ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ปภ.แนะผู้ขับขี่ปรับกระจกรถยนต์ถูกวิธี...ลดเสี่ยงอุบัติเหตุ

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันจันทร์ที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ๑๗:๔๙ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--21 ส.ค.--กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แนะข้อควรรู้ในการปรับกระจกมองข้าง และกระจกมองหลังอย่างถูกวิธี โดยปรับกระจกมองข้างทั้ง 2 บาน ให้กางออกตั้งฉากในระดับ 90 องศา มองเห็นด้านข้าง ของตัวรถน้อยที่สุด และปรับกระจกมองหลังให้มองเห็นภาพด้านหลังในมุมที่กว้างที่สุด เมื่อนั่งขับในท่าปกติ ต้องมองไม่เห็นศีรษะของผู้ขับขี่ ที่สำคัญ ในขณะขับรถ ผู้ขับขี่ควรมองกระจกรถให้รอบด้านเป็นระยะ โดยเฉพาะ เมื่อเปลี่ยนช่องทาง ขับแซง หรือเลี้ยวรถ จะช่วยให้มองเห็นเส้นทาง และรถคันอื่นๆ ที่อยู่ด้านข้าง และด้านหลังอย่างชัดเจน จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า กระจกรถยนต์ เป็นอุปกรณ์สำคัญประจำรถที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นเส้นทางด้านหลัง และด้านข้างชัดเจนขึ้น แต่ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่มักปรับกระจกในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้ เพื่อความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอแนะผู้ขับขี่ปรับกระจกรถยนต์อย่างถูกวิธี ดังนี้ กระจกมองข้าง ควรปรับกระจกมองข้างทั้ง 2 บาน ให้กางออก โดยตั้งฉาก ในระดับ 90 องศา มองเห็นด้านข้างของตัวรถน้อยที่สุด จะทำให้เห็นภาพด้านข้างและด้านหลังกว้างขึ้น สามารถมองเห็นรถ ที่ขับอยู่ด้านหลังได้อย่างรวดเร็วในระยะเวลาที่นานขึ้น โดยเฉพาะหากมีรถขับแซงด้านขวา จะช่วยให้สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน แต่ไม่ควรปรับกระจกให้เห็นด้านข้างของรถมากเกินไป เพราะจะเกิดจุดบอดในการมองเห็นเส้นทาง ส่งผลให้มองเห็นรถคันอื่นในระยะกระชั้นชิด และช้ากว่าปกติ จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ กระจกมองหลังควรปรับให้มองเห็นภาพด้านหลังในมุม ที่กว้างที่สุด ทั้งด้านซ้าย ด้านขวา และด้านหลัง เมื่อนั่งขับในท่าปกติต้องมองไม่เห็นศีรษะของผู้ขับขี่ ซึ่งผู้ขับขี่สามารถเลือกใช้กระจกหลังที่มีขนาดใหญ่ขึ้น จะช่วยเพิ่มมุมในการมองเห็นทั้งภายในและภายนอกรถ การมองกระจกในขณะขับรถ ผู้ขับขี่ ควรมองกระจกให้รอบด้านเป็นระยะ โดยมองกระจกหลัง กระจกมองข้างด้านซ้ายและด้านขวาให้ครอบคลุมถึงจุดบอด ในการมองเห็นทั้งด้านซ้ายและด้านขวาสลับไปมา โดยผู้ขับขี่จะหันมองด้านซ้ายหรือด้านขวาก่อนขึ้นอยู่กับสถานการณ์ โดยเฉพาะ เมื่อเปลี่ยนช่องทาง ขับแซงหรือเลี้ยวรถ จะทำให้มองเห็นสภาพเส้นทางและรถคันอื่นๆ ที่อยู่ด้านข้างและด้านหลังอย่างชัดเจน และรวดเร็ว จึงช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง ทั้งนี้ การปรับกระจกมองข้าง และกระจกมองหลังในตำแหน่งที่ถูกต้อง ทำให้สามารถมองเห็นรถคันอื่นๆ ที่อยู่ด้านข้างหรือด้านหลังได้อย่างชัดเจน จะช่วยป้องกันอุบัติเหตุจากการเปลี่ยนช่องทาง ขับแซง หรือเลี้ยวรถ ทำให้การเดินทางเป็นไปด้วยความปลอดภัย


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

เตรียมซ้อมแผนอพยพสึนามิที่ภูเก็ต 29 เมษายน

กรุงเทพฯ--28 เม.ย.--ปภ. นายสุนทร ริ้วเหลือง อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี ได้มีมติ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2548 ให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จัดทำแผนการให้ความช่วยเหลือและอพยพราษฎรในพื้นที่เสี่ยงภัย (Roadmap)...

เตือนใจผู้ใช้รถใช้ถนน 10 วัน ระวังอันตราย

กรุงเทพฯ--7 เม.ย.--ปภ. นายสุนทร ริ้วเหลือง อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เตือนใจผู้ใช้รถใช้ถนนช่วงเทศกาล สงกรานต์ 8 - 17 เมษายน 2548 อย่าประมาท ไม่ขับรถเร็ว ง่วง - เมาต้องไม่ขับ เพราะตั้งด่านจุดตรวจเข้ม 3,030 จุดทั่วประเทศ--จบ--...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง