ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

ข้าราชการระดับสูงและนักธุรกิจเมียนมาร์ตื่นตัวการเปิดประเทศสู่ AEC ศศินทร์จัดสัมมนา “เมียนมาร์-ประเทศไทยกับโอกาสทางธุรกิจ”

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันจันทร์ที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ๑๒:๐๙ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--3 ธ.ค.--ศศินทร์

ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้นที่ให้ความสำคัญและตื่นตัวกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน แต่ชาติอื่น ๆ ในอาเซียนก็เล็งเห็นโอกาสทางด้านธุรกิจ การศึกษา และการพัฒนาด้านอื่น ๆ เห็นได้จากคำกล่าวของนายอู เท ออง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและโรงแรม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ในงานสัมมนาเรื่อง “เมียนมาร์-ประเทศไทยกับโอกาสทางธุรกิจ” ซึ่งจัดโดยสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2555 ที่ผ่านมา ณ สถานทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง เมียนมาร์ ในงานนี้นายอู เท ออง ในฐานะประธานเปิดงานสัมมนาได้กล่าวว่า นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ศศินทร์ให้ความสำคัญกับเมียนมาร์ และการมาเปิดตลาดทางด้านการศึกษาก็นับว่าเป็นความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ยังได้รับประสบการณ์ที่ดีในการเข้าร่วมงานสัมมนา “ศศินทร์ บางกอก ฟอรั่ม” ที่จัดขึ้นในประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้อีกด้วย

ศาสตราจารย์เติมศักดิ์ กฤษณามระ ผู้อำนวยการสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ( Sasin) เปิดเผยว่า หากย้อนไปเมื่อครั้งที่ศศินทร์เริ่มก่อตั้งและได้รับความร่วมมือจากสองมหาวิทยาลัยชื่อดัง ของสหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ 2530 ซึ่งช่วงเวลานั้นเรื่องการบริหารธุรกิจ และการเรียนระดับปริญญาโทเกี่ยวกับการบริหารธุรกิจและการจัดการ เป็นเรื่องสำคัญสำหรับประเทศไทย ซึ่งต้องการผู้เชี่ยวชาญทางด้านการบริหารธุรกิจ เช่นเดียวกับเมียนมาร์ในขณะนี้ที่มีความตื่นตัวทางด้านการศึกษาเพื่อให้มีความพร้อมในการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเชียน ซึ่งศศินทร์ต้องการมีส่วนร่วมในการให้ความรู้และพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านบริหารธุรกิจและการจัดการ ให้กับนักธุรกิจในเมียนมาร์ เพื่อให้มีความพร้อมในการเปิดประเทศและมีศักยภาพในการแข่งขันกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเดียวกัน

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ หัวหน้าหลักสูตรปริญญาเอก สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ( Sasin) เปิดเผยว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะทำให้เกิดการแข่งขันทางด้านธุรกิจในภูมิภาคนี้มากขึ้น เนื่องจากการลงทุนจะเคลื่อนย้ายจากโลกตะวันตกมาสู่โลกตะวันออก ดังนั้นจึงต้องมีการตอบรับให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว นอกจากนี้ จะต้องมีวิสัยทัศน์และมีความเป็นผู้นำ และที่สำคัญก็คือจะต้องให้ความสำคัญกับการศึกษา โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการซึ่งมีความสำคัญต่อนักธุรกิจในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ดังนั้น ทุกคนจะต้องเตรียมพร้อมกับยุคเปิดของเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเดินทางไปเมียนมาร์ของโครงการศศินทร์สู่อาเซียน จากสถาบันบัณฑิตฯ ศศินทร์ในครั้งนี้ ได้จัดให้มีการสัมมนาเรื่อง “เมียนมาร์ – ประเทศไทย กับโอกาสทางธุรกิจ” โดยมี ดร.กฤษติกา คงสมพงษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ สถาบันบัณฑิตฯ ศศินทร์ (Sasin) เป็นผู้ดำเนินรายการ ทั้งนี้ผู้ร่วมสัมมนาได้แสดงวิสัยทัศน์ ดังนี้

นายพิษณุ สุวรรณะชฎ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง กล่าวว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทำให้การติดต่อสื่อสารง่ายและเร็วขึ้น นับว่าเป็นการพัฒนาในเชิงบวก แต่ในขณะเดียวกันอาจจะทำให้เกิดผลในเชิงลบได้หากคนไม่เตรียมพร้อมที่จะรับรู้ข่าวสารอย่างผู้ชาญฉลาดและรู้เท่าทัน ดังนั้น ความรู้จึงเป็นเรื่องจำเป็นในยุคของการเปิดเสรีในอาเซียน

ดร.หม่อง หม่อง ลาย รองประธานสภาหอการค้าและสภาอุตสาหกรรม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ กล่าวว่า เมียนมาร์อยู่ในยุคมืดมาเกือบ 50 ปี ตอนนี้พร้อมที่จะเปิดประเทศแล้ว และเชื่อว่าเมียนมาร์จะไม่มีโอกาสเดินถอยหลังกลับไปสู่ยุคเดิมๆ จากนี้ไปจะเป็นการเดินไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่น เพื่อไปสู่โอกาสที่เป็นประโยชน์ต่อชาวเมียนมาร์ ดังนั้น ประชาชนชาวเมียนมาร์เองจะต้องเตรียมพร้อมที่จะรับโอกาสที่ดีเหล่านั้น และการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญเพราะการมีความรู้จะเป็นเครื่องมือที่พร้อมสำหรับการเข้าสู่ยุคของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นางเสริมสุข ปัทมสถาน ที่ปรึกษาธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด มหาชน และคณะกรรมการบริหารสมาคมไทย-เมียนมาร์ เพื่อมิตรภาพ กล่าวว่า ประชาชนชาวเมียนมาร์ต้องต้อนรับสิ่งใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกไม่นานนี้ เช่นจะต้องมีตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้นักลงทุนชาวเมียนมาร์ได้ลิ้มลองการลงทุน และการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์จะต้องมีการศึกษาข้อมูลอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะบริษัทที่คิดจะลงทุนซื้อหุ้น เพื่อจะได้รู้ลึกถึงฐานของบริษัทนั้น ๆ ว่ามีความมั่นคงมากน้อยแค่ไหน เหมาะสมกับการลงทุนอย่างไร ทั้งนี้ สิ่งที่จะทำให้นักลงทุนตัดสินใจได้ดีคือความรู้ และเข้าใจรายงานการเงินของแต่ละบริษัทและควรรู้ถึงผลการดำเนินงานว่ากำไรหรือขาดทุน เพราะการลงทุนนั้นมีความเสี่ยง การมีความรู้ด้านการลงทุนจะเป็นหนทางที่ทำให้ตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ ไม่ใช่เฉพาะชาวเมียนมาร์เท่านั้นแต่รวมถึงทุกๆคนในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

ดร.รัตติมา มุกดาอนันต์ ในฐานะผู้อำนวยการโครงการศศินทร์สู่อาเซียน ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนม่าร์ (Sasin Towards ASEAN @ Myanmar) เปิดเผยว่า การจัดสัมมนาดังกล่าวนอกจากเป็นการให้ความรู้กับข้าราชการระดับสูงและนักธุรกิจแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัวสถาบันบัณฑิตฯ ศศินทร์ ต่อประเทศเพื่อนบ้านในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยในปีนี้ได้จัดขึ้นที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนม่าร์ (Republic of the Union of Myanmar) เป็นประเทศแรก กิจกรรมดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากสถานทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกำหนดรูปแบบการสัมมนาในหัวข้อ “ASEAN Business Opportunities in the AEC Era” การสัมมนาได้รับความสนใจจากข้าราชการระดับสูง และนักธุรกิจชั้นนำเป็นอย่างดี ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นก้าวแรกในความร่วมมือระหว่างศศินทร์กับเครือข่ายของเมียนมาร์ ซึ่งจะนำไปสู่โครงการความร่วมมืออื่น ๆ ระหว่างกันต่อไป


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

อาเซียนครบรอบ 39 ปี พร้อมมุ่งไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2549 ที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบปีที่ 39 ของอาเซียน จากที่เริ่มก่อตั้งในปี 2510 จนปัจจุบันการดำเนินงานของอาเซียนมีความคืบหน้าไปมากด้วยเจตนารมณ์ของผู้นำอาเซียนที่จะมุ่งไปสู...

ททท.จัดพิธีปิดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ปี 2548

กรุงเทพฯ--21 ม.ค.--ททท. พิธีปิดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ปี 2548 ณ โรงภาพยนตร์สกาล่า สยามสแควร์ กรุงเทพฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (นายสนธยา คุณปลื้ม) เป็นประธานในพิธีปิดงานเทศกาลภาพยนตร์แห่งชาติกรุงเทพ ฯ ปี 2548 โดยมีบุคคลสำคัญในว...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง