ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

หอการค้าไทยเตรียมจัดสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ กำหนดกรอบสัมมนา Executing Trade Services 4.0 : เติบโต ทั่วถึง แบบไทยเท่ (ThaiTay with Inclusive Growth)

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันศุกร์ที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๐ ๑๓:๕๑ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--10 พ.ย.--หอการค้าไทย

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยและหอการค้าจังหวัดทั่วประเทศ กำหนดจัดสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 35 ในวันที่ 17-19 พฤศจิกายน 2560 ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยในปีนี้ หอการค้าไทย เห็นว่า การพัฒนาและยกระดับประเทศไปสู่ Thailand 4.0 ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และการเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ภาค กลุ่มจังหวัด และจังหวัด จึงจำเป็นต้องให้ภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อการเติบโตไปพร้อม ๆ กัน (Inclusive Growth) จึงได้กำหนด Theme การจัดสัมมนาในปีนี้ ""Executing Trade & Services 4.0 : เติบโต ทั่วถึง แบบไทยเท่ (ThaiTay with Inclusive Growth)"" ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจากรัฐมนตรี และผู้ทรงคุณวุฒิมากมาย มาร่วมปาฐกถาพิเศษ และให้ข้อคิดเห็นในประเด็นเศรษฐกิจที่น่าสนใจ

นอกจากนั้น ยังได้กำหนดให้มีการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ในหัวข้อต่างๆ ที่มีความสำคัญต่อการเพิ่มขีดความสามารถ พร้อมด้วยกรณีศึกษาจากประสบการณ์จริงของผู้ประกอบการโดยมุ่งเน้น 3 เรื่องหลัก ที่หอการค้าไทยได้กำหนดเป็นแนวทางการดำเนินงาน เพื่อให้สอดรับกับ Trade & Services 4.0 ประกอบด้วย

กลุ่ม 1 เรื่อง ""Executing Trade and Investment with Inclusive Growth"" โดยในเรื่อง Investment นั้น การลงทุนต่าง ๆ เริ่มเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งการลงทุนจากภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะใน EEC ซึ่งนักธุรกิจญี่ปุ่นมีความสนใจลงทุนเป็นอย่างมาก นอกจากนั้น ยังมีความสนใจจากอเมริกา และประเทศอื่น ๆ อีก ซึ่งจะเห็นว่ากระแสการลงทุนกลับมาแล้ว โดยจะต้องเตรียมรับมือทั้งในเรื่องการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ การเตรียมบุคลากร เพื่อรองรับการลงทุนที่จะเกิดขึ้นใหม่

ส่วนในเรื่อง Trade นั้น หอการค้าไทยพยายามผลักดันการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านมาอย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับการค้ายุคใหม่แล้ว จะทำแบบเดิม ๆ ไม่ได้อีกต่อไป การขยายตาดทำไดยากขึ้นในการค้ารูปแบบเดิม ดังนั้น จะต้องมีระบบ IT เข้ามาเกี่ยวข้อง นอกจากนั้น ยังต้องเน้นการปรับตัวของธุรกิจเข้าสู่ E-Business ซึ่งเป็นแนวโน้มสำคัญของการทำการค้าในอนาคตผู้ประกอบการไทยต้องเร่งปรับตัว ซึ่งในการประชุมกลุ่มนี้จะมีตัวอย่างความสำเร็จ จากธุรกิจห้องแถว สู่ธุรกิจหมื่นล้านในปัจจุบัน มาเป็นตัวอย่างของการทำ E-Business ด้วย

นอกจากนั้น ยังจะมีการหารือกันในเรื่องการอำนวยความสะดวกทางการค้า และความยากง่ายในการดำเนินธุรกิจ (Ease of Doing Business) สำหรับผู้ประกอบธุรกิจในทุกระดับ ให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก ซึ่งจากความพยายามของทุกภาคส่วนที่ผ่านมา พบว่าอันดับ Doing Business ของไทยดีขึ้นแบบก้าวกระโดด ขึ้นถึง 20 อันดับ (จากอันดับที่ 46 มาอยู่ที่ 26)

รวมไปถึงการหารือเรื่องการลดต้นทุนค่าขนส่ง โดยมุ่งลดต้นทุนค่าขนส่งให้ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจ online รวมไปถึงการเพิ่มช่องทางการค้าและส่งเสริมผู้ประกอบการเข้าสู่ตลาดโลก โดยการพัฒนา Platform Market Place ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีกับสินค้าที่มีศักยภาพของท้องถิ่นในการเข้าสู่ตลาด และผลักดันผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ Platform ชั้นนำระดับสากล

กลุ่ม 2 เรื่อง ""Executing Agriculture and Food Processing with Inclusive Growth""เกษตรและอาหารยังคงเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญของประเทศไทย ซึ่งในแต่ละปีอุตสาหกรรมอาหารสามารถสร้างรายได้จากการส่งออกได้ไม่น้อยกว่า 1 ล้านล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ ยังเป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับคนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเกษตรกร ที่ยังคงมีรายได้สวนทางกับการเติบโตของอุตสาหกรรม จึงเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องพิจารณาในการปรับปรุงหรือปฏิรูปโครงสร้างเพื่อให้เกษตรกรอยู่ได้ และก้าวข้ามกับดักประเทศรายได้ปานกลาง (middle-income trap) โดยในกลุ่มนี้ จะมีการหารือร่วมกัน ได้แก่ 1 การส่งเสริมธุรกิจเกษตรและอาหารให้มีความพร้อมในการแข่งขันภายใต้ปัจจัยแวดล้อมที่มีความเสี่ยงโดยอาศัยกลไกที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมขับเคลื่อน 2 การสร้างและขยายผลมาตรฐานสินค้า และความปลอดภัยทางอาหาร เพื่อให้ได้มูลค่าต่อหน่วยมากขึ้น 3 การสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบทางการเกษตรที่มีความหลากหลาย 4 การสร้างเครื่องมือให้เข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น และ 5 นำเสนอ Success Case ธุรกิจแปรรูปเกษตรและอาหารเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ

กลุ่ม 3 เรื่อง ""Executing Tourism and Services with Inclusive Growth"" สำหรับภาคบริการและการท่องเที่ยว (Tourism & Services) ถือเป็นหัวใจหลัก ในการสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน ภาคบริการมีสัดส่วนประมาณ 50% GDP ของประเทศไทย และจ้างงาน 40% ของกำลังแรงงานทั้งประเทศ

การท่องเที่ยวถือเป็นส่วนสำคัญของภาคบริการ คาดการณ์รายได้รวมจากการท่องเที่ยว ปี 2560 อยู่ที่ประมาณ 2.7 ล้านล้านบาท โดยมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 35 ล้านคน สร้างรายได้ให้กับไทย 1.8 ล้านล้านบาท และการท่องเที่ยวยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในอัตราเฉลี่ย 10% ต่อปี ทั้งนี้ ปีหน้ารัฐบาลได้กำหนดให้เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวไทย ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาอีกเป็นจำนวนมาก

""หอการค้าไทยเห็นว่า ""จำนวน"" ยังไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด ที่สำคัญก็คือ จะทำอย่างไรให้ประเทศไทยเป็น Value Destination ทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายมากขึ้น พักให้นานขึ้น ไปในชุมชนหรือสถานที่ที่มากกว่าสถานบันเทิง สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล"" นายกลินท์ กล่าว

นายกลินท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การท่องเที่ยวยังช่วยสร้างรายได้ให้กับภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องใน Value Chain ได้มีส่วนร่วมในการเติบโตไปพร้อมกัน (Inclusive Growth) ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร โรงแรม ร้านค้า เกษตรกร การขนส่ง รวมถึงผู้ประกอบการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นการท่องเที่ยวจึงเป็นหัวจักรสำคัญในการกระจายรายได้ไปยังธุรกิจต่างๆ ทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย

""หากยังจำกันได้ หอการค้าไทยได้กำหนดวิสัยทัศน์ในเรื่องการขับเคลื่อน (Execution) ภาคบริการให้มีความพร้อมสู่ยุค Services 4.0 โดยอาศัยกลไกของความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) วัฒนธรรม (Cultural) และดิจิทัลเทคโนโลยี (Digital) ภายใต้แนวทางประชารัฐ และน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy) มาเป็นกรอบในการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน ซึ่งเราเชื่อว่า การขับเคลื่อนตามแนวทางนี้จะช่วยสร้างการเติบโตให้กับประเทศได้เป็นอย่างดี"" นายกลินท์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา หอการค้าไทยได้ดำเนินโครงการต่าง ๆ ตามแนวคิดข้างต้นแล้ว เช่น โครงการ 1 หอการค้า ดูแลอย่างน้อย 1 ท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนเพื่อสร้างและกระจายรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย โดยอาศัยเครือข่ายอันเข้มแข็งของหอการค้าจังหวัดที่มีอยู่ทั่วประเทศ ในการมีส่วนร่วม ส่งเสริม พัฒนา และต่อยอด ชุมชนที่มีศักยภาพในการเติบโตร่วมกัน

สำหรับโครงการไทยเท่ทั่วไทย หอการค้าไทย ได้ริเริ่มโครงการฯ ซึ่งสนับสนุนการพัฒนาผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ ในการนำวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของท้องถิ่น มาต่อยอดด้วยความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม เพื่อสร้างเป็นสินค้าและบริการที่แตกต่างและมีมูลค่าเพิ่ม

นอกจากนี้ ยังมีโครงการการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จากแนวโน้มการใส่ใจสุขภาพของผู้บริโภค รวมถึงการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของหลายประเทศ ซึ่งประเทศไทยถือว่ามีศักยภาพและมีความพร้อมรองรับการเป็น Health and Wellness Hub ในภูมิภาค การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจึงเป็นตลาดเป้าหมายที่สำคัญของไทย ในการเพิ่มมูลค่าจากการท่องเที่ยว รวมถึงเป็นช่องทางการกระจายรายได้ และสร้างการจ้างงานในท้องถิ่น

ในการสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 35 นี้ ซึ่งหอการค้าไทยคาดหวังว่า ผลที่ได้จากการสัมมนานี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงที่จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ เป็นตัวจุดประกายให้กับทุกภาคส่วนได้มามีส่วนร่วมในการสร้างให้เกิดมูลค่าเพิ่ม เกิดการกระจายรายได้ที่ทั่วถึง และยังเป็นการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ยุค 4.0 สร้างความเข้มแข็งให้กับภาคธุรกิจ ตั้งแต่ขนาดใหญ่ SMEs จนถึงระดับชุมชนในท้องถิ่นทุกจังหวัด ได้เติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนต่อไป


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ผลการแข่งขัน 2005 MACAU INTERNATIONAL DRAGON BOAT RACES

กรุงเทพฯ--16 มิ.ย.--สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ สมาคมเรือพายแห่งประเทศไทย ได้ส่งทีมเรือพาย ประเภทเรือยาวตัวแทนประเทศไทยจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งชนะการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยในปี ๒๕๔๗ เดินทางไปแข่งขันในรายการ 2005 MACAU INTERNATIONAL DRAGON BOAT R...

ททท. ร่วมประชาสัมพันธ์กิจกรรมส่งเสริมการลงทุนและพาณิชย์ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ

กรุงเทพฯ--24 ก.พ.--ททท. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือเขต 1 จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมการพบปะ แลกเปลี่ยนทัศนะ และแสดงสินค้าจากผู้ประกอบการในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือกว่า 30 ราย รวมทั้งเป็นศูนย์กลางใ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง