ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

เต็ดตราแพ้คแท็กทีมองค์กรสิ่งแวดล้อมระดับโลก ชวน มองตราบนกล่องเครื่องดื่ม สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ป่าปลูกอย่างรับผิดชอบ

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันจันทร์ที่ ๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๒:๐๒ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--4 มิ.ย.--Action999

เต็ดตราแพ้คผู้นำด้านกระบวนการผลิตและบรรจุอาหารระดับโลกร่วมกับองค์การจัดการด้านป่าไม้ (Forest Stewardship Council(TM))หรือFSC(TM)และ WWF ประเทศไทยชักชวนคนไทย มองตรา ร่วมค้นหาป่า FSCณ จังหวัดราชบุรี เน้นสร้างความเข้าใจถึงความสำคัญต่อการจัดการป่าไม่อย่างรับผิดชอบพร้อมพูดคุยกับเกษตรกรไทยสมัยใหม่ถึงประโยชน์ที่มีต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ อย่างยั่งยืนสอดคล้องกับคำมั่นสัญญาในการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่ว่า"ปกป้องทุกคุณค่า(TM)"หรือ(PROTECTS WHAT'S GOOD(TM)) เพียงแค่มองหาตรา"เต็ดตราแพ้ค" (Tetra Pak) และฉลาก FSC บนกล่องเครื่องดื่มผู้บริโภคก็สามารถมั่นใจได้ว่าได้เลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดต่อตนเองคนที่รักและสิ่งแวดล้อม

เป็นที่ทราบกันดีว่าสภาพการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ด้วยวิกฤตการณ์โลกร้อนที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นทุกวันทำให้เรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปไม่ว่าอยู่ที่ไหนทั้งในเมืองหรือต่างจังหวัดต่างได้รับผลกระทบไม่ทางใดก็ทางหนึ่งทั้งฝนหลงฤดูกาลอากาศร้อนจนแทบละลายอุทกภัยร้ายแรงและอีกมากมายที่มากระตุ้นเตือนให้ทุกคนหันมาตระหนักว่าหากไม่เลือกทำอะไรในวันนี้อนาคตอาจไม่มีโลกที่น่าอยู่ให้แก่ลูกหลาน

เต็ดตรา แพ้ค เล็งเห็นถึงความสำคัญของเรื่องดังกล่าว จึงร่วมมือกับลูกค้าในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม, หน่วยงาน, องค์กร, ภาครัฐ, ชุมชนริเริ่มโครงการรณรงค์ต่างๆ ทั้งการสร้างความตระหนักถึงเรื่องการใช้วัตถุดิบในการทำกล่องเครื่องดื่ม ที่มาจากป่าที่ผ่านการจัดการอย่างรับผิดชอบ ไปจนถึงโครงการรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่มที่ใช้แล้วเป็นหลังคาบ้านเพื่อมอบแก่ผู้ขาดแคลน (http://www.tetrapak.com/th/thaigreenroof)มาเป็นเวลาหลายปี ด้วยความเชื่อมั่นว่าการดูแลสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนนั้น ย่อมมาจากความร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งของทุกฝ่าย

นอกจากการความร่วมมือของผู้ประกอบการและภาครัฐแล้ว ผู้บริโภคเองก็เป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญในการขับเคลื่อนวาระเพื่อสิ่งแวดล้อม หลังจากที่ เต็ดตรา แพ้ค ได้เปิดตัวแคมเปญมองตรา เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อชักชวนให้ทุกคนที่อยากทำอะไรเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างง่ายๆหันมามองตรา เต็ดตรา แพ้คก่อนเลือกซื้ออาหารและเครื่องดื่มครั้งนี้บริษัทได้เจาะลึกเพื่อสร้างความเข้าใจว่า นอกจากตรา เต็ดตรา แพ้ค บนกล่องเครื่องดื่มที่ผลิตโดยบริษัทฯแล้ว ยังมีฉลากFSC ซึ่งได้มาจากองค์การจัดการด้านป่าไม้ (Forest Stewardship Council) ซึ่งได้รับการยอมรับในฐานะมาตรฐานรับรองการบริหารจัดการป่าไม้ระดับสากลที่เข้มแข็งที่สุดในโลก

ผลิตภัณฑ์ที่ติดฉลาก FSC จะต้องผ่านเกณฑ์ห่วงโซ่ผลิตภัณฑ์ FSC Chain of Custody ในทุกแหล่งผลิต จึงเป็นหนึ่งในเครื่องยืนยันที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคว่ากล่องบรรจุอาหารและเครื่องดื่มในมือมาจากผู้ผลิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมโดยเลือกใช้วัตถุดิบที่มาจากป่าไม้ที่ผ่านการบริหารจัดการอย่างรับผิดชอบ และเต็ดตรา แพ้ค ได้รับการรับรองดังกล่าวสำหรับโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์และบริษัทสาขาที่ดำเนินการอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกทำให้สามารถจัดสรรบรรจุภัณฑ์ที่ติดฉลาก FSC ได้จากทั่วทุกมุมโลกบริษัทฯ ได้แนะนำระบบการติดฉลาก FSC บนกล่องบรรจุภัณฑ์อาหารเหลว เป็นครั้งแรกของโลกในปี พ.ศ. 2550 และได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าสำคัญในปีพ.ศ. 2560 ด้วยการส่งมอบกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ติดฉลาก FSC จำนวนกว่า 3แสนล้านกล่องสู่มือผู้บริโภคทั่วโลกสำหรับประเทศไทยบริษัทฯ ทำงานร่วมกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด จนทำให้ช่วง 3 ปีที่ผ่าน มีกล่องเครื่องดื่มแบรนด์ต่างๆที่ผลิตโดยเต็ดตรา แพ้ค นั้นติดฉลาก FSCเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จนเกือบถึง 90 เปอร์เซ็นต์

นอกจากความร่วมมือกับลูกค้าในการส่งเสริมการติดฉลากFSC แล้ว เต็ดตราแพ้คยังร่วมกับองค์กรFSC ในภูมิภาค และ WWF ประเทศไทยอีกหนึ่งองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศในการทำการสื่อสารเชิงรุก รณรงค์สร้างความตระหนักถึงประโยชน์ของฉลาก FSC ที่มีต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ รวมถึงให้ความรู้ว่าการจัดการป่าอย่างรับผิดชอบตามมาตรฐาน FSC นั้นต้องผ่านหลักการถึง 10 ข้อ และต้องมีองค์กรอื่นๆที่ร่วมนำหลักการมาแปลงเป็นภาคปฏิบัติ แม้ประเภทกระดาษที่สามารถนำมาใช้ทำกล่องอาหารและเครื่องดื่มยังต้องนำมาจากป่าปลูกเชิงพาณิชย์หลักๆในยุโรปและอเมริกา แต่ในประเทศไทยก็ได้มีการนำหลักการและมาตรฐานของFSC มาใช้บริหารจัดการป่าปลูกชุมชน และป่าปลูกเชิงพาณิชย์สำหรับผลิตภัณฑ์อื่นๆอย่างประสบความสำเร็จแล้ว

พนมศักดิ์ พรสุขสว่าง เกษตรกรชาวจังหวัดราชบุรีเจ้าของป่าปลูกเชิงพาณิชย์ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน FSC บอกว่า เริ่มปลูกต้นยูคาลิปตัสมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 เพราะประสบปัญหาเรื่องแรงงาน คนส่วนมากเดินเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมเป็นหลัก บวกกับวิกฤตการณ์ภัยแล้ง พอทราบว่ายูคาลิปตัสทนแล้ง ปลูกง่าย ขายได้ จึงใช้ที่ดินประมาณ 150 ไร่ ปลูกยูคาลิปตัสเกือบทั้งหมด ผสมผสานกับปลูกอ้อย เขายอมรับว่าช่วงแรกไม่เข้าใจหลักการ FSC ยังลองผิดลองถูกจนต้องเจอปัญหาต่างๆ เช่น การเจริญเติบโตไม่ดี มีโรคของพืช จนกระทั่งได้ร่วมงานกับบริษัท สยามฟอเรสทรี จำกัด ธุรกิจแพคเกจจิ้งในเอสซีจี (SCG)ซึ่งเป็นอีกหนึ่งองค์กรในประเทศไทยที่ร่วมใช้หลักการ FSC ในการจัดการบริหารป่า ที่เข้ามาให้ความรู้ และช่วยเหลือภาคปฏิบัติ ทำให้การจัดการและผลผลิตดีขึ้นเป็นลำดับ

"ทั้งสองหน่วยงานก็ให้ข้อมูลและลงมือร่วมกับเรา แล้วมีเจ้าหน้าที่จากต่างประเทศมาประเมิน ในตอนแรกๆ ผมคิดเองแบบไม่วางแผน แต่เมื่อเริ่มปฏิบัตตามหลักการของFSC จึงได้รู้ว่าต้องมีแผนที่เหมาะสม ตอนไหนควรทำอะไร ผลผลิตที่ได้ก็ดีขึ้นมาก อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นบ้าง เช่น ใส่ปุ๋ยสองรอบ แต่พอถัวเฉลี่ยกับปริมาณผลผลิตที่มากขึ้นเยอะก็ถือว่าดี

ส่วนเรื่องคุณภาพชีวิตก็ดีขึ้นแน่นอนครับ เรื่องแรกเมื่อเรามีแผนการจัดเวลาได้ เวลาส่วนที่เหลือก็ไปทำอย่างอื่นได้ พักผ่อนได้ อีกเรื่องสำคัญมากคือเมื่อก่อนผมใช้รถไถเล็กตัดหญ้า ส่วนตรงโคนต้นยูคาลิปตัสที่รถตัดมันตัดไม่ได้ ผมจะใช้ยาฆ่าหญ้าฉีด หลังจากมีความรู้เรื่องหลักการ FSC จึงเปลี่ยนจากการใช้สารเคมีมาเป็นใช้แรงงานคนแทน สุขภาพเราก็ดีขึ้นเพราะไม่ได้ใช้สารเคมี สมัยก่อนไร่ของผมไม่มีผึ้ง ไม่มีแมลงเลยนะ สัตว์ใหญ่ก็ไม่มี หลังๆ ก็มีแล้ว ดีต่อทั้งผม ทั้งลูกน้อง และสิ่งแวดล้อม"

"วันนี้เราได้เห็นแล้วว่า เกษตรกร องค์กร และผู้ประกอบการ พร้อมร่วมมือกันดูแลป่าและสิ่งแวดล้อมแต่พลังนี้จะยิ่งใหญ่และยั่งยืน เพียงแค่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น เช่น การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ติดฉลาก FSC ซึ่งมาจากป่าที่ผ่านการจัดการอย่างรับผิดชอบซึ่งนอกจากจะช่วยลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ยังช่วยดูแลสังคม และเสริมสร้างเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนอีกด้วยมร. เจฟ ฟิลโคว รองประธานบริหารฝ่ายสิ่งแวดล้อม บริษัท เต็ดตรา แพ้คเอเชีย กล่าว

สนใจข้อมูลเพิ่มเติม ติดตามได้ที่ www.tetrapak.com/th/about/cases-articles/what-is-fsc

เกี่ยวกับ เต็ดตรา แพ้ค

เต็ดตรา แพ้ค เป็นบริษัทผู้นำของโลกในด้านกระบวนการผลิตและบรรจุอาหาร เราทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ขายสินค้าและลูกค้าของเรา ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย เป็นนวัตกรรมที่ทันสมัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และตอบสนองความต้องการของผู้คนนับล้านในกว่า 170 ประเทศ ด้วยพนักงานมากกว่า24,000 คน ทั่วโลก เต็ดตรา แพ้ค เชื่อมั่นในความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมที่มีความรับผิดชอบและแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน คำขวัญของเต็ดตรา แพ้ค ที่ว่า "ปกป้องทุกคุณค่า(TM)"(PROTECTSWHAT'SGOOD(TM)) นั้นสะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาในการดำเนินธุรกิจของเราที่จะทำให้อาหารปลอดภัยและมีอยู่พร้อมสำหรับการบริโภคในทุกๆ ที่ทั่วโลก

สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ "เต็ดตรา แพ้ค" ได้ที่ www.tetrapak.com/th

หรืออ่านเรื่องราวของเราได้ที่www.tetrapak.com/th/unpacking-opportunities/

ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

อาร์เอส เดินหน้าสานต่อกิจกรรมสังคม WWF แต่งตั้ง "บีม-กวี" ทูตคนแรกของประเทศไทย

นอกจากจะเป็นศิลปินดาราระดับแถวหน้าของเมืองไทยแล้ว “บีม-กวี ตันจรารักษ์” ยังถือเป็นแบบอย่างที่ดีของเยาวชน ที่อุทิศตนในการทำงานเพื่อสาธารณประโยชน์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อ WWF ประเทศไทย ซึ่งเป็น องค์กรนานาชาติที่ทำงานด้านอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมช...

เคมเทค-ซีเมนส์ จับมือพาวิเลียนตอบสนองความต้องการตลาดเทคโนโลยีการผลิตในอเมริกาใต้

ออสติน, เท็กซัส และริโอ เดอ จาเนโร, บราซิล--(บิสิเนส ไวร์)--31 ม.ค.2548 บริษัทพาวิเลียน เทคโนโลยีส์ (Pavilion Technologies) ซึ่งเป็นผู้นำในการพัฒนาโซลูชั่นที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและโซลูชั่นเพื่อการควบคุมกระบวนการผลิตชั้นสูง (APC) ได้ประกาศในวันนี้ว่า...

สสส. ขอเชิญสื่อมวลชนร่วมงานแถลงข่าว "สสส.จอมบึงมาราธอน-เสือภูเขา 2548"

กรุงเทพฯ--10 ม.ค.--สสส. ด้วยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส. ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง และจังหวัดราชบุรี จะจัดให้มีงาน "สสส. จอมบึงมาราธอน-เสือภูเขา 2548" ปีที่ 20 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่จะม...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง