ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

กยศ. แจ้งนโยบายและผลการดำเนินงาน หลังเริ่มบังคับใช้ พ.ร.บ. ใหม่

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ๑๑:๕๓ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--24 ส.ค.--กลุ่มสารนิเทศการคลัง กระทรวงการคลัง

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เตรียมแผนเดินสายพบองค์กรนายจ้าง หลังพระราชบัญญัติใหม่มีผลบังคับใช้ พร้อมเร่งติดตามหนี้เงินกู้ยืมเพื่อส่งต่อโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เปิดเผยว่า "ภายหลังจาก พระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 ได้เริ่มมีผลบังคับใช้ กองทุนมีภารกิจที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อรองรับการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติใหม่ดังกล่าว ได้แก่ การออกกฎกระทรวงและระเบียบต่างๆ การประสานความร่วมมือกับกรมสรรพากรในการเชื่อมต่อระบบรับชำระหนี้ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ ให้องค์กรนายจ้างได้รับทราบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการหักเงินเดือนพนักงานที่เป็นผู้กู้ยืม โดยกองทุนมีแผน จะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สภาองค์กรนายจ้างแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นต้น ทั้งนี้ ในเดือนตุลาคมมีแผนจะเริ่มนำร่องจัดประชุมสัญจร กับสมาชิกสภาองค์กรนายจ้างแห่งประเทศไทย โดยจะจัดขึ้นที่จังหวัดระยองเป็นแห่งแรก เนื่องจากเป็นพื้นที่ ที่มีนิคมอุตสาหกรรมจำนวนมาก

ปัจจุบัน กองทุนมีผู้กู้ยืม 5,284,309 ราย ประกอบด้วย ผู้กู้ที่ชำระเสร็จสิ้นแล้ว 670,772 ราย ผู้กู้ที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ 3,411,822 ราย ผู้กู้ที่อยู่ระหว่างการศึกษาและปลอดหนี้ 1,151,520 ล้านราย และอื่นๆ (เสียชีวิต/ทุพพลภาพ) 50,135 ราย คิดเป็นเงินให้กู้ยืมกว่า 553,492 ล้านบาท จากช่วงที่ผ่านมากองทุนได้มีมาตรการติดตามหนี้โดยได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง ทำให้กองทุนมีผลการชำระหนี้ดีขึ้นตามลำดับ ทำให้กองทุนไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินในการจัดสรรวงเงินการให้กู้ยืมในปีการศึกษา 2560 และปีการศึกษา 2561 โดยปี 2558 กองทุนได้รับชำระหนี้ 18,318 ล้านบาท ปี 2559 ได้รับชำระหนี้ 21,419 ล้านบาท และในปี 2560 กองทุนคาดการณ์ว่าจะได้รับชำระหนี้ประมาณ 25,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ในปี 2560 ยังมีผู้กู้ยืมที่ผิดนัดชำระหนี้กองทุนและค้างชำระหนี้ ซึ่งกองทุนได้ดำเนินคดีในปีนี้ประมาณ 140,000 ราย คิดเป็นมูลหนี้ประมาณ 15,000 ล้านบาท จึงขอฝากถึงผู้กู้ยืมที่ได้รับหมายศาลว่าไม่ต้องกังวลขอให้ไปตามที่ศาลนัดหมายเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยและทำสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งทางกองทุนจะเปิดโอกาสให้สามารถผ่อนชำระได้อีก 9 ปีเต็ม หรือสามารถติดต่อขอชำระหนี้ปิดบัญชีก่อนถึงวันที่ศาลนัด โดยให้ส่งหลักฐานการปิดบัญชีและใบเสร็จค่าทนายความให้กับฝ่ายคดีและบังคับคดี หมายเลขโทรสาร 02-016-4940 หากชำระครบถ้วนแล้วกองทุนจะดำเนินการถอนฟ้องให้ ทั้งนี้ กองทุนขอขอบคุณผู้กู้ยืมที่ชำระหนี้เพื่อส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียน นักศึกษารุ่นน้อง รวมถึงหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชนและประชาชนทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการส่งมอบโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนไทย โดยช่วยสร้างจิตสำนึก และความรับผิดชอบต่อการชำระเงินคืนกองทุน เพราะการให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาก็เปรียบเสมือนการให้ทุน แก่เยาวชนเพื่อไปสร้างอนาคตของตนเอง และสร้างทุนมนุษย์ให้กับผู้กู้ยืม เมื่อถึงเวลาก็อยากให้ผู้กู้ยืมส่งมอบโอกาสคืนทุนการศึกษาให้กับคนรุ่นใหม่ต่อไป" ผู้จัดการกองทุนฯ กล่าวในที่สุด


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

กรุงไทยแจ้งผู้กู้ยืมเงิน กยศ. รีบชำระหนี้ภายใน 5 ก.ค.

กรุงเทพฯ--14 มิ.ย.--ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงไทยส่งจดหมายแจ้งยอดหนี้ให้กับผู้กู้ยืมเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาที่สำเร็จการศึกษาในปี 2545 ซึ่งครบกำหนดต้องชำระคืนหนี้งวดแรกในปีนี้ จำนวน 276,697 ราย ย้ำให้รีบติดต่อธนาคารเพื่อเริ่มผ่อนชำระหนี้ภายในวัน...

การปรับปรุงตัวชี้วัดผลการดำเนินงานกองทุนรวม

กรุงเทพฯ--12 ม.ค.--ก.ล.ต. คณะทำงานร่วมระหว่าง ก.ล.ต. สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) และ ศูนย์ซื้อขาย ตราสารหนี้ไทย (TBDC) ได้ข้อสรุปเสนอปรับปรุงตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน ("benchmark") ของ กองทุนรวมให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เน้นความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และนโยบายก...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง