ยงมันได้อย่างไร? และเราจะบริโภคอะไรได้บ้าง?

ไขมันทรานส์คืออะไร และทำไมถึงต้องหลีกเลี่ยง?

ไขมันทรานส์สังเคราะห์ เป็นหนึ่งในประเภทของไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งผลิตจากกระบวนการวิธีทางอุตสาหกรรมที่ได้เริ่มต้นในปี 2445 ด้วยการเพิ่มไฮโดรเจนเข้าไปในน้ำมันพืช ซึ่งวิธีนี้ได้ถูกนำไปใช้ในวงกว้างเพราะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้มาก และยังช่วยให้อาหารเสียได้ยากขึ้นอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม งานวิจัยสมัยใหม่ได้แสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวข้องระหว่างการบริโภคอาหารที่มีไขมันทรานส์กับโรคที่คร่าชีวิตคนมากที่สุดในโลกอย่างโรคหัวใจ โดยที่แย่ไปกว่านั้นคือไขมันทรานส์ ยังเป็นตัวลดระดับไขมันดี และเพิ่มปริมาณไขมันประเภทที่อันตรายอย่างเช่นคอเลสเตอรอลอีกด้วย จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือดสมอง นอกจากนั้น ไขมันทรานส์ยังมีส่วนต่อการก่อให้เกิดโรคที่ไม่ติดต่อ (NCDs) อื่นๆ เช่น โรคความดันสูง หรือ เบาหวานชนิดที่สอง

สารพัดวิธีหลีกเลี่ยงไขมันทรานส์
1. จดจำรายการอาหารที่มีไขมันทรานส์ไว้ให้ขึ้นใจ

การบริโภคอาหารที่ประกอบไปด้วยไขมันทรานส์นั้นถูกพิสูจน์แล้วว่ามีแต่ผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว และเป็นที่น่ากลัวว่าอาหารหลายชนิดนั้นเต็มไปด้วยไขมันชนิดนี้ แม้ว่าอาจจะฟังดูน่ากลัว แต่แท้จริงแล้วเราสามารถสังเกตไขมันทรานส์และหลีกเลี่ยงได้โดยง่าย เพราะส่วนใหญ่แล้วไขมันประเภทนี้จะอยู่ในมาการีน ขนมอบ อาหารทอด ขนมขบเคี้ยว แป้งเค้กสำเร็จรูป และครีมแต่งหน้าเค้ก

อาหารที่มักจะมีส่วนผสมของไขมันทรานส์
  • มาการีน
  • โดนัท, พาย, คุกกี้, บิสกิต, และเค้ก
  • เฟรนช์ฟรายส์ และอาหารทอดส่วนใหญ่ที่ใช้น้ำมันที่ส่วนผสมของไขมันทรานส์ทอด
  • อาหารแช่แข็ง
  • ครีมเทียม
2. อ่านฉลากโภชนาการและส่วนประกอบของอาหาร

ผู้ผลิตอาหารทุกรายจะต้องระบุปริมาณไขมัน ทรานส์ลงบนฉลากโภชนาการ ซึ่งจะช่วยผู้บริโภคในการตัดสินใจ หรือเปรียบเทียบกับตัวเลือกอื่นได้ง่ายขึ้น แท้จริงแล้วเราควรเลือกอาหารหรือขนม ขบเคี้ยวที่มีไขมันทรานส์เป็นศูนย์ หากรู้สึกไม่มั่นใจ ลองดูส่วนผสมที่ฉลากและมองหาคำว่า "Partially Hydrogenated Oils" ซึ่งจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าอาหารนั้นมีไขมันทรานส์อยู่หรือไม่

3. เปลี่ยนมาใช้น้ำมันประกอบอาหารที่ปราศจากไขมันทรานส์

เมื่อพูดถึงประโยชน์ทางสุขภาพ น้ำมันทำอาหารแต่ละประเภทนั้นแตกต่างกัน เนื่องจากน้ำมันเป็นส่วนประกอบที่เป็นปัจจัยหลักในการทำอาหาร จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องเลือกใช้ให้ถูกต้อง หนึ่งวิธีง่ายๆ คือการเปลี่ยนมาใช้น้ำมันมะกอกในการประกอบอาหาร เพราะนอกจากจะดีต่อสุขภาพและได้รสชาติที่อร่อยแล้ว น้ำมันมะกอกยังปราศจากไขมันทรานส์ และอุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (MUFAs) ที่ดีต่อระบบหัวใจและสุขภาพ

สมาคมโรคหัวใจสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่พบในน้ำมันมะกอกนั้นช่วยลดไขมัน LDL และคอเลสเตอรอลในเลือด ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองอีกด้วย นอกจากนั้น น้ำมันมะกอกยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่าโพลีฟีนอล ซึ่งได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่า ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ความดันโลหิต และความเสี่ยงจากการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ

4. เลือกรับประทานแต่ขนมขบเคี้ยวที่ดีต่อสุขภาพ

การเลือกรับประทานขนมขบเคี้ยวในปริมาณที่พอดี นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของโภชนาการที่สมดุล อันจะช่วยให้คุณรู้สึกมีพลังระหว่างวัน แต่น่าเสียดายว่า ขนมขบเคี้ยวสำเร็จรูปแบบห่อที่วางขายโดยทั่วไปนั้น มักเต็มไปด้วยไขมันทรานส์ที่ควรหลีกเลี่ยง ซึ่งเคล็ดลับในการเลือกรับประทานขนมขบเคี้ยวนั้น คือ เลือกขนมขบเคี้ยวที่ปราศจากไขมันทรานส์ เช่น อัลมอนด์ แอปเปิล แครอทแท่ง หรือ โยเกิร์ตกรีก ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและยังอร่อยเหมือนกัน

เกี่ยวกับเบอร์ทอลลี่

เบอร์ทอลลี่ ก่อตั้งโดยมร. ฟรานเชสโก เบอร์ทอลลี่ ในปี 1865 ที่เมืองลุคคา แคว้นทัสคานี แบรนด์เบอร์ทอลลี่(R) ถือเป็นหัวใจสำคัญในการประกอบอาหารอิตาเลียนและวัฒนธรรมการกินแบบอิตาเลียน ในฐานะแบรนด์น้ำมันมะกอกที่เป็นที่ชื่นชอบในระดับโลก (ภายใต้แบรนด์ดีโอเลโอ) มานานกว่า 150 ปี พันธกิจของเบอร์ทอลลี่(R) คือการรักษาคุณภาพ ความมุ่งมั่นในการดึงความพิเศษจากส่วนผสมต่างๆตามธรรมชาติออกมาให้กับการปรุงอาหาร และการรักษาวัฒนธรรมในการสรรค์สร้างอาหารให้มีรสชาติโดดเด่น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถดูได้ที่ https://www.facebook.com/BertolliTH/ https://www.facebook.com/whatdidsheeat/


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

คลอด พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชีฉบับใหม่ ดันสภาวิชาชีพบัญชี เป็นศูนย์รวมผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี

กรุงเทพฯ--10 ม.ค.--ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สภาวิชาชีพบัญชี เผยทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ทั้งด้านมาตรฐานและจรรยาบรรณ รวมทั้งการออกกฎเกณฑ์และกำกับดูแลคุณภาพกันเอง หลังประกาศพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ.2547 ในราชกิจจานุเบกษา ศาสตราจ...

รัฐมนตรีสาธารณสุขอินโดนีเซียส่งทีมแพทย์ช่วยเหลือเหยื่อคลื่นสึนามิ

จาการ์ต้า,1 ม.ค.—แอนทาร่า/เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของอินโดนีเซียเปิดเผยว่า กระทรวงได้ส่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข, ทีมแพทย์ และอุปกรณ์การแพทย์จำนวน 10 ตัน ไปยังจังหวัดนังโกร อาเซห์ ดารัสซาลัม บนพื้นที่ทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง