ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

นายกฯ รับคณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจฯ ญี่ปุ่น พร้อมชูศักยภาพ EECi หวังญี่ปุ่นเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจ พร้อมลั่นญี่ปุ่นเลือกลงทุนไทยไม่ผิดหวังแน่!!!

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันพุธที่ ๑๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐ ๑๖:๐๙ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--13 ก.ย.--เจซีแอนด์โค พับลิครีเลชั่นส์

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ Mr.Hiroshige Seko รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม พร้อมด้วยหน่วยงานด้านเศรษฐกิจและคณะนักลงทุนรายใหญ่กว่า 570 รายจากประเทศญี่ปุ่นเนื่องในโอกาสที่ความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศได้ดำเนินมาสู่ปีที่ 130 พร้อมเผยญี่ปุ่นยังเชื่อมั่นในเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ย้ำปีนี้การเมืองไทยมั่นคงที่สุดในรอบ 10 ปี โดยการพบกันในครั้งนี้ยังได้ผลักดันให้เกิดการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ Thailand 4.0 และ Connected Industries ไปสู่นโยบาย Thailand 4.0 Towards Connected Industries เพื่อจับมือร่วมกันในการเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจ ต่อเนื่องถึงการส่งเสริมการเปิดเสรีการค้าและการลงทุน การพัฒนา 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายและผู้ประกอบการ SMEs ตลอดจนการยกระดับพื้นที่ EEC (Eastern Economic Corridor) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง) ไปสู่ EECi (Eastern Economic Corridor of Innovation) ที่มีจุดเด่นในด้านนวัตกรรม และความทันสมัยตลอดจนเต็มไปด้วยสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม

ทั้งนี้ ยังได้กำหนดแผนการลงทุนเพื่อเชื่อมโยงการคมนาคม ในระยะเวลา 5 ปี ระหว่างกรุงเทพฯ – EEC และเชื่อมสู่ภูมิภาคทั่วประเทศ ด้วยโครงการต่างๆ อาทิ โครงการพัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภาให้รองรับผู้โดยสารจาก 3 ล้านคน เป็น 60 ล้านคนต่อปี ภายในปี 2575 การก่อสร้างทางหลวงต่างๆ ในส่วนที่ยังขาดหายให้ครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ตลอดจนเตรียมแก้ไขกฎหมาย และการเพิ่มสิทธิประโยชน์บางประการเพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนในประเทศ และการถ่ายทอดเทคโนโลยีในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ให้ไทยมากขึ้น

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในบรรดาชาติพันธมิตรลำดับต้นๆ ของไทยนั้น ญี่ปุ่นถือได้ว่าเป็นมิตรแท้ที่มีบทบาทและเป็นต้นแบบในหลายด้านที่สำคัญต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ ไม่ว่าจะเป็นภาคเศรษฐกิจ การเมือง อุตสาหกรรม ตลอดจนการค้าและการลงทุน สำหรับในปี 2560 ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการทูตของทั้ง 2 ประเทศได้ดำเนินมาถึงปีที่ 130 และยังถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนของทั้งสองชาติ เนื่องจากต่างฝ่ายต่างก็กำลังอยู่ในช่วงของภาวะการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ จะเห็นได้ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ มีข่าวน่ายินดีที่เศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นเติบโตมากที่สุดในรอบ 2 ปี และเป็นผลต่อเนื่องให้เกิดการกระตุ้นการใช้จ่าย การลงทุน ตลอดจนการผลักดันนโยบายอาเบะโนมิกส์ และ Connected Industries ที่ทั้งสองนโยบายดังกล่าวจะเชื่อมโยงมาสู่ยุทธศาสตร์การส่งเสริมกลุ่มประเทศ CLMVT การพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC รวมทั้งนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งจะทำให้เกิดการร่วมมือและขับเคลื่อนทั้งสองประเทศไปสู่อนาคตอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับการเดินทางมาเยือนประเทศไทยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (METI) หน่วยงานส่งเสริมเศรษฐกิจ และคณะนักลงทุนรายใหญ่ของญี่ปุ่นกว่า 570 ราย ในครั้งนี้นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ความพยามในการผลักดันมาตรการต่างๆ จากภาครัฐของไทย เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มีความชัดเจนและเห็นผลที่เป็นรูปธรรมหลายประการ สิ่งที่เกิดขึ้นได้ทำให้ชาวโลกได้เห็นถึงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ต่อเนื่องถึงทัศนคติและความเชื่อมั่นต่อยุทธศาสตร์ของรัฐบาลในการพัฒนาและสร้างความเชื่อมั่นทางการเมืองของประเทศที่เห็นผลแล้วว่าในระยะ 10 ปีที่ผ่านมานี้มีความมั่นคงมากที่สุด ซึ่งยังมั่นใจว่าหลังจากนี้ภาคอื่นๆ ที่สำคัญต่อการพัฒนาโครงสร้างของประเทศจะเกิดสัญญาณที่ดีขึ้นตามมาและเห็นผลเป็นรูปธรรมในไม่ช้าอีกแน่นอน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการเชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ยังคงยึดแม่เหล็กใหญ่คือนโยบายไทยแลนด์ 4.0 เป็นสำคัญ โดยหลักการดังกล่าวนั้นสามารถเชื่อมโยงและร้อยเรียงกับนโยบาย Connected Industries ของประเทศญี่ปุ่นให้เกิดความสอดคล้องและเติมเต็มระหว่างกันและนำไปสู่ยุทธศาสตร์ Thailand 4.0 Towards Connected Industries ได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งนี้ การเชื่อมต่อของทั้งสองนโยบายจะเริ่มต้นที่การเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจ ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านเสรีการค้า การส่งเสริมการลงทุน การพัฒนา 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และผู้ประกอบการ SMEs ของทั้งสองประเทศ โดยปัจจัยทั้งหมดนี้ยังจะช่วยยกระดับระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกของไทย ให้เป็นแลนด์มาร์คของแหล่งอุตสาหกรรมที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย

นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีแผนงานการลงทุนเพื่อยกระดับและพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือ EECi ที่มีจุดเด่นด้านความเป็นเมืองนวัตกรรมที่เป็นต้นแบบของการพัฒนางานวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมในลักษณะองค์รวม มีการใช้ทรัพยากรร่วมกันเพื่อก่อประโยชน์สูงสุดด้วยการรวมศูนย์ห้องปฏิบัติการและสนามทดสอบนวัตกรรม ศูนย์รับรองมาตรฐานนวัตกรรมทางด้านระบบและอุปกรณ์อัจฉริยะ โดยจัดตั้งเป็นเขตทดสอบนวัตกรรมอัจฉริยะของประเทศที่ผ่อนปรนกฎระเบียบที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการคิดค้นนวัตกรรม

ทั้งนี้ รัฐบาลยังได้กำหนดแผนการลงทุนพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งภายใต้โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2560 – 2564) เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมขนส่งสินค้าระหว่างกรุงเทพฯ กับภาคตะวันออกรวมทั้งเชื่อมสู่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ และเป็นประตูสู่เมียนมา เวียดนาม สปป.ลาว กัมพูชา และจีนตอนใต้ ซึ่งประกอบด้วยโครงการสำคัญๆ ได้แก่

· โครงการพัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ในระยะ 5 ปีแรก จะเพิ่มขีดความสามารถให้รองรับผู้โดยสารจาก 3 ล้านคน เป็น 5 ล้านคนต่อปี และ 60 ล้านคนภายในปี 2575

· โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางและการขนส่ง

· โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 เพื่อรองรับความต้องการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศในอนาคต

· โครงการพัฒนาท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของสาธารณูปโภคหลักในการรองรับการขนส่งสินค้าเหลว ก๊าซธรรมชาติ และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง

· โครงการพัฒนาท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ
· โครงการก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์ 3 เส้นทาง

· ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านการลงทุน (OSS: One Stop Service) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย

นอกจากนี้เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนในประเทศ รัฐบาลยังได้แก้ไขกฎหมายการส่งเสริมการลงทุน และออกมาตรการเพื่อเร่งรัดการลงทุนเพิ่มเติม ตลอดจนเพิ่มสิทธิประโยชน์และการอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของนักลงทุนอีกเป็นจำนวนมาก เพื่อหวังให้เกิดการลงทุนรูปแบบใหม่ๆ ตลอดจนการส่งเสริมให้ไทยเป็นฐานการลงทุนต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น โดยยังตั้งเป้าให้มีการถ่ายทอดหรือแลกเปลี่ยนในอุตสาหกรรมเดิมและอุตสาหกรรมใหม่ อาทิ ยานยนต์ อากาศยาน เครื่องมือแพทย์ Green Technology ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้จะอัพเกรดให้ทุกอย่างอยู่ภายใต้คอนเซปต์ "สมาร์ท" เพื่อให้ความก้าวล้ำเกิดขึ้นอย่างทั่วถึง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวปิดท้าย

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้การต้อนรับคณะผู้เดินทางจากญี่ปุ่น ณ ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งประกอบด้วย Mr. Hiroshige Seko รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น ผู้บริหารระดับสูงทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ อธิบดีกรมนโยบายการค้า ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (JETRO) ประธานองค์การสนับสนุน SMEs แห่งประเทศญี่ปุ่น (SMRJ) ผู้บริหารบริษัทอายิโน๊ะโมโต๊ะ คูโบต้าคอร์ปอเรชั่น มิตซุยซูมิโตโม่อินชัวรันส์ พร้อมหยิบยกประเด็นหารือในการส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น การร่วมมือในการพัฒนายานยนต์แห่งอนาคต อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ

นอกจากนี้ นักลงทุนญี่ปุ่นยังได้สอบถามนายกรัฐมนตรีถึงความคาดหวังจากผู้ประกอบการญี่ปุ่นในการเสริมสร้างศักยภาพให้กับ SMEs ไทย พร้อมทั้งได้ยกตัวอย่างบทบาทสำคัญของ SMEs ในญี่ปุ่นที่มีเทคโนโลยีและความชำนาญที่ล้ำสมัยและมีส่วนช่วยในการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมและกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นของประเทศญี่ปุ่นมาแล้ว โดยพล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวแสดงความชื่นชมในวิสัยทัศน์อันยาวไกลและกว้างขวางของผู้นำด้านเศรษฐกิจและนักลงทุนของญี่ปุ่นที่มีความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย พร้อมทั้งได้สร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยและคนไทยจะไม่ทำให้นักลงทุนชาวญี่ปุ่นเกิดความผิดหวังอย่างแน่นอน

โดยในช่วงค่ำ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังได้นำคณะผู้เดินทางจากญี่ปุ่นร่วมกิจกรรมสร้างเครือข่ายธุรกิจกับนักลงทุนไทย (Business Networking Reception) พร้อมรับประทานอาหารค่ำ และชมการแสดงวัฒนธรรมไทยและญี่ปุ่น เนื่องในโอกาสครบรอบ 130 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ญี่ปุ่น โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับพร้อมกล่าวอวยพร ณ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กระทรวงอุตสาหกรรม โทรศัพท์ 0 2202 4435 หรือเข้าไปที่www.industry.go.th หรือ facebook.com/industryprmoi


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

“น้ำบาดาล” พร้อม 4 หน่วยงาน เสริมทัพโครงการราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง

วันที่ 8 มีนาคม 2553 เวลา 15.30 น. นายสัมฤทธิ์ ชุษณะทัศน์ รองอธิบดีกรมทรัพยากร น้ำบาดาล พร้อมด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก นายเริงวิทย์ เวชชศาสตร์ ผู้ช่วย ผู้ว่าการพัฒนาองค์กร การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นายวิเศษ ชำนาญวงษ์ ผู้ว่าการ...

บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ มอบเงิน 30 ล้านบาท ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยผ่านกองทัพบก

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก รับมอบเงินบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยผ่านกองทัพบก จำนวน 30,000,000.- บาท (สามสิบล้านบาทถ้วน) จากบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บมจ. ทรู...

ภาพข่าว: บีอีซีแอล ภูมิใจได้รับรางวัล ASEAN Energy Awards 2007

นางพเยาว์ มริตตนะพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีอีซีแอล รับรางวัล ASEAN Energy Awards 2007 จากนายอากิระ อะมาริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรม ประเทศญี่ปุ่น...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง