ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

สปพ.ประสานภาครัฐ-เอกชน เตรียมพื้นที่กว่า 30,000 ไร่ รองรับนักลงทุนสู่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันอังคารที่ ๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ ๑๑:๑๔ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--9 ส.ค.--124 คอมมิวนิเคชั่นส คอนซัลติ้ง

สำนักงานประสานการพัฒนาพื้นที่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (สปพ.) เผยเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก คืบหน้า 20% พร้อมเตรียมพื้นที่ของการนิคมฯ และกรมโรงงานฯ รวมกว่า 30,000 ไร่ รองรับนักลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศ

ดร.วีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรม(กนอ.) และ ผู้อำนวยการสำนักงานประสานการพัฒนาพื้นที่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ(สปพ.) เผย "การพัฒนาพื้นที่ขณะนี้คืบหน้าไปค่อนข้างมาก และจะเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนแห่งแรกของประเทศก็ว่าได้ หากประเมิณภาพรวมวันนี้ความคืบหน้าเดินไปได้ 20% แล้ว ส่วนที่เหลือเป็นเรื่องของการก่อสร้างที่จะเริ่มประมาณปลายปีนี้แล้วใช้ระยะเวลาอีก 18 เดือน ทั้งโครงการจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ แต่หากส่วนใดพร้อมก่อน กนอ.ก็จะทยอยเปิดรับนักลงทุนได้ตั้งแต่กลางปี 2560 เป็นต้นไป โดยพื้นที่รองรับนักลงทุนประกอบไปด้วย 21 นิคมอุตสาหกรรมที่พัฒนาแล้วและสามารถรองรับการลงทุน (พื้นที่ 14,660 ไร่) 7 นิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ระหว่างการพัฒนา (พื้นที่ 15,600) 7 เขตประกอบการอุตสาหกรรม (พื้นที่ 1,134 ไร่) และ 1 เขตประกอบการอุตสาหกรรมที่อยู่ระหว่างเตรียมการเสนออนุมัติ"

ซึ่งโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก คือโครงการที่มุ่งส่งเสริมให้ 3 จังหวัดภาคตะวันออกเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ดีและทันสมัยที่สุดในอาเซียน ประกอบด้วย จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และจังหวัดระยอง โดยรัฐบาลวางแผนการลงทุนกว่า 1.5 ล้านล้านบาทใน 5 ปี เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ขยายมอเตอร์เวย์ รถไฟทางคู่ รถไฟฟ้าความเร็วสูง ขยายท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรือมาบตาพุด พัฒนาท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ฯลฯ และเพิ่มเป็น 2 ล้านล้านบาท ตลอดโครงการภายใน 10 ปี ซึ่งจะทำให้เกิดการลงทุนจากภาคเอกชนอย่างน้อย 1.5 ล้านล้านบาทใน 5 ปี โดยลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย 500,000 ล้านบาท โครงสร้างพื้นฐาน 400,000 ล้านบาท การสร้างเมืองใหม่ โรงพยาบาล โรงเรียน ที่อยู่อาศัย 400,000 ล้านบาท การท่องเที่ยวคุณภาพ เชิงสุขภาพ 200,000 ล้านบาท

การพัฒนาพื้นที่ "เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก" หรือ EEC ถือเป็นการบูรณาการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานอย่างสมดุล การจัดวางผังเมืองกลุ่มจังหวัด เพื่อการเติบโตอย่างมีทิศทาง พร้อมมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อมระดับโลก กระจายความเจริญทางเศรษฐกิจสู่ภูมิภาค สร้างโอกาสในการทำงาน เพิ่มเงินภาษีสู่ท้องถิ่น จัดตั้งกองทุนเพื่อการพัฒนาชุมชน เพื่อประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ เพื่อให้ภาคตะวันออกของประเทศไทย เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ดี และทันสมัยที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยเชื่อว่าโครงการนี้จะดำเนินไปได้อย่างราบรื่นเนื่องจากมีนักลงทุนให้ความสนใจมากมาย


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดตั้ง ศูนย์ความร่วมมือฝึกอบรมทักษะอุตสาหกรรม

สี่พันธมิตรผนึกกำลัง มุ่งยกระดับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และเพิ่มพูนทักษะแรงงาน ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor - EEC) พร้อมขานรับนโยบายประเทศไทย 4.0 สี่พันธมิตรจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน...

ภาพข่าว: บีเอเอสเอฟ สนับสนุนโครงการบริหารความเสี่ยงในนิคมฯ บางปู

กรุงเทพฯ--20 พ.ค.--บีวัน คอมมูนิเคชั่นส์ คุณประชา จิวะพรทิพย์ (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท บีเอเอสเอฟ (ไทย) จำกัด ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ กับนายอุทัย จันทิมา (ขวาสุด) ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และผู้แทนจากสำนัก...

กทม. พิจารณารอบคอบผลกระทบเขตเศรษฐกิจพิเศษสุวรรณภูมิ

กรุงเทพฯ--14 มี.ค.--กทม. เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา(11 มี.ค. 48) นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาผลกระทบการพัฒนาเมืองศูนย์กลางสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาผลกระทบการพัฒนาเมืองศู...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง