ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ไทยเตรียมทำลายงาช้าง 2 ตัน 26 ส.ค.นี้ ย้ำจุดยืนไม่อ่อนข้อให้การค้างาช้างผิดกฎหมายอีกต่อไป

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันอังคารที่ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ๐๙:๐๑ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--25 ส.ค.--WWF-ประเทศไทย

WWF (กองทุนสัตว์ป่าโลก) มีความยินดีที่ประเทศไทยตัดสินใจบดและเผาทำลายงาช้างแอฟริกาของกลางผิดกฎหมายที่ยึดมากกว่า 2 ตัน ในวันที่ 26 สิงหาคม 2558 ที่จะถึงนี้ หลังผ่านกระบวนการตรวจสอบอย่างเข้มงวดไปเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ด้วยความช่วยเหลือจากองค์กรอนุรักษ์ต่างๆ

งาช้างดิบและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากงาช้างแอฟริกาน้ำหนักรวม 1,206 กิโลกรัม ในครอบครองของกรมศุลกากร ได้ผ่านกระบวนการตรวจสอบด้วยการชั่งน้ำหนัก วัดขนาด และตรวจสอบทะเบียนประวัติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตรวจสอบอย่างโปร่งใสเป็นที่เรียบร้อย โดยเจ้าหน้าที่ภาครัฐร่วมกับ WWF-ประเทศไทย (กองทุนสัตว์ป่าโลก สำนักงานประเทศไทย) โดยกระบวนการเดียวกันนี้ถูกใช้ในการตรวจสอบงาช้างอีก 950 กิโลกรัม ที่อยู่ในการดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับมูลนิธิฟรีแลนด์ด้วยเช่นกัน

“การทำลายงาช้างของกลางในครั้งนี้จะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและตอกย้ำจุดยืนของประเทศไทย ที่จะไม่ยอมให้ผู้ซื้อและผู้ลักลอบค้างาช้างผิดกฎหมายใช้ประเทศไทยของเราเป็นทางผ่านและแหล่งซื้อขายงาช้างผิดกฎหมายอีกต่อไป” นางสาวจันทน์ปาย องค์ศิริวิทยา ผู้จัดการงานรณรงค์ต่อต้านการค้าสัตว์ป่า ตัวแทนจาก WWF ผู้เข้าร่วมการตรวจสอบในครั้งนี้ กล่าว “และการบดทำลายงาช้างของกลางครั้งนี้ ยังเป็นการสะท้อนเจตจำนงค์ของคนไทยกว่า 1.3 ล้านคน ที่ออกมาร่วมแสดงความรักและความห่วงใยต่อช้าง ต่อต้านการฆ่าช้างเอางาและไม่สนับสนุนการค้างาช้าง ผ่านแคมเปญ ช.ช้าง ช่วยช้าง ของ WWF เมื่อต้นปีที่ผ่านมาอีกด้วยการสนับสนุนให้มีกระบวนการตรวจสอบอิสระก่อนทำการบดทำลายงาช้างนั้น ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างยิ่งในการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะขจัดปัญหางาช้างผิดกฎหมายในประเทศ รวมถึงการยับยั้งการก่ออาชญากรรมสัตว์ป่าในอนาคต”

ในแต่ละปี ช้างแอฟริกากว่า 30,000 ตัว ถูกฆ่าเพื่อลักลอบนำงาเข้ามายังประเทศที่มีตลาดเปิดกว้างและไร้การควบคุมทางกฎหมายเป็นเวลาหลายปี เช่นประเทศไทย ซึ่งเปิดโอกาสให้อาชญากรสัตว์ป่าสามารถฟอกงาช้างผิดกฎหมายปริมาณมหาศาลได้จากช่องโหว่ทางกฎหมายในประเทศเหล่านั้น

ในปี 2556 ที่ผ่านมา ประเทศไทยถูกกดดันอย่างหนักจากนานาชาติให้ปิดตลาดค้างาช้างในประเทศ และด้วยความเสี่ยงในการถูกคว่ำบาตรทางการค้าภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) รัฐบาลจำต้องร่างแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งชาติจนกระทั่งมีการออกพระราชบัญญัติงาช้าง เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทยในปีนี้ ซึ่งมีผลให้มีการแจ้งครอบครองผลิตภัณฑ์ที่ทำจากงาช้างของผู้ค้าและผู้บริโภคทุกคน และมีวัตถุประสงค์ที่จะควบคุมตลาดค้างาช้างถูกกฎหมายที่มาจากช้างบ้านเท่านั้นอีกด้วย โดยงาช้างน้ำหนักรวมกว่า 220 ตัน ในการครอบครองของประชาชนกว่า 44,000 ราย ได้ผ่านการขึ้นทะเบียนในช่วงต้นปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ รัฐบาลยังสั่งห้ามมีไว้หรือซื้อขายผลิตภัณฑ์งาช้างที่ได้มาจากช้างแอฟริกาด้วยไม่ว่ากรณีใดๆ โดยการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 กำหนดให้ช้างแอฟริกาเป็นหนึ่งในสัตว์ป่าคุ้มครองของประเทศไทย

“ในปีนี้ ประเทศไทยมีความก้าวหน้าในการดำเนินการเป็นอย่างยิ่ง แต่ยังคงมีความท้าทายอีกมากที่รออยู่ในภายภาคหน้า ทั้งการบังคับใช้ข้อกฎหมายและระเบียบต่างๆ การปราบปรามผู้ค้างาช้างผิดกฎหมาย รวมถึงการลดอุปสงค์ในสินค้าเหล่านั้นด้วย” นางสาวจันทน์ปาย กล่าว

อย่างไรก็ดี WWF เสนอแนะให้มีการดำเนินวิธีการติดตามงาช้างถูกกฎหมายและเหล่าผู้ค้าปลีกในระบบภายใต้กฎหมายใหม่นี้อย่างมีประสิทธิภาพที่จะสามารถนำมาใช้ในการควบคุมตลาดการค้างาช้างได้อย่างมีประสิทธิผล รวมถึงเรื่องชนิดและลักษณะของใบรับรองการซื้อขายที่จะออกให้กับผู้ซื้อสินค้า และสิ่งสำคัญที่ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือด้านการบังคับใช้กฎหมายงาช้างฉบับใหม่นี้ ทั้งในเรื่องการตรวจสอบสินค้างาช้างและตลาดค้าปลีกในอนาคต และบทลงโทษสำหรับผู้ค้าโดยไม่มีใบอนุญาตและไม่นำผลิตภัณฑ์มาขึ้นทะเบียนว่าจะเป็นอย่างไร

“ถือเป็นข่าวดีอย่างยิ่งที่ประเทศไทยแสดงความทุ่มเทในการกำจัดการค้าผิดกฎหมายและปกป้องช้างซึ่งเป็นสัตว์ที่ผูกพันใกล้ชิดกับวัฒนธรรม ประเพณี และเป็นสัตว์ที่เปรียบเหมือนเอกลักษณ์ประจำชาติมาอย่างยาวนานด้วยเช่นกัน” นางสาวจันทน์ปาย กล่าว


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ภาพข่าว: กรมศุลกากรแถลงจับกุมงาช้างแอฟริกา จำนวน 739 กิ่ง น้ำหนัก 4,000 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท

นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร แถลงข่าวกรมศุลกากรจับกุมงาช้างแอฟริกา จำนวน 739 กิ่ง น้ำหนัก 4,000 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท (6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ที่บรรจุอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ แจ้งใช้สิทธิ์สินค้าผ่านแดนไป สปป.ลาว...

13 มีนาคม วันช้างไทย

เนื่องในวันที่ 13 มีนาคมของทุกปี เป็นวันช้างไทย และ WWF-ประเทศไทย หรือกองทุนสัตว์ป่าโลก ซึ่งดำเนินโครงการรณรงค์ต่อต้านการค้างาช้างผิดกฎหมายและแคมเปญ “ช.ช้าง ช่วยช้าง” ที่ผ่านมา จะจัดนิทรรศการ “ช้างบุญช่วย”...

ภาพข่าว: เปิดเรือนเพาะชำกล้าไม้

นางสาวจันทร์ติ๊บ กันติ๊บ (ที่สามจากซ้าย) ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการร้านค้า สาขาเชียงใหม่ บริษัทคิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด และนางดวงเดือน อีแกน (ซ้ายสุด) ผู้จัดการแผนกการตลาดและพัฒนาแหล่งทุน องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล สำนักงานประเทศไทย (WWF-Thailand) ร่วม...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง