ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

กรมฝนหลวงฯ ร่วมสืบสาน ศาสตร์พระราชา บริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ สร้างความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ เพิ่มโอกาสในการปฏิบัติการฝนหลวงให้ประสบความสำเร็จ

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๔:๔๙ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--19 ก.ค.--กรมฝนหลวงและการบินเกษตร

กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ร่วมสืบสานศาสตร์พระราชาของในหลวงรัชกาลที่ 9 และเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวันพระราชสมภพในหลวงรัชกาลที่ 10 ชู "โครงการปลูกป่าและไม้ยืนต้นสร้างความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการฝนหลวงฯ" พร้อมบูรณาการร่วมกับ 11 หน่วยงานบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อการผลิตอย่างยั่งยืน และเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติการฝนหลวง

วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 เวลา 09.30 น. นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการปลูกป่าและไม้ยืนต้นสร้างความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการฝนหลวง สืบสาน "ศาสตร์พระราชา" ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ณ เขื่อนวชิราลงกรณ์ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ร่วมกับ 11 หน่วยงาน ประกอบด้วย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการคลัง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ปลูกต้นรวงผึ้งจำนวน 12 ต้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรและถือเป็นมหามิ่งมงคลตลอด 12 เดือน ซึ่งต้นรวงผึ้งเป็นต้นไม้มงคลอันทรงคุณค่าที่ถูกยกให้เป็นพรรณไม้ประจำรัชกาลที่ 10 ถือเป็นดอกไม้ประจำวันพระราชสมภพพอดี (ช่วงเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม) สีเหลืองของต้นรวงผึ้งยังเป็นสีประจำวันพระราชสมภพอีกด้วย โดยมีนายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ให้การต้อนรับ ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติวันพระราชสมภพในหลวงรัชกาลที่ 10 และเป็นการน้อมนำแนวคิดสร้างความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ สืบสาน "ศาสตร์พระราชา" ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในการสร้างความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศให้มากขึ้นซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำฝนหลวงให้ประสบผลสำเร็จเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรมให้กลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ พร้อมกับสร้างผืนป่าให้เกิดความชุ่มชื้นเพื่อเป็นการเพิ่มป่าต้นน้ำ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องตระหนักในคุณค่าของป่าต้นน้ำและการเพิ่มพื้นที่ป่าชุมชน ตลอดจนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการรักษาระบบนิเวศป่าไม้และสิ่งแวดล้อม การปลูกป่าไม้ ป่าเศรษฐกิจ ป่าชุมชน และไม้ยืนต้นบริเวณหัวไร่ปลายนา ซึ่งจะเป็นการสร้างแหล่งอาหารแก่สัตว์ป่าในการดำรงชีวิต และช่วยเอื้อประโยชน์ต่อพื้นที่ชุมชนอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังได้มีการปลูกต้นแคฝรั่ง โดยนักเรียนนักศึกษา อาสาสมัครฝนหลวง และเกษตรกรในบริเวณเขื่อนวชิราลงกรณ์ จำนวน 200 ต้น อีกด้วย

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า จากวิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรป่าไม้ที่ถูกทำลายซึ่งทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นทุกปี ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ ความแปรปรวนของสภาพอากาศ ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศที่ลดลง ส่งผลต่อกระบวนการเกิดฝนและปริมาณน้ำฝนตามธรรมชาติเกิด

ความผิดปกติ จึงมีความจำเป็นที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องบูรณาการร่วมกัน เพื่อให้การฟื้นฟูผืนป่าเกิดประสิทธิภาพและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ อีกทั้งเมื่อป่าเกิดความสมบูรณ์ก็จะทำให้ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศมีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยการเพิ่มโอกาสสำหรับการขึ้นปฏิบัติการฝนหลวงให้ประสบความสำเร็จเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้ การดำเนินโครงการฯ แบ่งเป็น 3 กิจกรรมหลัก ประกอบด้วย 1) กิจกรรม

พิธีเปิดโครงการในวันนี้ (19 กรกฎาคม 2561) ณ บริเวณเขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี 2) กิจกรรมการปลูกป่าและไม้ยืนต้น ดำเนินการตั้งแต่เริ่มเปิดปฏิบัติการฝนหลวง ประจำปี 2561 (วันที่ 1 มีนาคม – 30 กันยายน 2561) โดยร่วมกันระหว่างภาครัฐกับเอกชน อาทิ ศูนย์ปฏิบัติงานฝนหลวงทั่วประเทศ สถานศึกษา อาสาสมัครฝนหลวงภูมิภาคต่างๆ เป็นต้น และ 3) กิจกรรมโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศ ณ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงทั้ง 5 ภูมิภาค ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2561 โดยดำเนินการพร้อมกับการปฏิบัติการฝนหลวงในแต่ละวัน ทั้งนี้ กรมฝนหลวงฯ ได้มอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงแต่ละภูมิภาค ดำเนินกิจกรรมการปลูกป่าและไม้ยืนต้น และกิจกรรมการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศ ดังนี้

ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ ดำเนินการปลูกป่าและไม้ยืนต้นบริเวณพื้นที่เขื่อนแม่กวงอุดมธารา จ.เชียงใหม่ ขนาดพื้นที่ 5 ไร่ ชนิดกล้าไม้ ได้แก่ ประดู่ ตะเคียน ยางนา มะขามป้อม ขนุน ชมพู่ และมะม่วง ซึ่งได้รับการสนับสนุนกล้าไม้จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริและโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนแม่กวงอุดมธารา สำหรับกิจกรรมโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศ ดำเนินการบริเวณพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา จ.เชียงใหม่ ขนาดพื้นที่ 900 ไร่ โดยใช้ชนิดเมล็ดพันธุ์มะค่าโมง มะขามป้อม สมอพิเภก และสัก

ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดำเนินการปลูกป่าและไม้ยืนต้นบริเวณพื้นที่สาธารณประโยชน์ สระโศกเดือนห้า อบต.แดงใหญ่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ขนาดพื้นที่ 80 ไร่ ชนิดกล้าไม้ ได้แก่ พะยูง เต็ง รัง แดง และประดู่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนกล้าไม้จากศูนย์เพาะชำกล้าไม้ อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น สำหรับกิจกรรมโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศ ดำเนินการบริเวณพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ขนาดพื้นที่ 3,100 ไร่ โดยใช้ชนิดเมล็ดพันธุ์มะค่าแต้และมะขามป้อม

ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออก ดำเนินการปลูกป่าและไม้ยืนต้นบริเวณพื้นที่ชุมชนนาหลวง ต.บ้านด่าน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ขนาดพื้นที่ 10 ไร่ ชนิดกล้าไม้ ได้แก่ ประดู่ ยางนา และตะแบก ซึ่งได้รับการสนับสนุนกล้าไม้จากสำนักจัดการทรัพยากรที่ 9 สาขาปราจีนบุรี สำหรับกิจกรรมโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศ ดำเนินการบริเวณพื้นที่อุทยานแห่งชาติตาพระยา จ.สระแก้ว ขนาดพื้นที่ 6,900 ไร่ โดยใช้ชนิดเมล็ดพันธุ์ มะค่าโมง ประดู่ และแดง

ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลาง ดำเนินการปลูกป่าและไม้ยืนต้นบริเวณพื้นที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ขนาดพื้นที่ 7 ไร่ ชนิดกล้าไม้ ได้แก่ มะค่า ซึ่งได้รับการสนับสนุนกล้าไม้จากองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านไร่ สำหรับกิจกรรมโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศ ดำเนินการบริเวณพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวและอุทยานแห่งชาติคลองลำงู ขนาดพื้นที่ 3,500 ไร่ ชนิด โดยอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ใช้ชนิดเมล็ดพันธุ์สาธร สีเสียด พฤกษ์ และแดง และอุทยานแห่งชาติคลองลำงู ใช้ชนิดเมล็ดพันธุ์มะค่า ประดู่ และไผ่รวก

ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ ดำเนินการปลูกป่าและไม้ยืนต้นบริเวณพื้นที่สำนักเขื่อนไม้เต็ง อ.เมือง จ.ราชบุรี ขนาดพื้นที่ 30 ไร่ ชนิดกล้าไม้ ได้แก่ ประดู่ ยางนา พะยูง มะค่าโมง แดง และรวงผึ้ง ซึ่งได้รับการสนับสนุนกล้าไม้จากสถานีเพาะพันธุ์กล้าไม้ราชบุรี สำหรับกิจกรรมโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศ ดำเนินการบริเวณพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และอุทยานแห่งชาติไทยประจันต์ จ.ราชบุรี ขนาดพื้นที่ 600 ไร่ โดยใช้ชนิดเมล็ดพันธุ์มะค่าโมง ประดู่ และมะขามป้อมป่า

นอกจากนี้ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้จัดทำแอพพลิเคชั่นระบบติดตามการปลูกต้นไม้ "Collector for ArcGIS" เพื่อช่วยติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโครงการดังกล่าวด้วยตนเอง เพิ่มความสะดวกในการติดตามข้อมูลการปลูกต้นไม้ได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น อาทิ พื้นที่ปลูก ชื่อผู้ปลูก ชื่อต้นไม้ที่ปลูก การดูแลรักษา เป็นต้น ทั้งนี้ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ทางเว็บไซต์/เพจ Facebook กรมฝนหลวงและการบินเกษตร และการรายงานข่าวการปฏิบัติการฝนหลวงประจำวันทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

กรมหมอดินรุก ส่งความรู้สู่เกษตรกร นำเกษตรไทยก้าวไกลสู่ AEC

กรมพัฒนาที่ดิน ร่วมกับ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดนิทรรศการ พัฒนาดิน-น้ำทุ่งเจ้าพระยา พัฒนาเกษตร AEC ภายในงาน เกษตรลุ่มเจ้าพระยา ก้าวหน้าสู่ประชาคมอาเซียน ระหว่างวันที่ 12-21 กรกฎาคม 2556 ณ สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง...

กองทัพเรือ ให้การสนับสนุนการปฏิบัติการฝนหลวงตามแนวพระราชดำริ

กรุงเทพฯ--24 มี.ค.--สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ กองทัพเรือ โดย กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ จัดเครื่องบินธุรการ แบบที่ ๒ (N - 24A ) จำนวน ๒ เครื่อง และเครื่องบินลำเลียง แบบที่ ๑ (F27 - MK400) จำนวน ๑ เครื่อง พร้อมเจ้าหน้าที่ จำนวน ๓๒ คน สนับสนุนการปฏิ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง