ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เห็นชอบแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ ระยะ 3 ปี หนุนรัฐ/เอกชนเตรียมพร้อมใช้งาน Big Data

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันอังคารที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ๑๐:๕๒ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--10 ต.ค.--กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ เผยคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ มีมติเห็นชอบแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ระยะ 3 ปี หลังมีการเสนอร่างการดำเนินงานฯ เตรียมความพร้อมหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รองรับการใช้งาน Big Data, IoT และ Cloud Computing ในอนาคต สอดรับแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 5/2560 ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งนี้ มีมติเห็นชอบในหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องสำคัญๆ คือ การเห็นชอบในหลัการของร่างแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2561 - 2563) พร้อมการจัดลำดับความสำคัญของร่างแนวทางการดำเนินงานฯ รวมถึงเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องมีการดำเนินการ ตามที่คณะอนุกรรมการนโยบายและผลกระทบเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์นำเสนอและมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ธอ.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการฯ พิจารณาดำเนินการในส่วนขั้นตอนการพิจารณารายละเอียดของแต่ละคณะอนุกรรมการต่อไป

สำหรับกรอบแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ ระยะ 3 ปี ประกอบด้วย 1) การอำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการค้าของไทยและรองรับการแข่งขันในเวทีโลก 2) พัฒนาการเชื่อมโยงมาตรฐานข้อมูลและการแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อรองรับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ 3) พัฒนาและปรับปรุงกฎหมาย ประกาศ และมาตรการที่เกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 4) เตรียมความพร้อมสำหรับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน (การใช้งาน Big Data, IoT และ Cloud Computing) 5) ปรับเปลี่ยนการทำงานภาครัฐด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนยอมรับการใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ 6) สนับสนุนให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นประโยชน์ (Open Data) 7) ส่งเสริมให้เกิดแพลตฟอร์มบริการพื้นฐาน เพื่อรองรับการพัฒนาแอปพลิเคชั่นหรือบริการรูปแบบใหม่ และ 8) สร้างความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

นอกจากนั้น คณะกรรมการฯ ยังได้มีมติเห็นชอบอีก 3 เรื่อง ได้แก่ 1) เห็นชอบการออกใบอนุญาต ให้ บริษัท วีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบธุรกิจบริการ e-Payment ในประเทศไทย โดยให้มีผลนับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการฯ อนุมัติ และต้องให้บริการภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต ซึ่งต้องมีหนังสือแจ้งไปที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ทั้งนี้ บริษัท วีซ่าฯ ได้ยื่นขอรับใบอนุญาตเพื่อประกอบธุรกิจบริการประเภทบัญชี ค (1) คือ ธุรกิจบริการที่ต้องได้รับอนุญาตก่อนให้บริการ การให้บริการหักบัญชี (Clearing) และบัญชี ค (4) คือ ธุรกิจบริการที่ต้องได้รับอนุญาตก่อนให้บริการ การให้บริการสวิตช์ชิ่งในการชำระเงินหลายระบบ (Transaction Switching) เพื่อจะให้บริการเครือข่ายระบบการชำระเงินในประเทศสำหรับบัตรเดบิตภายใต้แบรนด์ "Visa" แก่สมาชิกทั้งที่เป็น ธนาคาร (Bank) และ ไม่ใช่ธนาคาร (Non-bank) โดยรองรับการทำรายการชำระเงินด้วยบัตรเดบิตที่ใช้มาตรฐานชิปการ์ดกลางของไทย ผ่านช่องทางเครื่องรูดบัตร (EDC) และช่องทางออนไลน์ (ธุรกรรม e-Commerce)

2) เห็นชอบแนวนโยบายและแนวปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของหน่วยงานภาครัฐ 10 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร สำนักงานอัยการสูงสุด กรมราชทัณฑ์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน องค์การคลังสินค้า กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และกองทัพบก ซึ่งผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการความมั่นคงปลอดภัยมาก่อนแล้ว โดยเป็นไปตาม พระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ พ.ศ. 2549 ที่กำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่มีการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ ต้องจัดทำนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการฯจึงจะมีผลใช้บังคับได้ ซึ่งได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการความมั่นคงปลอดภัย ทำหน้าที่พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนส่งให้คณะกรรมการฯ พิจารณา ปัจจุบันคณะกรรมการฯ ให้ความเห็นชอบไปแล้วทั้งสิ้น 140 หน่วยงาน

และ 3) เห็นชอบแนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของการท่าเรือแห่งประเทศไทย เนื่องจากได้ผ่านการพิจารณาของฝ่ายเลขานุการฯ ตามหลักเกณฑ์การตรวจพิจารณา แนวนโยบายและแนวปฏิบัติ ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศฯ ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นการปฏิบัติตาม พ.ร.ฎ.กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ พ.ศ. 2549 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่มีการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ ที่มีการรวบรวม จัดเก็บ ใช้ ข้อมูลส่วนบุคคล (ของผู้ใช้บริการ) ต้องจัดทำนโยบายและแนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการฯ จึงจะมีผลใช้บังคับได้ ซึ่งปัจจุบันคณะกรรมการฯ ได้ให้ความเห็นชอบในกรณีดังกล่าวไปแล้วทั้งสิ้น 10 หน่วยงาน

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ ข้างต้นมีความสอดคล้องกับแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และเป็นไปตามแนวนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ภาพข่าว: รักษาการ รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ ร่วมแถลงข่าวพิธีเปิดงาน ITU Telecom World 2016

พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมแถลงข่าวพิธีเปิดงาน 'ITU Telecom World 2016' ภายใต้แนวคิด "Collaborating in the Digital Economy หรือ สานพลังร่วมใจ...

เนคเทค ขอเชิญสื่อมวลชนร่วมงานสัมมนาดังรายละเอียดที่แนบมาพร้อมนี้ จำนวน 3 รายการ

กรุงเทพฯ--24 ม.ค.--เนคเทค การสัมมนา "Thailand e-Business 2005" จัดโดยคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติกระทรวงวิทยา...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง