ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

เด็กครุศาสตร์โยธาบางมดศึกษาหลุมยุบพบชั้นทรายมีผลต่อฐานรากตื้น

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป วันอังคารที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ๑๓:๑๐ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--3 ก.ค.--มจธ.

นศ. ครุศาสตร์โยธา มจธ.ผสานความรู้ธรณีวิทยาและวิศวกรรม ศึกษาพฤติกรรมหลุมยุบ ใต้ฐานรากตื้น พบความหนาของชั้นทรายมีผลต่อแรงแบกทานของฐานรากตื้น ขณะที่ความกว้างของหลุมยิ่งมากทำให้ความสามารถในการรับแรงแบกทานลดลง

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามักมีข่าวจากหลายมุมโลกเกี่ยวกับเหตุการณ์ หลุมยุบ มาอย่างต่อเนื่องเช่น การเกิดหลุมยุบยักษ์ที่กัวเตมาลาเมื่อปี 2007 และเกิดอีกหลุมที่ไม่ห่างกันมากนักในปี 2010 ในกัวเตมาลาในส่วนของประเทศไทยมีรายงานข่าวเกี่ยวกับหลุมยุบเกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วง1-3 ปีที่ผ่านมาเช่นกัน ทำให้สถาบันความรู้ต่างตื่นตัวและออกมาให้ข้อมูลความรู้แก่ประชาชน เรื่องนี้ไม่พ้นความสนใจของน้องๆ นักศึกษาคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)นายจักรพงษ์ ศิริชัยราวรรณ์ และนายคติพงษ์ อ่อนไชย นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาครุศาสตร์โยธา สาขาวิศวกรรมโยธา นำโจทย์นี้มาเป็นหัวข้อในการทำโปรเจคจบการศึกษาของพวกเขา

จักรพงษ์ กล่าวว่า เขาสนใจเรื่องการเกิดขึ้นของหลุมยุบ ซึ่งส่งผลต่อโครงสร้างไม่ว่าจะเป็นพื้นถนน หรือบ้านเรือน จึงนำความรู้ที่เขาได้ศึกษามาทดลองหาคำตอบในหัวข้อ “การศึกษาอิทธิพลเนื่องจากขนาดของหลุมยุบที่มีผลต่อแรงแบกทานของฐานรากตื้นโดยวิธีไฟไนต์เอลิเมนต์ 2 มิติ”

จักรพงษ์ บอกว่า จากการศึกษาลักษณะการเกิดหลุมยุบมักเป็นพื้นดินที่เป็นชั้นดินทรายในพื้นที่โล่ง จึงได้จำลองโจทย์ปัญหาในสถานการณ์ในห้องปฏิบัติการ หากจะต้องสร้างบ้านพักอาศัยบนพื้นดินที่มีลักษณะดังกล่าวให้ปลอดภัย ซึ่งฐานรากจะต้องได้รับการออกแบบ ให้มีความสามารถรับแรงแบกทาน หรือน้ำหนักกดจากตัวบ้านได้โดยไม่เกิดการพังทลายหากเกิดหลุมยุบใต้ฐานราก

เนื่องจากก่อนการสร้างบ้านพักอาศัยในช่วงการเตรียมพื้นที่นั้นจะต้องใช้ฐานรากสองแบบคือ ฐานรากแบบเสาเข็มซึ่งเหมาะสำหรับใช้ในบริเวณที่เป็นดินอ่อน แต่ในพื้นที่เป็นดินแข็งสามารถใช้ฐานรากตื้นได้เลยโดยไม่ต้องใช้ฐานรากเสาเข็ม “ฐานรากตื้น” จึงเป็นสิ่งที่เขาสนใจในการคำนวณหาแรงแบกทานที่เหมาะสม

“สาเหตุที่เลือกหัวข้องานวิจัยนี้เพราะตอนนี้ในประเทศไทยมักเกิดเหตุการณ์หลุมยุบอยู่บ่อยๆ ซึ่งมาจากสาเหตุหลักสามประการคือ หนึ่งน้ำกัดเซาะโพรงหินใต้ดินเกิดการพังและยุบตัว สองการสูบน้ำชั้นใต้ดินขึ้นมาใช้และทำให้เกิดโพรงใต้ดิน และสามชั้นหินและทรายบริเวณริมน้ำถูกกัดเซาะและพัดจากตลิ่งลงน้ำ ซึ่งการงานวิจัยนี้ศึกษาเพื่อดูว่า ขนาดของหลุมขยายใหญ่เท่าไหร่ จึงจะมีผลต่อฐานรากตื้นของบ้านพักอาศัย”

ด้านคติพงษ์ ได้อธิบายถึงขั้นตอนการทดลองแต่ละส่วนหลังจากที่ทำการสืบค้นและเก็บข้อมูลเพียงพอแล้ว ซึ่งการทดลองในส่วนแรกคือ ในห้องปฏิบัติการเพื่อจำลองหลุมยุบขนาดย่อส่วนจากขนาดจริง คือ 2.42 เมตร เหลือเพียง 11 เซนติเมตร ในลักษณะครึ่งวงกลมมีความหนาของผนังหลุม 1.3 เซนติเมตร โดยมีส่วนผสมสำหรับการทำแบบจำลองเป็น ทรายผสมกับแคลเซียมคาร์บอเนต ในอัตราส่วน 50:50 และน้ำอีกร้อยละ 10 ของส่วนผสมทั้งหมด โดยเหตุผลที่เลือกใช้แคลเซียมคาร์บอเนตมาทำแบบจำลองเนื่องจากมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับลักษณะพื้นดินที่เกิดการละลายจากน้ำกัดเซาะ ส่วนแบบจำลองฐานรากตื้นจากพื้นที่จริงเป็นคอนกรีตแต่จำลองโดยใช้อะลูมิเนียมอัลลอยด์เป็นฐานรากตื้นวงกลมขนาด 8.5 และหนา 4.5 เซนติเมตร โดยสัดส่วนทั้งหมดย่อจากสัดส่วนจริง 22 เท่า และเมื่อแบบจำลองเซ็ทตัวแล้วจึงเริ่มทดสอบ จากการศึกษาพบว่า ถ้าความลึกของหลุมยุบยิ่งมากโครงสร้างของหลุมยุบจะได้รับอิทธิพลจากแรงกดจากฐานรากน้อย ส่วนความกว้างของหลุมยิ่งมากทำให้ความสามารถในการรับแรงแบกทานของฐานรากลดลง

นอกจากนี้ จักรพงษ์ และคติพงษ์ ยังทดลองในส่วนที่สองผ่านโปรแกรมสำเร็จรูป “ วิธีไฟไนต์เอลิเมนต์” หรือโปรแกรมที่จำลองพฤติกรรมของดิน ซึ่งสามารถนำมาจำลองพฤติกรรมของหลุมยุบเท่าขนาดจริง 2.42 เมตรได้ และฐานรากตื้นขนาด 1.8 เมตร ทั้งนี้ในการทดสอบได้มีการเพิ่มขนาดของหลุมยุบเพื่อเป็นกรณีศึกษาตั้งแต่ขนาด 0.5, 1, 2.4, และ 3.4 เมตร และเพิ่มความลึกของหลุมทุกๆ 0.5 เท่าของความกว้างหลุม จากการทดสอบพบว่า หลุมที่มีขนาดเป็น 0.97 เท่าของฐานรากขนาด 1.8 เมตร จะเกิดการพังทลายทันทีเมื่อได้รับแรงกดจากฐานราก ในขณะที่หลุมขนาดเล็กกว่า 1.50 เมตร สามารถรับแรงกดจากฐานรากจะลดลงทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความลึกของหลุม

ผศ.ดร.ทวีชัย กาฬสินธุ์ อาจารย์ประจำภาควิชาครุศาสตร์โยธา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของโปรเจคนี้ ให้ความเห็นว่า จุดเด่นของงานวิจัยน่าจะอยู่ที่นักศึกษาทั้งสองคนสามารถกำหนดปัญหาขึ้นเอง และนำความรู้ที่ได้เรียนมาใช้แก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพซึ่งการทดลองนี้นับเป็นชิ้นแรกที่นำโจทย์เรื่องหลุมยุบมาเป็นหัวข้อการทำโปรเจคจบ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหาและเป็นจุดเริ่มต้นในการต่อยอดงานวิจัยที่เกี่ยวข้องของนักศึกษารุ่นถัดไป ซึ่งมจธ. ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีความพร้อมทั้งเครื่องมือและความรู้ในการหนุนเสริมให้นักศึกษาเรียนรู้และคิดค้น เพื่อตอบโจทย์จริง โดยเฉพาะโจทย์ของสังคม มจธ.ถือเป็นสิ่งสำคัญที่นักศึกษาจะต้องนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการทำโปรเจคจบ

“แต่ถ้าพูดถึงปัญหาหลุมยุบที่เกิดในสังคมการจะแก้ไขปัญหานี้ได้ดีที่สุดต้องอาศัยการผสมผสานศาสตร์ความรู้ทั้งทางด้านธรณีวิทยา และวิศวกรรมเทคนิคธรณี รวมทั้งงานวิจัยนี้สามารถนำไปต่อยอดความรู้ได้ทั้งในเรื่องของการคำนึงด้านความปลอดภัย เรื่องของการออกแบบและปรับปรุงคุณภาพของดินเพื่อใช้ในงานวิศวกรรมฐานราก รวมถึงการเตรียมเทคโนโลยีให้พร้อมสำหรับเหตุการณ์ที่จะเกิดในอนาคต เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือความพร้อมในการแก้ไขปัญหาที่ดี และถึงแม้งานวิจัยนี้จะเพิ่งเริ่มต้น แต่หวังว่าจะเป็นการเริ่มต้นงานวิจัยที่ดีเพื่ออนาคตต่อไป”


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

นศ.ครุศาสตร์ มทร.ธัญบุรี ยามข้าวยากหมากแพง ผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียของการยีตาล ใช้ในครัวเรือน

จากสภาวะปัจจุบันราคาก๊าซหุงต้มมีการปรับราคาที่สูงขึ้นทุกเดือน เดือนละห้าสิบสตางค์ต่อกิโลกรัม และมีแนวโน้มที่จะปรับไปถึง 12 เดือน ซึ่งส่งผลทำให้ภาระค่าครองชีพของครัวเรือนจึงสูงมากขึ้นตามไปด้วย จากปัญหาดังนั้นคณะวิจัยประกอบด้วย “เต๋า”...

รับสมัครเยาวชนร่วมเข้าค่าย "ไขความลับปริศนาฟอสซิล" กับTK park

กรุงเทพฯ--2 ก.ย.--สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ ธรณีวิทยาเป็นวิชาที่เป็นวิทยาศาสตร์ประกอบกับศิลปศาสตร์ ทั้งนี้เพราะผู้ที่ศึกษาเรียนรู้ ต้องมีความเข้าใจในหลักการของวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็น ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยาและคณิตศาสตร์ ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีว...

กองทัพเรือขอเชิญร่วมบริจาคเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม และชุดปฏิบัติงาน ให้แก่ข้าราชการและครอบครัวฐานทัพเรือพังงา

กรุงเทพฯ--4 ม.ค.--สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์คลื่นขนาดใหญ่พัดเข้าสู่จังหวัดชายทะเลด้านฝั่งทะเล อันดามันของประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๗ ที่ผ่านมา ทำให้ข้าราชการสังกัดฐานทัพเรือพังงาและครอบครัวได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง