ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

สจล. นำร่องรับน้องยุคใหม่ ไม่กดดัน ไม่ใช้ความรุนแรง

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันศุกร์ที่ ๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ๑๕:๑๗ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--4 ส.ค.--เจซีแอนด์โค พับลิครีเลชั่นส์

· รุ่นพี่ สจล. ปลุกกระแสกิจกรรมรับน้องสร้างสรรค์ สานต่อ 27 ปีตำนาน "รับน้องรถไฟ" พระจอมฯ ลาดกระบัง จาก "สถานีหัวลำโพง" – "สถานีพระจอมเกล้า" จุดเชื่อมต้นกำเนิดรถไฟสู่นวัตกรรมรถไฟความเร็วสูง

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จุดกระแสการรับน้องยุคใหม่เน้นกิจกรรมสร้างสรรค์ "ไม่กดดัน" และ "ไม่ใช้ความรุนแรง" หวังเป็นต้นแบบการยกระดับกิจกรรมรับน้องในรั้วมหาวิทยาลัย โดยเน้นการสร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม ลบภาพความโหดร้ายการรับน้องยุคเก่าให้หมดไป พร้อมชูกิจกรรม "รับน้องรถไฟ" สานต่อตำนาน 27 ปี ประเพณีสุดคลาสสิค สื่อถึงเอกลักษณ์หนึ่งเดียวของสถาบันการศึกษาไทย ที่มีรางรถไฟพาดผ่านกลางสถาบันและมีสถานีรถไฟตั้งอยู่ภายในถึง 2 สถานี คือ "สถานีพระจอมเกล้า" และ "สถานีหัวตะเข้" ตอกย้ำความสำคัญการเดินทางด้วยระบบรางตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน อันเป็นข้อได้เปรียบในด้านการเรียนการสอน ในการฝึกเรียนรู้จากการปฏิบัติงานภาคสนามกับของจริง โดยเฉพาะในหลักสูตร "วิศวกรรมขนส่งทางราง" ที่ได้ทำการเปิดสอนมาตั้งแต่ปี 2556 เพื่อผลิตบุคลากรรองรับความต้องการ โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งจะช่วยพัฒนาการเดินทาง การขนส่ง และเศรษฐกิจไทยได้อย่างยั่งยืน

นายเอกกมล กรรณิกา หรือ "โดด" นักศึกษาสาขาพัฒนาการเกษตร คณะเทคโนโลยีการเกษตร และนายกองค์การนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า กิจกรรมรับน้องรถไฟซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมย่อยของโครง "ก้าวแรก" หรือ "First Step" เป็นกิจกรรมที่สานต่อรุ่นสู่รุ่นมาอย่างยาวนานกว่า 27 ปี เพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่ รุ่นน้อง และเพื่อนใหม่ ก่อนเปิดเรียน เพื่อให้นักศึกษาใหม่ทุกคนได้ทำความรู้จักและปรับตัวสู่สังคมใหม่ๆ ผ่านกิจกรรมสันทนาการที่เน้นการสร้างความสนุกสนาน รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ โดยปราศจากการบังคับ กดดัน หรือใช้ความรุนแรง อันเป็นภาพลบและติดตาของคนทั่วไปในสังคมไทย เนื่องจากองค์การนักศึกษาฯ เล็งเห็นถึงสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป หากรุ่นพี่ไม่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการรับน้องด้วยกิจกรรมที่สร้างสรรค์ แต่ยังยึดติดกับการสร้างความกดดันและใช้ความรุนแรง อาจสร้างปัญหาตามมาอย่างที่ปรากฏเป็นข่าวตามสื่อต่างๆ หรืออาจรุนแรงถึงขึ้นสูญเสียชีวิตซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น ขณะเดียวกันกิจกรรมรับน้องรถไฟยังเป็นการสะท้อนถึงเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของสถาบันฯ ที่มีสถานีและรางรถไฟพาดผ่านกึ่งกลาง และเพื่อย้อนลำลึกถึงอดีตที่การเดินทางด้วยรถไฟ ซึ่งถือเป็นการคมนาคมที่สะดวกที่สุดด้วย การจัดกิจกรรมในครั้งนี้จึงได้ประโยชน์สองต่อ ทั้งการทำความรู้จักกับคนและสถานที่ใหม่ๆ และในขณะเดียวกันยังเป็นการอนุรักษ์ประเพณีการรับน้องรถไฟ ให้คงอยู่คู่กับ สจล. สืบไปด้วย

"กิจกรรมรับน้องรถไฟเกิดจากความตั้งใจของรุ่นพี่ทุกคน ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อต้อนรับน้องใหม่สู่รั้ว สจล. อย่างอบอุ่น ซึ่งกิจกรรมนี้ไม่ได้เน้นการสันทนาการเพียงอย่างเดียว เพราะน้องเฟรชชี่ปี 1 ที่เข้าร่วมทุกคน จะได้รับการบอกเล่าถึงประวัติความเป็นมาของสถาบัน เพื่อให้รู้สึกถึงความภาคภูมิใจและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีความรักและความหวงแหนในสถาบัน มีความสนุกสนานสมัครสมานสามัคคีในหมู่คณะ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และกล้าแสดงออกในทางที่ถูกต้องเหมาะสม รวมทั้งได้รับคำแนะนำการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยจากรุ่นพี่คณะต่างๆ ซึ่งสามารถนำไปเป็นแนวทางในการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย ตลอดระยะเวลา 4 ปี" นายกองค์การนักศึกษา สจล. กล่าว

ด้าน ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวเสริมว่า กิจกรรมรับน้องรถไฟของ สจล. ถือเป็นหนึ่งในต้นแบบกิจกรรมรับน้องสร้างสรรค์ ที่รุ่นพี่นักศึกษามหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศ สามารถนำไปเป็นต้นแบบการจัดกิจกรรม ในคณะหรือมหาวิทยาลัยของตนได้ ซึ่งข้อดีของการรับน้องใหม่ด้วยกิจกรรมในลักษณะนี้ ไม่เพียงสร้างความประทับใจให้กับรุ่นน้องเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันยังแสดงให้เห็นถึงความรัก และความหวังดีที่รุ่นพี่มอบให้น้องๆ ผ่านการพูดคุยแนะนำการใช้ชีวิตจากประสบการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย ซึ่งค่อนข้างแตกต่างจากชีวิตในสมัยมัธยมศึกษา ทั้งในเรื่องของเวลา รูปแบบการเรียน และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต บ่อยครั้งที่พบว่าเด็กที่ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ในระยะยาวมักส่งผลกระทบต่อการผลเรียน

นอกจากประโยชน์จากการทำกิจกรรมรับน้องรถไฟที่กล่าวไปข้างต้นแล้วนั้น อีกด้านหนึ่งในช่วงที่ประเทศกำลังมุ่งหน้าพัฒนาระบบขนส่งให้ทัดเทียมนานาชาติ การหยิบยกประเด็นการคมนาคมและการเดินทางด้วยรถไฟ ยังสะท้อนถึงความสำคัญของระบบขนส่งทางรางด้วย โดยเฉพาะการพัฒนารถไฟไทยไปสู่โครงการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งโครงการดังกล่าวจะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจไทยได้อย่างยั่งยืน โดยในส่วนของ สจล. ได้เปิดสอนหลักสูตร "วิศวกรรมขนส่งทางราง" มาตั้งแต่ปี 2556 เพื่อผลิตบุคลากรรองรับความต้องการ โดยระดมผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ พัฒนารายวิชาแม่แบบของวิศวกรรมขนส่งทางราง ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน การออกแบบ การควบคุม การซ่อมบำรุง การวางแผนงานระบบขนส่งทางราง ซึ่งใช้องค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการและเศรษฐศาสตร์ การวิเคราะห์ความปลอดภัยของการเดินรถไฟและรางรถไฟ รวมถึงการวิเคราะห์ปัญหาทางวิศวกรรมขนส่งระบบรถไฟความเร็วสูงด้วย ซึ่งที่ตั้งของ สจล. ที่มีรางรถไฟตัดผ่านกลางสถาบันและมีสถานีรถไฟภายในสถาบันถึง 2 สถานี ทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการปฏิบัติงานภาคสนามของจริง

"สจล. ให้ความสำคัญกับการพัฒนานักศึกษา ตั้งแต่ก้าวแรกของการเข้ามาสู่รั้วสถาบัน การรับน้องรถไฟไม่ใช่กิจกรรมที่จัดขึ้นเพียงเพื่อความสนุกสนาน แต่ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นแห่งสัมพันธ์อันอบอุ่นระหว่างพี่น้องร่วมสถาบัน ที่ในอนาคตจะแปรเปลี่ยนเป็นคอนเนคชั่นและเป็นประโยชน์ ทั้งต่อการใช้ชีวิตในวันข้างหน้าและการทำงาน เพราะพี่น้องรั้วแคแสดจะกลายเป็นเครือข่ายบุคลากรคุณภาพ ที่จะช่วยกันยกระดับบ้านเมืองของเราให้เจริญก้าวหน้า ทัดเทียมนานาประเทศด้วยความรู้และความสามารถ ทั้งในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และด้านอื่นๆ ที่ประเทศชาติต้องการ" ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าว

สำหรับกิจกรรม "รับน้องรถไฟ" ในปีการศึกษา 2560 จัดขึ้นภายใต้ธีม War Of Olympus (สงครามเทพเจ้า) สื่อถึงจิตนาการและพลังสร้างสรรค์ของเด็กรุ่นใหม่ ที่มีความสามารถในการนำเอาความสนุกสนาน มาสอดแทรกเป็นกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างบรรยากาศและพื้นที่แห่งการทำความรู้จัก ซึ่งในปีนี้มีน้องใหม่ที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามาเป็นศิษย์พระจอมเกล้าลาดกระบัง มากกว่า 5,000 คน โดยตลอดระยะเวลา 55 นาที จากสถานีหัวลำโพงถึงสถานีพระจอมเกล้า เฟรชชี่ปี 1 ทุกคนจะได้พูดคุยทำความรู้จักรุ่นพี่ และร่วมทำกิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์กันเป็นครั้งแรก เป็นภาพบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน และอบอุ่นในแบบของเด็กพระจอมเกล้าลาดกระบัง อันเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้องรั้วแคแสด

นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หมายเลขโทรศัพท์ 02-329-8111 หรือเข้าไปที่ www.kmitl.ac.th


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

KMITL ปิ๊งธุรกิจ SMEs ยุคน้ำมันแพง "ผลิตไบโอดีเซล"ประกวดแผนธุรกิจ Moot Biz แห่งชาติ

กรุงเทพฯ--18 ก.พ.--คิธ แอนด์ คินฯ นักศึกษา ป.โท สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL) ส่ง "ศูนย์ผลิตไบโอดีเซล" จากน้ำมันพืชใช้แล้ว ประกวดแผนธุรกิจ Moot Biz แห่งชาติ เผยสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ตั้งเป้าให้มีการใช้ไบโอดีเซล 10% จากน้ำมั...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง