ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ก.เกษตรฯ รุกเตรียมพร้อมภาคการเกษตรสู่ประชาคมอาเซียน ศึกษาผลกระทบโอกาสสินค้าเกษตรไทย ตีตลาดหลังเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันพุธที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๘ ๑๓:๕๗ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--4 ธ.ค.--สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ก.เกษตรฯ รุกเตรียมพร้อมภาคการเกษตรสู่ประชาคมอาเซียน ศึกษาผลกระทบโอกาสสินค้าเกษตรไทย ตีตลาดหลังเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เผยมีแนวโน้มดี เป็นที่ยอมรับด้านคุณภาพและมาตรฐาน โดยเฉพาะผลไม้ สินค้าปศุสัตว์และผลิตภัณฑ์ พร้อมเร่งส่งเสริมให้เกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยและมาตรฐาน

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เนื่องจากวันที่ 31 ธันวาคม 2558 จะเป็นการรวมตัวเพื่อเป็นประชาคมอาเซียนอย่างสมบูรณ์ โดยประชากรในอาเซียนมีจำนวน 625 ล้านคน เศรษฐกิจอาเซียนใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก มีGDP ในภาพรวมประมาณ 2.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ และเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ในเอเชีย รองจากจีนและอินเดีย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ) ได้มีนโยบายเน้นย้ำการส่งเสริมการเตรียมความพร้อมภาคการเกษตรสู่ประชาคมอาเซียน โดยในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ มีดำเนินการตามพิมพ์เขียว (Blueprint) ของทั้ง 3 ประชาคม คือ ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Blueprint) และประชาคมสังคมและวัฒนธรรม นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ต้องบูรณาการงานกับหน่วยงานภายในประเทศ เพื่อให้สามารถดำเนินการตาม Blueprint ของแต่ละประชาคม

ในส่วนของ AEC Blueprint ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักนั้น กระทรวงเกษตรฯ โดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ได้ร่วมกำหนดมาตรฐานอาเซียนในคณะทำงานภายใต้รัฐมนตรีอาเซียนด้านเกษตรและป่าไม้ อาทิ มาตรฐานพืชสวนและอาหาร มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และค่าปริมาณสารพิษตกค้าง และยังได้กำหนดมาตรฐานของอาเซียนภายใต้รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนในเรื่องการอำนวยความสะดวกในการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียน โดยการลดหรือขจัดอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้าที่เกิดจากมาตรฐาน กฎระเบียบทางวิชาการ และการตรวจสอบรับรอง สำหรับการดำเนินการอื่นของกระทรวงเกษตรฯ ได้ดำเนินการไปแล้ว ได้แก่

1. จัดตั้งคณะอนุกรรมการเตรียมความพร้อมภาคการเกษตรสู่ประชาคมอาเซียน เพื่อจัดทำกรอบนโยบายและแนวทางการเตรียมความพร้อม

2. วิเคราะห์ศักยภาพสินค้าเกษตรไทยในตลาดอาเซียนและตลาดโลก
3. ศึกษาโอกาสของสินค้าเกษตรไทยในประชาคมอาเซียน

4. จัดตั้งคณะกรรมการดำเนินการปรับปรุงกฎหมายและพัฒนากฎหมายของกระทรวงเกษตรฯ

5. จัดอบรมสัมมนาเกษตรกร สถาบันเกษตรกร บุคลากรของภาครัฐ และบุคคลทั่วไป เพื่อให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับประชาคมอาเซียน การค้า บริการ การลงทุน กฎระเบียบ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

และ 6. ดำเนินโครงการสำคัญเพื่อเตรียมความพร้อมฯ ได้แก่ (1) โครงการเมืองเกษตรสีเขียว (2) โครงการพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรสู่มาตรฐาน (3) โครงการพัฒนาเป็นศูนย์กลางการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชรองรับประชาคมอาเซียน และ (4) การเพิ่มศักยภาพด่านสินค้าเกษตรชายแดนเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน นอกจากนี้ ยังมีโครงการบริหารจัดการเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรับสินค้าเกษตรที่สำคัญ (Zoning) โครงการพัฒนาเกษตรกรสู่ Smart Farmer และโครงการส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรทดแทนแรงงาน

ทั้งนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ได้ศึกษาโอกาสและผลกระทบของสินค้าเกษตรไทยในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน พบว่า ศักยภาพการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในประชาคมอาเซียน ยังมีแนวโน้มที่ดีเนื่องจากสินค้าเกษตรไทยเป็นที่ยอมรับในด้านคุณภาพและมาตรฐาน โดยเฉพาะผลไม้และสินค้าปศุสัตว์และผลิตภัณฑ์ ในขณะที่บางสินค้ามีการพัฒนาไปสู่การแข่งขันในระดับโลกแล้ว เช่น ไก่เนื้อและผลิตภัณฑ์ โดยกลุ่มสินค้าที่แข่งขันได้ แต่ต้องสร้างจุดเด่นและพัฒนาสินค้าเพื่อครองตลาดให้มากขึ้น ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง(มันเส้น) ไหม และยางพารา ส่วนกลุ่มสินค้าที่จะได้รับผลกระทบ ได้แก่ เมล็ดกาแฟ น้ำมันปาล์ม และมะพร้าว

สำหรับผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อภาคการเกษตรของประเทศภายหลังการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ด้านผลกระทบเชิงบวก ได้แก่ โอกาสทางการค้าของสินค้าเกษตรมีมากขึ้น ตลาดใหญ่ขึ้นสินค้าเกษตรที่จำหน่ายในอาเซียนที่มีคุณภาพสูงสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดระดับบนและตลาดนอกภูมิภาคอาเซียน มูลค่าการค้าตามแนวชายแดนเพิ่มสูงขึ้น มีแหล่งวัตถุดิบราคาถูกเข้าสู่อุตสาหกรรมการเกษตร มีการใช้ทรัพยากรภายในประเทศอย่างเต็มประสิทธิภาพเพื่อให้เกิดความได้เปรียบทางการแข่งขัน มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เทคโนโลยีในการผลิต ขณะที่ผลกระทบเชิงลบ ได้แก่ ผลผลิตทางการเกษตรที่ไม่มีมาตรฐาน หรือมาตรฐานต่ำกว่าจากประเทศสมาชิกอาเซียนจะหลั่งไหลเข้ามาสู่ประเทศไทย รวมทั้งสินค้าเกษตรจากอาเซียนที่มีคุณภาพดีกว่าและราคาถูกกว่าจะเข้ามาแข่งขันและแย่งตลาด สินค้าเกษตรทะลักเข้าสู่ประเทศไทยส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาสินค้าเกษตรไทย ผู้ประกอบการภาคการผลิตทั้งทางด้านอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม รวมทั้งเกษตรกรของไทยที่มีขีดความสามารถในการผลิตต่ำจะไม่สามารถแข่งขันกับประเทศที่มีขีดความสามารถในการผลิตสูงกว่าได้

"จากผลกระทบดังกล่าว กระทรวงเกษตรฯ จึงได้เตรียมการรองรับโดยส่งเสริมให้เกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตเพื่อลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้มากขึ้น ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์และการผลิตที่เน้นความปลอดภัยในสินค้า มีคุณภาพและมาตรฐาน สร้างความเชื่อมโยงเครือข่ายของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรเพื่อส่งเสริมการรวมกลุ่มและสร้างอำนาจต่อรองในด้านต่างๆ การถ่ายทอดเทคโนโลยีและความรู้ในการบริหารจัดการโลจิสติกส์ให้มีต้นทุนต่ำลงผ่านสหกรณ์ หรือกลุ่มเกษตรกร การสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตร ส่งเสริมเยาวชนไทยให้มีความสนใจในอาชีพเกษตรกร เพื่อเพิ่มปริมาณเกษตรกรและป้องกันปัญหาความมั่นคงทางอาหารในอนาคต ตลอดทั้งการสนับสนุนกองทุน FTA หรือกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับสินค้าเกษตรไทยต่อไป"นายธีรภัทร กล่าว


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

หวั่นอาเซียนพังเพราะฝรั่งรุมทึ้ง ใช้เงินใช้ปัญญายิงแทนปืน ประชาชนต้องรวมตัวกำหนดอนาคตตนเอง

15 มกราคม 2555 โรงละคร อาคารศูนย์ศิลปวัฒนธรรม(กาญจนาภิเษก) มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี : โครงการจัดตั้งสถาบันอาเซียนศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้จัดสัมมนา “อนาคตอาเซียนและไทยใครกำหนด” โดยมีนายสุทธิพงษ์ ปรัชญพฤทธิ์ พูดประเด็น...

VIV Asia 2009 งานแสดงสินค้าปศุสัตว์ใหญ่สุดในเอเชียแปซิฟิก

เอ็น.ซี.ซี เอ็กซิบิชั่น ฯ ร่วมกับ วีเอ็นยู เอ็กซิบิชั่นส์ ยุโรป เตรียมจัดงาน VIV Asia 2009 งานแสดงสินค้าด้านปศุสัตว์ ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก พร้อมเปิดตัวงานใหม่ Aqua VIV Asia 2009 งานแสดงสินค้าด้านสัตว์น้ำเป็นครั้งแรกในงาน ด้วยพื้นที่จัดงานกว่า...

ครึ่งทางของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจอาเซียน

อาเซียนรวมตัวไปสู่ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community ประกอบด้วย 3 เสาหลัก คือ การเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ภายในปี พ.ศ. 2563 ตามแถลงการณ์ผู้นำอาเซียนฉบับ Bali Concord II เมื่อปี พ.ศ. 2546 นางสาวชุติมา บุณยประภัศร อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าว...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง