ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

เอยูโพล (AU Poll) มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เสนอผลวิจัยเชิงสำรวจ ดัชนีความเครียดของคนไทยไตรมาส 4

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันพฤหัสบดีที่ ๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๑:๕๘ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--8 ก.พ.--เอยูโพล

สถาบันวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอยูโพล) เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจเรื่องดัชนีความเครียดของคนไทยไตรมาส 4 กรณีศึกษา : ตัวอย่างประชาชนทั่วไป ในเขตกรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ขอนแก่น และสงขลา จำนวนทั้งสิ้น 2,054 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 13–31 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา พบว่า

ตัวอย่างเกินครึ่งหรือร้อยละ 56.48 เป็นหญิง และร้อยละ 43.52 เป็นชาย เมื่อจำแนกออกเป็นเจเนอเรชั่น พบว่า ร้อยละ 7.30 เป็นเจเนอเรชั่น Z ร้อยละ 11.78 เป็นเจเนอเรชั่น M ร้อยละ 21.28 เป็นเจเนอเรชั่น Y ร้อยละ 31.21 เป็นเจเนอเรชั่น X และร้อยละ 28.43 เป็นเจเนอเรชั่น B ด้านสถานภาพสมรส พบว่า ตัวอย่างเกือบครึ่งหรือร้อยละ 49.33 สมรสแล้ว ร้อยละ 42.00 เป็นโสด และร้อยละ 8.67 เป็นหม้าย/หย่า/แยกกันอยู่ ส่วนการศึกษาที่สำเร็จมาชั้นสูงสุด พบว่า ตัวอย่างส่วนใหญ่หรือร้อยละ 70.67 สำเร็จการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี ร้อยละ 24.99 ระดับปริญญาตรี และร้อยละ 4.34 ระดับสูงกว่าปริญญาตรี

ผลสำรวจในเดือนมกราคมที่ผ่านมา เมื่อพิจารณากลุ่มตัวอย่างที่มีความเครียดในแต่ละวัย (Generation) พบว่า ในภาพรวม ประชาชนทุกวัยที่มีความเครียด คิดเป็นร้อยละ 87.34 และเมื่อจำแนกในแต่ละวัย พบว่า วัยที่มีความเครียดจากมากที่สุดไปน้อยที่สุด มีดังนี้

Gen Y (อายุ 25-35 ปี) เป็นวัยที่มีความเครียดมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 90.16 โดยมีเรื่องเครียดมากที่สุดใน 3 อันดับแรก ได้แก่ 1) เรื่องเศรษฐกิจ/การเงิน (ร้อยละ 66.82) 2) เรื่องสิ่งแวดล้อม (ร้อยละ 52.17) และ 3) เรื่องการงาน (ร้อยละ 49.20) ตามลำดับ

Gen Z (อายุ 15-18 ปี) เป็นวัยที่มีความเครียดรองลงมา คิดเป็นร้อยละ 88.67 โดยมีเรื่องเครียดมากที่สุดใน 3 อันดับแรก ได้แก่ 1) เรื่องการเรียน (ร้อยละ 59.33) 2) เรื่องครอบครัว (ร้อยละ 49.33) และ 3) เรื่องเศรษฐกิจ/การเงิน (ร้อยละ 48.00) ตามลำดับ

Gen M (อายุ 19-24 ปี) เป็นวัยที่มีความเครียดคิดเป็นร้อยละ 88.02 โดยมีเรื่องเครียดมากที่สุดใน 3 อันดับแรก ได้แก่ 1) เรื่องเศรษฐกิจ/การเงิน (ร้อยละ 61.16) 2) เรื่องสิ่งแวดล้อม (ร้อยละ 50.00) และ 3) เรื่องการงาน (ร้อยละ 40.91) ตามลำดับ

Gen B (อายุ 51-69 ปี) เป็นวัยที่มีความเครียดคิดเป็นร้อยละ 86.82 โดยมีเรื่องเครียดมากที่สุดใน 3 อันดับแรก ได้แก่ 1) เรื่องเศรษฐกิจ/การเงิน (ร้อยละ 60.45) 2) เรื่องสุขภาพ (ร้อยละ 56.34) และ 3) เรื่องสิ่งแวดล้อม (ร้อยละ 37.50) ตามลำดับ และ

Gen X (อายุ 36-50 ปี) เป็นวัยที่มีความเครียดน้อยที่สุด คิดเป็นร้อยละ 85.34 โดยมีเรื่องเครียดมากที่สุดใน 3 อันดับแรก ได้แก่ 1) เรื่องเศรษฐกิจ/การเงิน (ร้อยละ 61.47) 2) เรื่องสุขภาพ (ร้อยละ 41.34) และ 3) เรื่องการงาน (ร้อยละ 41.19) ตามลำดับ

นอกจากนี้ ยังพบว่า เรื่องที่ประชาชนในภาพรวมทุกวัยมีความเครียดมากที่สุดใน 5 อันดับแรก คือ 1) เรื่องเศรษฐกิจ/การเงิน (ร้อยละ 61.30) 2) เรื่องสิ่งแวดล้อม (ร้อยละ 43.33) 3) เรื่องสุขภาพ (ร้อยละ 42.06) 4) เรื่องครอบครัว (ร้อยละ 37.63) และ 5) เรื่องการงาน (ร้อยละ 36.66) เป็นต้น

ส่วนวิธีปฏิบัติตนเพื่อแก้ปัญหาเมื่อตนเองรู้สึกเครียดในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ/การเงิน เรื่องสิ่งแวดล้อม และเรื่องสุขภาพ ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนส่วนใหญ่มีความเครียด พบว่า เมื่อประชาชนรู้สึกเครียดในเรื่องเศรษฐกิจ/การเงินจะแก้ปัญหาความเครียดโดยการใช้จ่ายอย่างประหยัด ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงทำอาชีพเสริมทำงานให้มากขึ้น และยอมรับความเป็นจริงและมีสติไม่เครียดกับเรื่องเศรษฐกิจ เป็นต้น ส่วนในเรื่องสิ่งแวดล้อมจะแก้ปัญหาความเครียดโดยการยอมรับความเป็นจริงและรู้จักปล่อยวาง หางานอดิเรกทำ และรู้จักวางแผนการเดินทาง เป็นต้น สำหรับในเรื่องสุขภาพจะแก้ปัญหาโดยการออกกำลังกาย เล่นกีฬา ปรึกษาแพทย์ รับประทานยา และรู้จักดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เป็นต้น

เมื่อพิจารณาจากผลสำรวจในครั้งนี้ ก็พบว่า ปัญหาที่ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เกิดความเครียด คือ ปัญหาสินค้าราคาแพงปัญหาหนี้สิน/รายรับไม่พอกับรายจ่าย ปัญหาการแบ่งพรรคแบ่งพวก ความไม่ซื่อสัตย์สุจริตของนักการเมือง และปัญหาการจราจร ซึ่งเป็นปัญหาที่ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรนำไปพิจารณาเพื่อปรับปรุงแก้ไข และให้ประชาชนมีความเครียดต่อปัญหาต่างๆ เหล่านี้น้อยลง ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นได้ส่งผลทำให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยเกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย (ร้อยละ 67.77) ไม่มีความสุขเลย (ร้อยละ 62.80) และรู้สึกหมดกำลังใจ (ร้อยละ 45.96) ซึ่งอาจทำให้ความสุขของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความรู้สึกดังกล่าวลดน้อยลงในที่สุด


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญและมหาวิทยาลัยซาน ฟรานซิสโก เปิดโครงการหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการวิเคราะห์ทางการเงิน

กรุงเทพฯ--12 ม.ค.--แอกเซส แอนด์ แอสโซซิเอทส์ หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการวิเคราะห์ทางการเงิน Master of Science in Financial Analysis degree (MS FA) ความร่วมมือของผู้เชี่ยวชาญทางด้านการศึกษาระหว่างประเทศไทยและแคลิฟอร์เนีย มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ประเทศ...

รายงานพิเศษ..รับสร้างบ้านปี 2548 เป้าหมายมูลค่าตลาดรวม 7,000 ล้านบาท

กรุงเทพฯ--7 ม.ค.--โอเอซิส มีเดีย รับสร้างบ้านปี 2548 เป้าหมายมูลค่าตลาดรวม 7,000 ล้านบาท ตลาดรับสร้างบ้านในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลปี 2547 เติบโตเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากการกระตุ้นการรับรู้และสร้างการยอมรับต่อผู้บริโภคและประชาชน ของกลุ่มผู้ประกอบการในน...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง