ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

สพฉ. จับมือ รพ.ขอนแก่น ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ หวังพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันศุกร์ที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๗ ๑๐:๒๘ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--21 ก.พ.--สพฉ.

สพฉ. จับมือ รพ.ขอนแก่น ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ หวังพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน เร่งผลักดันมาตรฐานความปลอดภัยของรถพยาบาลหลังผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินเสียชีวิตจากอุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ย้ำรถพยาบาลต้องมีอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยครบถ้วน ต้องไม่ขับรถเร็วเกินอัตรากำหนด พร้อมชูติดตั้ง GPS ในรถพยาบาลเพิ่มความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ป่วยฉุกเฉิน

ที่โรงพยาบาลขอนแก่น วันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) โรงพยาบาลขอนแก่น สำนักงานหลักประกันสุขภาพเขต 7 บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประกันภัยจากรถ จำกัด ได้จัดทำบันทึกความร่วมมือทางการวิชาการ วิจัย ปฏิบัติการและการฝึกอบรมในการช่วยเหลือประชาชนผู้เจ็บป่วยฉุกเฉิน เพื่อพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน

นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า การบันทึกความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้เกิดการพัฒนาของระบบการแพทย์ฉุกเฉินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดย สพฉ. และโรงพยาบาลขอนแก่น จะร่วมมือและแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการระหว่างกัน สนับสนุนเพื่อให้เกิดการวิจัยและการค้นหาคำตอบเพื่อพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และของประเทศไทย โดยเฉพาะประเด็นความปลอดภัยของผู้ให้บริการและผู้รับบริการ ทั้งในภาวะปกติและภาวะสาธารณภัย อีกทั้งจะร่วมกันพัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรด้านการแพทย์ฉุกเฉินด้วย โดยในประเด็นแรกที่จะมีการพัฒนาร่วมกันคือเรื่องความปลอดภัยของรถพยาบาล หรือ AMBULANCE SAFETY

“สพฉ.ให้ความสำคัญในเรื่องมาตรฐานและเรื่องความปลอดภัยของผู้ให้บริการและผู้รับบริการเป็นพิเศษ โดยในเบื้องต้นจะมีการปรับมาตรฐาน และเน้นย้ำในเรื่องความปลอดภัยของรถพยาบาลเนื่องจากที่ผ่านมาเราต้องสูญเสียบุคลากรทางการแพทย์เนื่องจากประสบอุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติหน้าที่ โดยการป้องกันอุบัติเหตุ ในส่วนของรถพยาบาลนั้นจะต้องติดตั้งสัญญาณไฟรอบรถ 6 จุด ติดแถบสะท้อนแสงรอบคัน ระบบเสียงสัญญาณฉุกเฉินจะต้องมีความดังถึงระดับ 85 เดซิเบล และที่สำคัญจะต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง และต้องมีอุปกรณ์ป้องกันตนเองในรถพยาบาล อาทิ กรวยสะท้อนแสง กระบองไฟจราจร อุปกรณ์ทุบกระจกและตัดสายรัดตรึง ถังดับเพลิง เป็นต้น ส่วนพนักงานขับรถพยาบาลจะต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐาน มีใบรับรองแพทย์การขับรถพยาบาล ผ่านการอบรมหลักสูตรการขับรถ นอกจากนี้จะมีการเสนอทบทวนเรื่องระยะทางในการขับรถของพนักงานขับรถด้วย เนื่องจากเป็นบุคคลสำคัญที่ต้องรับผิดชอบทั้งชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินและบุคลากรทางการแพทย์ นอกจากนี้ในระยะยาวจะมีการติดตั้ง GPS ในรถพยาบาลทุกคัน เพื่อติดตามการออกปฏิบัติงานของรถพยาบาลที่ศูนย์สั่งการประจำจังหวัด ซึ่งการพัฒนาในส่วนนี้เราหวังว่าจะช่วยเพิ่มศักยภาพและทำให้ผู้ปฏิบัติงานและผู้ป่วยฉุกเฉินมีความปลอดภัยมากขึ้นด้วย ” นพ.อนุชากล่าว

เลขาธิการ สพฉ. กล่าวต่อว่า นอกจากการกำหนดมาตรฐานประจำรถพยาบาลแล้ว การขับขี่รถพยาบาลตามระเบียบยังเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้เกิดวามปลอดภัยด้วย โดยผู้ขับขี่รถพยาบาลจะต้องใช้ความเร็วในการขับขี่รถเมื่อต้องนำส่งผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติเท่านั้น แต่จะต้องไม่เร็วเกินอัตรากำหนด และเมื่อขับผ่านทางแยกจะต้องลดความเร็วและขับผ่านด้วยความระมัดระวัง ทั้งนี้เมื่อมีความจำเป็นต้องขับรถย้อนศรจะต้องใช้ความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนการจอดรถพยาบาลนั้นจะต้องเปิดไฟฉุกเฉินไว้ทุกดวง ต้องจอดในที่ปลอดภัยและวางกรวยจราจรเป็นระยะ และที่สำคัญบุคลากรที่ปฏิบัติงานจะต้องแต่งตัวด้วยชุดสะท้อนแสง ทั้งนี้การปรับมาตรฐานดังกล่าวจะต้องมีการจัดอบรมบุคลากรเพิ่มเติมด้วย ซึ่งในอนาคตเราจะยกระดับมาตรฐานที่ทำให้เกิดการแข่งขันบริการ และทำมาตรฐานร่วมกันในระดับอาเซียนต่อไปด้วย

ด้าน นพ.วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น รพ.ขอนแก่น กล่าวว่า การพัฒนางานวิชาการ งานมาตรฐาน การปฏิบัติการ และการฝึกอบรม ร่วมกัน จะนำไปสู่การพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งนอกจากเรื่องความปลอดภัยของรถพยาบาลแล้ว สพฉ.และรพ.ขอนแก่น จะร่วมกันริเริ่มพัฒนามาตรฐานในด้านอื่นๆ ด้วย อาทิ มาตรฐานการปฏิบัติการฉุกเฉินในระบบส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินระหว่างสถานพยาบาล มาตรฐานโรงพยาบาลต้นทางเพื่อการเตรียมความพร้อมและตอบสนองด้านสาธารณภัย มาตรฐานความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงานในระบบการแพทย์ฉุกเฉินด้วย เป็นต้น ซึ่งเราหวังว่าการพัฒนาดังกล่าวจะส่งผลให้ประชาชนเข้าถึงระบบการแพทย์ฉุกเฉินที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามนอกจากการบันทึกความร่วมมือครั้งนี้ ทางรพ.ขอนแก่น ได้จัดการประชุม 20 ปี ตามรอย EMS โรงพยาบาลขอนแก่น โดยมีประเด็นเสวนาที่น่าสนใจ อาทิ ความคาดหวังของระบบการแพทย์ฉุกเฉินจังหวัดขอนแก่นต่อการขับเคลื่อนระบบการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศไทย ทิศทางงานระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินจังหวัดขอนแก่น สถานการณ์ระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฯลฯ


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ภาพข่าว: พนักงานโรงแรมเซ็นทารา ขอนแก่น ร่วมใจกันบริจาคโลหิต

พนักงานโรงแรมเซ็นทาราคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ขอนแก่น ร่วมใจกันทำความดีโดยการบริจาคโลหิต เพื่อช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ โดยได้รับการเอื้อเฟื้อและอำนวยความสะดวกโดย ศูนย์คลังเลือดกลาง โรงพยาบาลขอนแก่น มาออกหน่วยรับบริจาคโลหิต ณ โรงแรมเซ็นทาราคอนเวนชันเซ็นเตอร์...

"กันตนา" สานฝัน "ประดิษฐ์ กัลย์จาฤก" จับมือ "มหิดล" ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ เปิดหลักสูตรผลิตสื่อบันเทิง ระดับป.ตรี นานาชาติ

กรุงเทพฯ--31 ม.ค.--กันตนา กรุ๊ป เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2548 ที่ผ่านมา บริษัท กันตนาเอ็ดดูเทนเมนท์ จำกัด ในเครือบริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ร่วมกับวิทยาลัย นานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ทำพิธีลงนามความ ตกลงร่วมมือทางวิชาการขึ้น ณ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยา...

ทรู คอร์ปอเรชั่น ขอเชิญสื่อมวลชนร่วมงานแถลงข่าวลงนามความร่วมมือระหว่าง " NCTrue & Intel "

กรุงเทพฯ--10 ม.ค.--ทรู คอร์ปอเรชั่น เนื่องด้วย บริษัท NCTrue (บริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท NCSoft จำกัด ) ผู้ให้บริการเกมออนไลน์ Lineage II ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในเกาหลี ร่วมกับ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ป...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง