ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

กระทรวงเกษตรฯ สานต่อแนวพระราชดำริ จัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในโครงการพัฒนาบ้านกอก-บ้านจูน ส่งเสริมการทำนาขั้นบันได สร้างรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันพุธที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๔:๕๓ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--21 ก.พ.--กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการจัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ในพื้นที่โครงการพัฒนาบ้านกอก-บ้านจูน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ หมู่ 11 ต.ภูคา อ.ปัว จ.น่าน ว่า โครงการพัฒนาบ้านกอก-บ้านจูน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยภูคา และป่าผาแดง เนื้อที่ 14,465 ไร่ ประกอบด้วย 4 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านจูนใต้ บ้านจูนเหนือ บ้านกอกหลวง และบ้านกอกน้อย รวม 167 ครัวเรือน สำหรับสภาพพื้นที่ก่อนดำเนินโครงการส่วนใหญ่มีสภาพเสื่อมโทรมเนื่องจากถูกบุกรุกแผ้วถาง ทำไร่เลื่อนลอย เกษตรกรทำการเกษตรในพื้นที่มีความลาดชันภูเขาสูงไม่มีระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ส่งผลให้เกิดการชะล้างพังทลายของดิน ตลอดจนดินขาดความอุดมสมบูรณ์ และยังขาดแคลนแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสถานีพัฒนาที่ดินน่าน กรมพัฒนาที่ดิน จึงเริ่มดำเนินโครงการจัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ วัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ป่าต้นน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งต้นกำเนิดน้ำปัว ซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำน่าน รวมทั้งเพื่อจัดตั้งเป็นแปลงสาธิตแก่ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการฯ ตลอดจนเพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้การใช้พื้นที่ดินที่จำกัดให้เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะการอนุรักษ์ดินและน้ำที่มีต่อการผลิตการเกษตรที่ยั่งยืน เพื่อผลผลิตเกษตรให้เกิดมูลค่าเพิ่ม และทำให้เกษตรกรมีความเข้าใจถึงการทำการเกษตรในพื้นที่ที่มีการใช้ระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ และใช้ที่ดินให้เกิดประสิทธิภาพและยั่งยืน

ทั้งนี้ ในปี 2543 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จทรงเยี่ยมราษฎรบ้านจูนใต้ ทรงเห็นความเป็นอยู่ที่ด้อยโอกาสทางเศรษฐกิจ จึงมีพระราชเสาวนีย์ให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการช่วยเหลือพัฒนาราษฎรบ้านกอก โดยเริ่มกระบวนการพัฒนา ที่มีรากฐานจากความต้องการของราษฎรอย่างแท้จริงจากภายในหมู่บ้านออกสู่สังคมภายนอกในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ตามกรอบแนวความคิดเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อนำพื้นที่ป่าที่ถูกทำลายมาใช้ประโยชน์ให้เกิดการผลิตสูงสุด ทดแทนการทำไร่เลื่อนลอย สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างยั่งยืน สามารถดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับป่าได้โดยไม่มีการตัดไม้ทำลายป่า และช่วยดูแลรักษาป่าไม้ให้เป็นต้นน้ำลำธาร โดยทรงเน้นการพัฒนา ๔ ด้าน คือ แหล่งน้ำ ป่าไม้ อาชีพ และคุณภาพชีวิต อีกทั้งทรงมีพระราชดำริให้ส่งเสริมการทำนาขั้นบันได ซึ่งทุกภาคส่วนราชการได้ให้ความร่วมมือในการสนองแนวพระราชดำริ เพื่อให้ราษฎรมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

สำหรับผลการดำเนินโครงการฯ ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมพัฒนาที่ดิน ได้สำรวจความเหมาะสมของดินสำหรับการปลูกพืชในพื้นที่ รวมทั้งจัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำโดยการก่อสร้างคูรับน้ำรอบเขา ขั้นบันไดดินแบบต่อเนื่อง และนาขั้นบันได พร้อมทั้งสาธิตและส่งเสริมการปรับปรุงดิน โดยใช้ปุ๋ยพืชสด ปุ๋ยหมัก และปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่าประชาชนที่เข้าร่วมโครงการมีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยก่อนเริ่มโครงการ ปี ๒๕๔๓ ประชาชนมีรายได้ รวม ๙,๙00 บาท/คน /ปี และในปี ๒๕๕๖ มีรายได้ ๓๔,๘๖๗ บาท/คน/ปี สำหรับในปี ๒๕๖0 มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 40,752 บาท/คน/ปี ในส่วนของการส่งเสริมอาชีพทางการเกษตร ได้ดำเนินการส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่หันมาปลูกข้าวนาดำแบบขั้นบันได (มี ๓ ลักษณะ คือ นาข้างห้วย นาไหล่เขา และนาสันเขา) ทำให้มีผลผลิตข้าวเปลือกเพิ่มมากขึ้นจากเดิมที่ปลูกข้าวไร่ผลผลิตเฉลี่ย ๑๕ ถัง/ไร่ เพิ่มขึ้นเป็น 4๕ ถัง/ไร่ ทำให้มีข้าวเพียงพอต่อการบริโภคในครัวเรือน ตลอดจนขุดนาขั้นบันไดให้แก่เกษตรกร ๕0๔ ไร่ ส่งผลให้ป่าได้รับการฟื้นฟูเพิ่มขึ้น รวมจำนวนทั้งสิ้น ๗,๒0๙ ไร่ อีกทั้งหลังดำเนินการสาธิตและส่งเสริมการปรับปรุงบำรุงดินในพื้นที่ ดินมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น เกษตรกรมีความรู้ในด้านการปรับปรุงดิน เช่น การใช้ปุ๋ยพืชสด การทำการใช้ปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ การปรับสภาพพื้นที่ดินกรด เป็นต้น ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสมในการปลูกพืช

หลังจากนั้น รัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางไปยังโครงการสถานีพัฒนาเกษตรที่สูง ตามแนวพระราชดำริ บ้านสะจุก-สะเกี้ยง ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน เพื่อรับฟังบรรยายสรุปของจากหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งพบปะกับเกษตรกรในพื้นที่ โดยมีการส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำนา จากเดิมทำนาในรูปแบบข้าวไร่หมุนเวียน (กระทุ้งหยอด) มาเป็นการทำนาดำหรือนาหยอดแบบขั้นบันได ควบคู่ไปกับการศึกษาทดลองเพื่อหาพันธุ์ข้าวที่มีความเหมาะสม กับสภาพพื้นที่และลักษณะของดิน ซึ่งหลังจากลดการขยายพื้นที่การปลูกข้าวลงและได้มีการปรับเปลี่ยนเป็นนาดำขั้นบันไดตั้งแต่ปี 2553– 2560 จำนวนทั้งสิ้น 673 ไร่ ผลผลิตก่อนปรับเป็นนาขั้นบันได(ข้าวไร่) 25 - 30 ถัง/ไร่ ผลผลิตหลังปรับเป็นนา ขั้นบันได 35-50 ถัง/ไร่ ผลจากการทำนาขั้นบันได เกษตรกรทั้ง 2 หมู่บ้านได้ดูแลป่าต้นน้ายอดดอยขุนน่าน จำนวน 4,500 ไร่ และได้พื้นที่ป่าคืนป่ามาจำนวน 100 ไร่


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ภาพข่าว: แก้จนแบบยั่งยืน

นายธีรพงษ์ ตั้งธีระสุนันท์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ นพ.อภิสิทธิ์ ธำรงวรางกูร ประธานมูลนิธิพัฒนาชนบท นายธำรง แสงสุริยจันทร์ ประธานสถาบันบุญนิยมเครือข่ายกสิกรรมไร้สารพิษแห่งประเทศไทย ...

ท็อปส์ จัดงาน "มหัศจรรย์ ผลไม้ไทย"

กรุงเทพฯ--6 พ.ค.--สปาร์ค คอมมิวนิเคชั่นส์ นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน "มหัศจรรย์ ผลไม้ไทย" จัดโดย ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งมี นายพนัส แก้วลาย ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี มร.เอียน ไพย์ กรรมการ...

"สุดารัตน์" มอบหมายปลัดกระทรวงเร่งหารือกระทรวงทรัพย์ฯจัดทำแผนแม่บทพัฒนาลุ่มน้ำให้แล้วเสร็จใน 3 เดือน

กรุงเทพฯ--17 มี.ค.--กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ "สุดารัตน์" มอบหมายปลัดกระทรวงเร่งหารือกระทรวงทรัพย์ฯจัดทำแผนแม่บทพัฒนาลุ่มน้ำให้แล้วเสร็จใน 3 เดือน และกำชับให้จัดทำแผนประเมินผลผลิตสินค้าแต่ละชนิดล่วงหน้ารายปี พร้อมส่งเสริมการผลิตพืชน้ำมันและสมุนไพรไทย...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง