ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

วว. เสริมแกร่งเศรษฐกิจ พัฒนาศักยภาพผู้การไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันจันทร์ที่ ๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๗:๔๕ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--4 มิ.ย.--สถาบันวิจัยวิทยาสาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดงาน "Transforming SMEs through Innovation : From Local to Global Players in Bio-Economy" ซึ่งจัดโดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีแผนที่นำทางในการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ในการสร้างชาติ สร้างความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ด้วยนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยมุ่งเน้นเศรษฐกิจที่เป็นลักษณะ value-based economy ซึ่งกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เห็นว่า เศรษฐกิจฐานชีวภาพนั้น มีความสำคัญกับประเทศไทยเป็นอย่างมาก เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่มีฐานการผลิตเป็น Bio-based หรือกล่าวให้เข้าใจได้ง่ายๆ คือ ภาคการผลิตของประเทศไทย จะเกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเข้ามาสู่กระบวนการผลิตเป็นหลัก โดยพิจารณาได้จากสินค้า หรืออุตสาหกรรมด้านต่างๆ ของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมของไทยที่เป็น SMEs ล้วนมีการผลิตที่เกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบที่มาจากพื้นดิน ในท้องทะเล แหล่งน้ำจืดต่างๆ หรือแม้แต่สิ่งมีชีวิตเล็กๆ อย่างเช่น จุลินทรีย์ เราก็สามารถนำมาสร้างคุณค่าในทางอุตสาหกรรมได้เช่นกัน เราต้องใช้วัตถุดิบเหล่านี้มาผลิตเป็นสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ แต่ทรัพยากรเหล่านี้มีวันหมดไป ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องหาทางแก้ปัญหาและส่งเสริมการทดลอง ค้นคว้า วิจัยการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติดังกล่าว เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด หรือส่งเสริม SMEs ของไทยที่มีโครงสร้างการผลิตเน้นที่ Bio-based ให้มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาตินั้นๆ ได้อย่างยั่งยืน หรือมีสิ่งที่จะนำมาใช้ทดแทนกัน แปลงโฉมการผลิต ให้เกิดการสร้างนวัตกรรมด้านต่างๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าและคุณค่าในตลาด สร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคอุตสาหกรรมการผลิตด้านเกษตรและอาหารของประเทศไทย ขณะเดียวกันเรื่องของพลังงานก็มีความสำคัญ ที่ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จะต้องให้การส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกเช่นกัน และที่สำคัญที่สุด เราต้องสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและความยั่งยืนของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม

"...ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความรู้ที่ได้จากเวทีนี้จะนำไปสู่การสร้างวิสัยทัศน์ร่วม หรือกำหนดยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวกับ Bio Economy ทางด้านอาหารและการเกษตรแห่งอนาคตร่วมกัน ประสานพลังร่วมกันก้าวเดิน เพื่อสร้างระบบนิเวศหรือ ecosystems ที่สอดคล้องเหมาะสมกับประเทศของเรา มีความมั่นคง ทำให้ SMEs ด้านอาหารและการเกษตรของไทย เกิดการแปลงรูป ก้าวไปสู่การสร้างนวัตกรรม ทำให้ศักยภาพในการวิจัยและการสร้างนวัตกรรมของประเทศมีความเข้มแข็ง อันเนื่องมาจากความร่วมมือในหลายๆ ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทำให้ SMEs มีพลัง เกิดการลงทุนด้านนวัตกรรมในอนาคตข้างหน้าที่ตอบโจทย์ของประเทศได้ และตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ได้อย่างทรงประสิทธิภาพ..." ดร.สุวิทย์ฯ กล่าวสรุป

นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธาน บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด พันธมิตรที่ร่วมจัดงานฯ กล่าวในฐานะผู้จัดงานแสดงสินค้าและสัมมนาด้านส่วนผสมอาหารว่า การพัฒนาและวิจัยผลิตภัณฑ์นั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะช่วยสร้างความแตกต่าง และช่วยให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้วิธีการใช้ทรัพยากร และผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระผมขอยกตัวอย่าง ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่ผลิตอาหารเพื่อส่งออกในอันดับต้นๆ ของโลก โดยในปี 2560 ประเทศไทยมีแนวโน้มในการส่งออกอาหารขยายตัวเพิ่มขึ้นในมูลค่า 950,000 ล้านบาท โดยเฉพาะการส่งออกไปยังกลุ่มอาเซียน และโดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) จากตัวเลขดังกล่าว หาก SMEs มีโอกาสได้เข้าถึงผลงานวิจัย และพัฒนาที่ทาง วว. ได้พัฒนาขึ้น มีโอกาสนำผลิตภัณฑ์ของตน มาร่วมงานพัฒนาที่ทาง วว. จัดให้บริการนั้น มั่นใจว่า วว. จะเป็นหน่วยงานที่จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์สินค้าของ SMEs นั้น ได้มีการรับรองการวิจัยเพื่อทำการค้าในระยะยาว และหน่วยงาน SMEs จะมีโอกาสเป็นผู้ค้าที่สามารถเข้าร่วมในเวทีการส่งออกได้ เพราะตามตัวเลขสถิติแล้ว เชื่อว่าในอีก 5 ปี การส่งออกอาหารแปรรูปจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นถึง ร้อยละ 50 – 55 ของอาหารที่ผลิตทั้งหมด โดยปัจจุบันอยู่ในระดับร้อยละ 49 เพราะฉะนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพและได้รับมาตรฐานสากล การวิจัยและพัฒนา มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาคุณภาพ ที่สร้างความแตกต่างให้กับสินค้าเกษตร อาหาร ให้ตรงกับความต้องการของตลาด

ดร.ลักษมี ปลั่งแสงมาศ ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กล่าวถึงภารกิจขององค์กรว่า วว. ให้การสนับสนุนและสร้างสรรค์สังคมผู้ประกอบการของไทยในระดับ SME และวิสาหกิจชุมชนให้มีการนำ วทน. ไปใช้เพื่อต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเติบโตและยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนการพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการเกษตรและอาหารให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนทั่วประเทศ ดังนั้น วว. จึงได้จัดงานสัมมนาและนิทรรศการ "Transforming SMEs through Innovation : From Local to Global Player in Bio Economy" ขึ้น ระหว่างวันที่ 4-5 มิถุนายน 2561 ณ ห้องบอลรูม A ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อนำนโยบายรัฐบาลมาปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเปิดเวทีในการนำงานวิจัยและพัฒนา การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการให้บริการอุตสาหกรรม มาเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจชาติด้วยระบบเศรษฐกิจกระแสใหม่

"...วว. ได้เลือกด้านเศรษฐกิจฐานชีวภาพ หรือ Bio Economy ซึ่งเป็นสาขาที่ วว. เชี่ยวชาญ มาเป็นพลังแห่งการพัฒนาผู้ประกอบการไทย สร้างเสริมให้เกิดความแข็งแกร่งทั้งเชิงพาณิชย์และเชิงสังคม โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ด้านเกษตรและอาหารของไทย ให้สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและเป็นกำลังสำคัญในการส่งเสริมเศรษฐกิจของชาติต่อไป นอกจากนี้ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญในการขยายทิศทางการดำเนินงานของ วว. ในปัจจุบันให้สามารถตอบสนองความต้องการของประเทศในการสร้างผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ที่เรียกว่า Innovation-Driven Enterprise หรือ IDE..."ผู้ว่าการ วว.กล่าว

กิจกรรมและการสัมมนาในงาน "Transforming SMEs through Innovation : From Local to Global Player in Bio Economy" ประกอบด้วย
  • การบรรยายของวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ถึงแนวทางการพัฒนาและขับเคลื่อน SMEs ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมด้านการเกษตรและอาหารของไทยไปสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืนด้วย วทน. ตามนโยบายของรัฐบาล
  • งานสัมมนาและกิจกรรม ที่แสดงถึงความเชี่ยวชาญของ วว. และพันธมิตรในด้านนวัตกรรมอาหาร เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนบทบาทของไทยในการเป็นครัวของโลก (Kitchen of the World)
  • นิทรรศการผลงานวิจัยพัฒนา ถ่ายทอดเทคโนโลยี บริการอุตสาหกรรม เพื่อแสดงศักยภาพในแต่ละสาขาความเชี่ยวชาญของ วว. และเครือข่ายพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง เช่น Chinese Academy of Sciences (CAS) และ Japan Packaging Institute (JPI) เป็นต้น
  • การให้คำปรึกษาและสนับสนุนด้านเทคโนโลยี ตลอดจนการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) โดยมีการให้คำปรึกษาเพื่อแนะนำแนวทางและสนับสนุนการดำเนินงานแก่ผู้ประกอบการ

ผลงานเด่นๆ ที่ วว. และพันธมิตรได้จัดแสดงให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ อาทิ ผลิตภัณฑ์นาโนเซรั่มจากสารสกัดใบบัวบก ผลิตภัณฑ์แคปซูลสารสกัดขิงบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่รับเคมีบำบัด ดักแด้ไหมอีรี่ เบต้ากลูแคน Functional Ingredients ระบบโครงสร้างพื้นฐานเสริมแกร่ง SMEs ได้แก่ Smart Packaging การบริการทดสอบบรรจุภัณฑ์สินค้าอันตราย NQI for Bio-Industry การทดสอบความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางด้วยผิวหนังจำลอง 3 มิติ การประเมินคุณภาพทางประสาทสัมผัส การทดสอบคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหารและวัสดุสัมผัสอาหาร การผลิตวัสดุอ้างอิงรับรอง Success Case ผู้ประกอบการที่ประสบผลสำเร็จในระดับประเทศและเตรียมก้าวสู่ระดับนานาชาติ และ Food Innopolis


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขอเชิญสื่อมวลชนร่วมงานแถลงข่าวการจัด "การประชุมคณะกรรมาธิการโลกว่าด้วยจริยธรรมในความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครั้งที่ 4"

กรุงเทพฯ--25 ก.พ.--ธนบุรินทร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขอเรียนเชิญท่านหรือผู้แทนร่วมงานแถลงข่าวการจัด "การประชุมคณะกรรมาธิการโลกว่าด้วยจริยธรรมในความรู้ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครั้งที่ 4" "The 4th Session of the World Commission o...

วว. จับมือ 26 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เปิดตัวโครงการภาคีบัณทิตระดับปริญญาโท-เอก

กรุงเทพฯ--11 ม.ค.--วว. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ร่วมกับ 26 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เปิดตัวโครงการภาคีบัณฑิตระดับปริญญาโท-เอก หวังสร้างนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่เป็นคลังสมองชาติ ช่วยพัฒนาวงการศึกษาไทย พร้อมยกระดับขีดความสามารถการแ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง